เกาะรังกาจิว

เกาะรังกาจิว

เกาะรังกาจิว

เกาะรังกาจิว

เป็นเกาะที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อันเนื่องจากเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ หรือรัชกาลที่ ๕ ได้ทรงเสด็จประภาสเพื่อทอดพระเนตรการเก็บรังนกบนเกาะ ได้สัมปทานรังนกที่อยู่ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร พร้อมทั้งทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อเป็นคำว่า ‘จปร.’ ของพระองค์ไว้บนผนังหินปากถ้ำเกาะลังกาจิวแห่งนี้ เป็นอีกหมู่เกาะที่น่าไปดำน้ำดูปะกะรังอีกหนึ่งเกาะในจังหวัดชุมพร ซึ่งมีระยะห่างจากฝั่ง 8 กิโลเมตรโดยประมาณ และใช้เวลาเดินทาง 30 นาทีโดยประมาณ มีหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใสแจ๋วจนมองเห็นข้างล่างว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ภายใต้พื้นน้ำ ไม่ค่อยมีหินทำให้เวลาเดินเหยียบรู้สึกไม่เจ็บเท้าอย่างแน่นอน เหมาะแก่การลงไปเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ และถ่ายรูปสวย ๆ ตรีมมหาสมุทรใส่บิกินนี่โชว์ผิวที่อาบแดดลงโซเชียลได้หลายรูปกันเลยทีเดียว กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวจะเป็นคนรักทะเล และอยากหนีความวุ่นวายในเมืองมาสูดอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติอย่างภาคใต้ นักท่องเที่ยวต่างรู้จักอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร แต่มาเที่ยวครั้งนึง ก็ไม่สามารถจะเก็บได้หมดทุกเกาะ เพราะแค่เกาะเดียวซึ่งมีความงดงามมากจนสามารถอยู่แช่ได้ทั้งวัน ถ้านั่งเรือจากท่าเรือลมพะยา จะผ่านเกาะลังกาจิวอยู่แล้วเพียงแต่ไม่ค่อยมีคนรู้ก็ว่ามีจุดดำนํ้าที่สวยมากและฝุงปลาจำนวนมาก ดอกไม้ทะเลอุดมสมบูรณ์อยู่ที่นี่

เกาะรังกาจิว
เกาะแห่งนี้มีขนาดเล็ก ๆ เป็นแนวปะการังแบบชายฝั่งปรากฏบริเวณทิศตะวันตกของเกาะ หลังจากที่เล่นน้ำเสร็จแล้วที่นี่ไม่มีน้ำจืดให้อาบ มีห้องน้ำที่ใช้น้ำทะเลอาบถ้าอยากอาบน้ำจืดจะต้องกลับอาบที่พักแรม อาหารส่วนใหญ่ของชาวเกาะจะเป็นปลาเค็มตากแห้ง เราจะเห็นปลาห้อยต่องแต่งให้ได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเลย นักท่องเที่ยวไม่สามารถค้างคืนที่เกาะได้มีแต่บ้านของชาวประมงที่สร้างขึ้นอย่างง่ายโดย หลังคามุงจากและโครงสร้างไม้ไผ่ ชาวเกาะที่นี่มีหน้าที่เฝ้ารังนกนางแอ่นอีกด้วย มีที่พักมากมายให้เลือกอย่าง มูนไชน์ รีสอร์ท ชุมพร Moonshine Resort Chumphon, Magic House Resort, เดอ ซี อัลมอนด์  De Sea Almond, Netlada Resort, Tanisa Resort, Villa Varich, Mestyle Resort, Nana Buri Hotel และอีกมากมาย

ทางเกาะจะเปิดให้เข้าชมความงดความของเกาะตั้งแต่เวลา 08:00 – 17:00 น. หลังจากห้าโมงไปแล้วนักท่องเที่ยวไม่สามารถขึ้นเกาะนี้ ใครที่มีความสนใจอยากจะมาเที่ยวสัมผัสธรรมชาติของเกาะลังกาจิวที่เป็นเสน่ห์แห่งท้องทะเลใต้ฝั่งอ่าวไทย สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดข้อมูลเรือนำเที่ยวเกาะรังกาจิว อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานชุมพรได้ทั้งสองเบอร์ที่ 0-7750-1831 หรือ 0-7750-2775-6

 

 

ที่เที่ยวหาดสวยน้ำใสทะเลอันดามัน(ตอนที่ 2)

เกาะมาตรา

เกาะมาตรา

เกาะมาตรา หรือบางคนก็เรียกว่าเกาะมัตรา ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร มีชายหาดที่มีเม็ดทรายขาวสะอาดตาสลับกับโขดหินเล็กใหญ่เรียงรายกันหน้าเกาะ นักท่องเที่ยวต่างนิยมมาเที่ยวที่นี่กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะทำกิจกรรมดำน้ำ ดูปะการัง เพราะมีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงามอยู่มากมายใต้ผืนน้ำ และมีฝูงปลาชุกชุมอยู่เต็มไปหมด เนื่องจากเกาะมาตรามีพื้นที่แนวปะการังชายฝั่งก่อตัวอยู่รอบ ๆ เกาะ ซึ่งมีระดับความลึกประมาณ 8 เมตร แนวปะการังมีสภาพสมบูรณ์ดีถึงดีมากจากการอนุรักษ์ธรรมชาติของเจ้าหน้าที่

เกาะมาตรา

เพราะเป็นเขตที่รับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ และไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะแต่มีพี่เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติประจำอยู่บนเกาะจึงเป็นแหล่งดำน้ำที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมดูปะการังกันอย่างล้นหลาม เป็นเกาะที่เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่อยากใส่บิกินนี่ถ่ายรูปสวย ๆ ไว้ลงโซเชียลอวดเพื่อน ๆ เพราะทัศนียภาพ ณ เกาะแห่งนี้งดงามจนต้องเดินทางมาให้เห็นกับตาของตัวเองเลย เพราะขนาดดูในรูปภาพแล้วยังสวยขนาดนี้ถ้าไปเห็นสถานที่จริงจะสวยขนาดไหน จึงทำให้เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความเป็นธรรมชาติ ที่นี่เป็นเขต ซึ่งแรกเลยที่เห็นบนเกาะมาตราก็คือมุมถ่ายรูปตรงท่าเรือนี่แหละ เป็นแพพลาสติกที่ทอดยาวออกมาในทะเล พอได้ขึ้นไปยืนบนเกาะ แล้วมองออกมาจะเห็นภาพแพพลาสติกทอดยาวออกไปสวยงามมาก

หากนักท่องเที่ยวคนไหนสนใจอยากพักค้างคืนบนฝั่งสามารถติดต่อใช้บริการนำเที่ยวหมู่เกาะทะเลชุมพรได้โดยบริษัททัวร์นำเที่ยว ทะเลชุมพร ซึ่งมีบริการอยู่หลายเจ้า เช่น เกาะมาตรา ดำน้ำเกาะหลักแรด เกาะละวะ เกาะง่ามใหญ่ และ เกาะลังกาจิว เป็นต้น แล้วแต่ว่าเราจะเลือกแพคเกจว่าจะไปเที่ยวที่เกาะไหน สามารถติดต่อขอเช่าเรือนำเที่ยวกับทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะทะเลชุมพรได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 077-558-144 ซึ่งจะคิดค่าบริการแบบเหมาลำไม่ว่าจะมามากมาน้อย ราคาก็เท่ากันหมด จะเป็นเรือยนต์ลำใหญ่ นั่งได้ 10 -15 คนโดยประมาณ

ซึ่งสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อทุกคนทั่วโลกทำให้ไม่สามารถออกไปไหนได้เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อและสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นอีกด้วย ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรเองก็ได้ปิดการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยกเลิก แต่เพื่อน ๆ คนไหนวางแผนที่จะมาท่องเที่ยวที่เกาะมาตราแห่งนี้ สามารถอ่านบทความนี้เพื่อเป็นข้อมูลในการมาเที่ยวหลังจากสถานการณ์ดีขึ้น

 

 

# เกาะกุลา

เกาะกุลา

เกาะกุลา

เป็นหนึ่งในเกาะที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ที่อยู่ห่างจากฝั่งเพียงแค่ 20 นาทีโดยประมาณ ปกติเรานั่งเรือไปเกาะจะนานเป็นชั่วโมง ๆ กันเลยทีเดียว ดังนั้นการการมาเที่ยวกุลาก็ทำให้ใช้เวลาในการเดินทางไม่นานมากนัก มีหาดทรายขาวสะอาดตาเหมาะแกการปูผ้าวางของถ่ายรูปปิกนิกสวย ๆ น้ำทะเลใสจนสามารถมองเห็นแนวปะการังที่สวยงาม เมื่อถึงเกาะแล้วเราจะเห็นนั่งท่องเที่ยวดำน้ำดูปะกะรังกันแล้ว ซึ่งใต้ท้องทะเละของเกาะนั้นเป็นแหล่งที่อยู่ของปะกะรังนิ้วมือ ปะกะรังสมอง หอยเม่น และหอยมือเสืออาศัยอยู่ เวลาดำนั้นจะต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้หอยเม่นเสียบเพราะไม่อย่างนั้นจะทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร

เกาะกุลา

นอกเหนือจากการดำน้ำแล้วยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมคือ พายเรือคายักรับลมชมวิวทิวทัศน์รอบเกาะกุลา สามารถพายจากอ่าวหน้าที่พักแล้วพายอ้อมไปยังท่าเทียบเรือได้ อาหารของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวเกาะอย่างอาหารทะเล เช่น ปูม้านึ่ง ใบเหลียงผัดไข่ ปลากหมึกนึ่งมะนาว แกงส้มปลา โดยเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นคนรังสรรค์ออกมาให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานกัน ช่วงเวลาที่ควรมาเที่ยวคือเดือนมกราคมพฤษภาคม เป็นช่วงที่น้ำทะเลใสที่สุด หากใครจะมาถ่ายรูปควรรู้ไว้จะได้มีรูปสวย ๆ กลับไป

ข้อควรปฏิบัติบนเกาะกุลา

1. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดขึ้นมาบนเกาะ

2. ห้ามนำภาชนะโฟมทุกชนิดขึ้นมาบนเกาะ

3. ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกชนิดขึ้นมาบนเกาะ

4. นำขยะทุกชนิดกลับไปทิ้งบนเกาะ

อัตราค่าบริการในการเข้าชมเกาะ

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

ผู้สูงอายุไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆสามารถเข้าได้ฟรี

หากต้องการติดต่อบ้านพัก สามารถโทรติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 087-272-2238 (คุณลุงประสงค์), 089-970-0504 (คุณลุงสำเริง) บนเกาะมีบ้านพักห้องพัดลม 3 หลัง ราคาหลังละ 1500 บาท สามารถนอนได้ 6 คน และมีลานกางเต็นท์ริมหาด ราคาเต๊นท์ละ 300 บาท นอนได้ 2 คน ต่อ 1 เต็นท์พร้อมพัดลม ใครที่จะมาพักบนเกาะนี้จะต้องเตรียมอาหารการทานมาเอง เนื่องจากไม่มีร้านค้าหรือร้านอาหารอยู่ภายในเกาะ สามารถสั่งกับเจ้าหน้าที่ได้แต่จะต้องสั่งล่วงหน้าเพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จะต้องคำนวณวัตถุดิบให้ถูกกับจำนวนผู้สั่ง ค่าอาหาร 2 มื้อ 550 บาท ต่อคน หรือค่าอาหาร 3 มื้อ 750 บาท ต่อคน หากต้องการเช่าเรือหางยาวข้ามเกาะกุลา สามารถเหมาลำไปกลับในราคา 1000 บาท นั่งได้ทั้งหมด 8 คน สามารถโทรจองเรือได้ที่เบอร์ 061-229-9372 (คุณเอ็กซ์) 

 

 

# เที่ยวอันดามัน

เยาวราช

เยาวราชย่านจีนของกินอร่อย

เยาวราชย่านจีนของกินอร่อย

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แสงสีสวยมากในยามค่ำคืน ถ่ายรูปในตอนกลางวันว่าสวยแล้ว ตอนกลางคืนสวยยิ่งกว่า เป็นแหล่งที่มีของกินหลากหลายประเภทมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานหลักไปยันของกินเล่น เช่น ขนมปังเจ้าอร่อย ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เตาถ่าน หูฉลามน้ำแดง บะหมี่มังกรขาว ซุปรังนก  เกาเหลาเครื่องในหมู ก๋วยจั๊บอ้วนโภชนา เป็นต้น แค่พูดชื่อที่กล่าวมาก็ถึงกับน้ำลายไหลกันเลยทีเดียว ใครที่ชื่นชอบในการรับประทานอาหาร บอกได้เลยว่ามาแล้วไม่เสียใจกลับไปอย่างแน่นอน เพราะที่นี่ ‘เยาวราช’ ตั้งอยู่บนอำเภอสำเพ็ง จังหวัด

เยาวราชย่านจีนของกินอร่อย

กรุงเทพมหานคร เป็นชุมชนที่มีคนจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่จนเติบโตมาเป็นคนไทยที่มีเชื้อสายจีน ในอดีตถนนเยาวราชสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ ๕ โดยมีถนนมังกรเป็นจุดเริ่มต้นของเยาวราชเปรียบเสมือนหัวมังกร ที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษาบริเวณวงเวียนโอเดียน ในระหว่างที่เดินตระเวนหาของกินไปเรื่อย ๆ จะผ่านตลาดเก่าเยาวราช หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าท้องมังกรและจะไปสิ้นสุดลงที่ปลายหางมังกร ตั้งแต่สมัยก่อนจนมาถึงปัจจุบันถนนแห่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามยุค

สมัยแต่ไม่ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือ แหล่งการค้าทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นย่านธุรกิจการค้า ร้านทอง ร้านอาหาร ร้านค้าและอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยสตรีทฟู้ดเป็นแนวยาว และสิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกเยาราชเลยก็คือ“เกาลัด” เพราะไม่ว่าจะเดินผ่านไปทางไหน ก็จะพบเจอพ่อค้าแม่ค้ายืนคั่วเมล็ดเกาลัดอยู่ให้เห็นจนชินตา

 

 

 

Blue Dye Cafe

เที่ยวอันดามัน

เที่ยวอันดามัน

เที่ยวอันดามัน

เที่ยวอันดามัน

เกาะพยาม

———————————————————————————-

ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะพยาม อำเภอมือง จังหวัดระนองเกาะพยามมีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร มีเรื่องเล่ากันว่าสมัยก่อนการเดินทางไปยังเกาะแห่งนี้ แต่ละวันมีเรือออกจากฝั่งเพียงเที่ยวเดียว ถ้าพลาดก็ต้องรอวันถัดไป ในขณะที่ขากลับนั้นก็ต้องอาศัยการโบกเรือที่แล่นผ่านไปแวะกลับฝั่งเป็นหลักนับเป็นเกาะที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการไปมาสู่ ชาวบ้านจึงเรียกเกาะๆนี้ ว่า “เกาะพยายาม” แต่ในภาษาใต้นิยมพูดห้วนๆสั้นๆ เกาะพยายาม จึงกร่อนเสียงเป็น “เกาะพยาม” มาจนทุกวันนี้ โดดเด่นด้วยที่พัก “เดอะ บลู สกาย รีสอร์ท เกาะพยาม” ที่เป็นบังกะโลยื่นไปกลางทะเล สามารถพายเรือคายัคสมความสวยงามและความสมบูรณ์ของธรรมชาติ เกาะพยามเป็นเกาะที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ เพราะมีทั้งสวนมะพร้าว สวนยาง และป่าชายเลน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อนและซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติได้อย่างดีที่สุด เกาะพยาม มีอ่าวขึ้นชื่อคือ อ่าวกวางปีบ เป็นเกาะที่มีความสวยงามที่สุดของเกาะพยาม สามารถดำน้ำดูปะการัง นั่งชิงช้า เดินเล่นชมปูลมได้อีกด้วย

การเดินทาง

จากตัวเมืองระนอง สมารถนั่งรถสองแถวไปยังท่าเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ จากนั้นต่อเรือไปยังเกาะพยาม มีเรือให้เลือก 2 แบบ คือเรือธรรมดา และเรือสปีดโบ๊ท

 

 

เกาะห้อง

———————————————————————————-

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เกาะห้อง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะเหลาบิเละ เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพ สวยงามมาก ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีคราม มีกัลปังหาและปะการังรอบเกาะ โดยมีจุดที่น่าสนใจได้แก่ “ อ่าวบิเละ ” เป็นอ่าวที่มี หาดทรายโค้งเป็นรูปนกบิน ทรายละเอียดขาวสะอาด น้ำทะเลใส  สีเขียวมรกต มีฝูงปลาเล็กๆ แหวกว่ายให้เห็นอยู่ทั่วไป ห่างจาก ชายหาดลงไปในทะเลมีกัลปังหาและปะการังหลากชนิด ชายทะเลเหมาะแก่การเล่นน้ำ  ถือว่าเป็นแหล่งพายเรือคายัคและ แหล่งดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นที่สวยงามจนได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 เกาะ ที่มีหาดน่าเที่ยวและสะอาดที่สุดในโลก

การเดินทาง

สามารถเดินทางด้วยเรือเช่าเหมาลำจากอ่าวนาง หรือสามารถเลือกซื้อทัวร์จากอ่าวนางหรือสอบถามได้จากที่พัก และสามารถใช้บริการเรือหางยาวท่องเที่ยวเกาะต่างๆในกระบี่ของสหกรณ์เรือหางยาว ติดต่อได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา

 

 

# 5 คาเฟ่น่านั่งเมืองในฝันจังหวัดกระบี่

N10 Cafe

N10 Cafe

เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส หรือเรียกอีกอย่างว่าภาวะโรค Covid-19 ทางร้าน N10 café จึงปิดให้บริการชั่วคราว และเปิดให้บริการอีกครั้งในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ซึ่งคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 342 ซอยอรุณอมรินทร์ 18 ถนนอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย จังหวัดกรุงเทพมหานคร มีทำเลดีมากเพราะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งร้านอยู่ในตลาดวังหลังข้างล่างโรงแรมบ้านวังหลังริเวอร์ไซต์ ไม่สามารถเดินทางเข้ามาด้วยรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ต้องนั่งเรือข้ามฟากมาจากท่ามหาราช และท่าพระจันทร์

N10 Cafe

หากใครเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถของโรงแรมบ้านวังหลังริเวอร์ไซต์ หรือหลังโรงพยาบาลศิริราช หากใครเดินทางด้วยรถประจำทางสามารถขึ้นได้หลายสาย เช่น สาย 57 , 149 , 146 , 80 . 81 มาลงที่ป้ายหน้าโรงพยาบาลเดินเข้าในตรอกวังหลังเท่านั้นเอง ใคร ๆ ก็ว่าเป็นร้านแค่หักสิบ แต่วิวหลักล้านที่สามารถนั่งรับลมชมวิวกรุงเทพฯได้ย่างเพลิดเพลิน แต่หากวันใดฝนตกขึ้นมาก็ต้องย้ายเข้าไปข้างในไปนั่งตากแอร์เย็น ๆ ให้ชื่นใจกันไป ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เป็นช่วงที่ท้องฟ้าสวยมาก เหมาะแก่การนั่งจิบกาแฟพรางแหงนมองดูธรรมชาติ โต๊ะนั่งสำรองลูกค้าเป็นโต๊ะไม้ที่ดูเข้ากันเมื่อถ้วยกาแฟเสิร์ฟลงบนโต๊ะสีน้ำตาล

นอกเหนือจากคาเฟ่ที่มีในตอนเช้า อาหารที่มีทั้งวัน ยังมีบาร์ที่เปิดในตอนกลางคืน เรียกได้ว่าตอบโจทย์ผู้ที่มาพักโรงแรมและลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารเอามาก ๆ เพราะคาเฟ่แห่งนี้มีเมนูน่าลิ้มลองหลากหลายประเภทโดยเฉพาะเมนูแนะนำอย่าง Chocolate Truffle ใครที่ชอบช็อกโกแล็ตต้องลองเมนูนี้เลย, Crepe Cake with Strawberry ใครที่ชอบทานสตรอเบอรี่ควรลองเครปเค้ก, Sauce Spinach Cheese Croissant หาใครไม่อยากทานเค้กทางร้านมีขนมปังครัวซองค์, Hot Latte เสิร์ฟร้อน ๆ พร้อมความกลมกล่อม, Spaghetti Bacon ที่อร่อยถูกปากใครหลาย ๆ คนจนมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

จนการเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนที่อยู่ในระแวกนี้ โดยมีนักเรียน นักศึกษามานั่งอ่านนั่งสือกันที่นี่ และคนวัยทำงานมานั่งเล่นโน้ตบุ๊คพลางจิบกาแฟในวันสบาย ๆ เปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9:00 – 20:00 น. และวันศุกร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 22:00 น. สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ติดต่อ 088-000-8342 และติดตามข่าวสารของร้านว่ามีโปโมชั่นอะไรใหม่ ๆ ได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจจากลิงค์ https://www.facebook.com/N10cafebangkok/

 

 

Blue Dye Cafe

Hubba-to ( April Story )

Hubba-to ( April Story )

เป็นร้านคาเฟ่แบบ co-working space ในย่านศูนย์การค้า habito mallแถวอ่อนนุช ทุกคนต่างเรียกคาเฟ่นี้ว่า Hubba แต่ไม่รู้เลยว่าชื่อคาเฟ่จริง ๆ นั้นมีชื่อว่า ‘April Story’ ซึ่งก็อยู่ในโครงการ Habito Mall สุขุมวิท 77 จังหวัดกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีอ่อนนุช ทางออกที่ 2 คาเฟ่เหมาะแก่การมานั่งทำงาน นัดประชุมเป็นอย่างมากเพราะจัดสรรพื้นที่ได้ดี เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานออฟฟิศที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศอุดอู้อยู่ภายในอาคารออกมาสูดอากาศพร้อมจิบกาแฟร้อน ๆ ขนมหวาน ๆ ทำให้มีไฟในการทำงานมากยิ่งขึ้น หรือฟรีแลนซ์ทั้งหลายที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ขอแค่มีคอมกับอินเทอร์เน็ต เป็นร้านที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการใช้สมาธิจึงมีความเงียบสงบ ภายในร้านมีผนังเป็นสีเทา

Hubba-to ( April Story )

ตกแต่งด้วยท่อสีฟ้าน้ำทะเลให้ร้านดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น ลักษณะของร้านเป็นบ้าน 2 ชั้น มีถอดจอดรถให้จอด มีเรือนกระจกที่สามารถปะชุมได้ทั้งแผนกสามารถจุคนได้ 25 คน โดยมีต้นไม้ตกแต่งล้อมรอบให้ความร่มรื่นสบายตา หากใครสนใจจะมาประชุมที่คาเฟ่แห่งนี้ สามารถจองกับทางร้านล่วงหน้าด้วยราคา 1600 บาท ต่อ 1 ชม. กับแบบเหมา 9500 บาท ต่อ 8 ชั่วโมง แต่หากประชุมกันกลุ่มเล็ก ๆ ก็มีห้องภายในเป็นปูนขัดมัน พื้นกระเบื้องสีขาว มีจอทีวีในราคา 310 บาท ต่อ 1 ชั่วโมง หรือแบบเหมา 1900 บาท ต่อ 8 ชั่วโมง และในส่วนของคนที่มาคนเดียวมีโต๊ะที่มีที่นั่งเดี่ยว ๆ เหมือนอยู่ในห้องสมุดอีกเพียบ โดยคิดเป็น 1 คน ต่อ 1 วัน ในราคา 299 บาท มีไวไฟฟรีเน็ตความเร็วสูง สามารถดูหนังฟังเพลงแบบไม่สะดุด พรีเซนต์งานได้อย่างมืออาชีพ


นอกจากจากการนั่งทำงานแล้วยังมีเรื่องของเครื่องดื่มและอาหารทานง่ายอีกหลายเมนูให้ได้ออเดอร์กันระหว่างทำงาน หากใครไม่อยากเสียเงินเพิ่มในส่วนของอาหาร มีไมโครเวฟ และตู้น้ำดื่มฟรี ให้เราเดินไปหยิบได้เลย กาแฟของที่นี่มีความพิถีพิถันในการชงเพราะยังคงคอนเซ็ปต์ของการชงแบบ Aeropress โดยมีลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติเสียส่วนใหญ่ ซึ่งHubbaมีทั้งหมด 4 สาขา อีก 3 สาขามีดังนี้น  HUBBA Ekkamai – ซอยเอกมัย 4 ถนนสุขุมวิท 63 พระโขนงเหนือ วัฒนา, HUBBA Silom – ติด BTS ศาลาแดง ชั้น 19 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์, HUBBA Sathorn – ใกล้ BTS ช่องนนทรี ชั้น 2 ของศูนย์อาหาร Siamnara Food Work ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 20:00 น.

สามารถโทรติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ติดต่อ 097-979-6495 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook fanpage ได้ที่ลิงค์ https://www.facebook.com/aprilstorycafe/

 

 

# Patom Organic Living

Factory Coffee

Factory Coffee

Factory Coffee

เป็นร้านคาเฟ่ยอดนิยมตั้งอยู่ที่ 49 ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี จังหวัดกรุงเทพมหานคร อยู่ในซอยข้างสถานี Airportrailink พญาไท ถัดจากโรงแรมtranz สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีพญาไท ทางออกที่ 4 เป็นร้านคาเฟ่ที่มีวัตถุดิบได้มาตรฐานทำให้ถูกปากนักดื่มกาแฟทั้งหลาย ทำให้กาแฟทุกแก้วที่ชงออกมามีความนุ่มละมุนลิ้นพร้อมละลายในปาก จุดเด่นของร้านคือรสชาติของกาแฟโดยฝีมือบาริสต้าฝีมือยอดเยี่ยมที่ได้รับรางวัลระดับโลกจากการรังสรรค์กาแฟออกมา ตัวร้านไม่ได้ใหญ่แต่ทำไมถึงมีผู้คนจำนวนมากต่างเข้ามาสั่งเครื่องดื่มกันอยู่เรื่อย ๆ คอนเซ็ปของร้านคือรวบรวมาริสต้ามืออาชีพที่ได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งหนึ่งในบาริสต้าได้คว้ารางวัล World Barista Championship 2018 เป็นที่ไว้วางใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อ และเป็นร้านคาเฟ่ที่ได้รับการแนะนำโดยผู้ใช้แอพลิเคชัน Wongnai user choice

Factory Coffee

ภายในร้านมีถ้วยรางวัลมากมายวางอยู่บนตู้โชว์ เผยให้เห็นความสำเร็จของร้าน ในตอนนี้ Factory Coffee มีทั้งหมด 3 สาขา ซึ่งสาขาที่เราพูดถึงอยู่นี้คือสาขาที่ 3 ที่สามารถขยายธุรกิจกาแฟให้ใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิมเพราะว่าทางร้านดริปกาแฟคั่วบดเองทั้งหมด โดยมีขวดที่มีสติกเกอร์ร้านลวดลาดเท่ ๆ ให้ถ่ายรูปกัน ไฮไลท์ของที่นี่คือ Smoked Black Cocoa ที่มีรสชาติเข้มข้นของช็อคโกแล็ตที่มีกลิ่นควันจาง ๆ เป็นที่มาของชื่อเมนู นอกจากจะมีกาแฟที่เป็นตัวชูโรงร้านแล้ว ยังมีเครื่องดื่มประเภทอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ค็อกเทลอย่าง Honolulu กาแฟผสมนมเย็นและชาโฮจิฉะให้รสชาติผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว

โดยร้านที่มีหุ้นส่วนด้วยกันทั้งหมด 5 คน มีความฝันว่าจะเปิดร้าน Factory Coffee ในต่างประเทศซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยแต่ก็ไม่ยากสำหรับคาเฟ่แห่งนี้ ซึ่งประเทศที่อยู่ในการวางแผนที่จะขยายสาขาคือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ เพื่อน ๆ จะได้พบคาเฟ่แห่งนี้ได้เปิดตัวที่ประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างแน่นอน การตกแต่งภายในร้านค่อนข้างไปทางสไตล์ล๊อฟ ด้วยเคาน์เตอร์ที่เป็นปูนขัดมัน และการจัดวางโต๊ะนั่งดื่มข้างกระจกของร้านที่สามารถมองออกไปชมวิวภายนอกได้ ให้บรรยากาศเงียบสงบสามารถนำโน้ตบุ๊คมานั่งทำงานภายในร้านได้ หรือจะมานัดประชุดได้เช่นกัน หากใครได้แวะมาแถวพญาไทต้องลองเข้ามาสั่ง Black Cocoa Yenดูสักครั้ง

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08:30 – 18:00 น. สามารถติดต่อสอบถามหรือจองโต๊ะได้ที่เบอร์ 085-145-4184 หรือ080-958-8050 และติดตามข่าวสารเมนูต่าง ๆ ทั้งเก่าและใหม่ได้ที่อินสตราแกรม @factorybkk หรือ fanbook fanpage ที่ www.facebook.com/factorybkk

 

 

Blue Dye Cafe

ภูกระดึง

วัดใจด้วยการขึ้นภูกระดึง

วัดใจด้วยการขึ้นภูกระดึง

——————————————————————————–

ถ้าพูดถึงจังหวัดเลยคนส่วนใหญ่จะนึกถึงผีตาโขน เชียงคาน หรือ “ภูกระดึง” เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักเดินป่าต่างมากันในวันหยุดสุดสัปดาห์ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง บ้านศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย มีเส้นการเดินทางเก่าแก่มาช้านาน เมื่อเริ่มเดินขึ้นเขาและจะมีที่พักเหนื่อยเป็นช่วง ๆ ในแต่ละช่วงจะเรียกว่า “ซำ” มีความหมายว่าพื้นที่ที่มีน้ำขังอยู่ เป็นบริเวณที่มีสัตว์ป่าออกมากินน้ำ โดยมีทั้งหมด 7 ซำ ได้แก่ ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน ซำแคร่ เป็นต้น

วัดใจด้วยการขึ้นภูกระดึง

  1. ซำแฮก : ในภาษาท้องถิ่นมีความหมายว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นจุดพักเหนื่อยจุดแรก
  2. ซำบอน : เป็นพื้นที่ที่มีต้นบอนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
  3. ซำกกกอก : เป็นพื้นที่ที่มีต้นมะกอกเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
  4. ซำกกหว้า : เป็นพื้นที่ที่มีต้นหว้าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
  5. ซำกกไผ่ : เป็นพื้นที่ที่มีต้นไผ่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
  6. ซำกกโดน : เป็นจุดพักเหนื่อยจุดเกือบสุดท้ายโดยห่างจากซำกกไผ่ 300 เมตรโดยประมาณ
  7. ซำแคร่ : เป็นจุดพักเหนื่อยจุดสุดท้ายก่อนถึงยอดภูกระดึ

ภูกระดึงจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นเขาได้ในช่วงฤดูหนาวประมาณต้นเดือนตุลาคมจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม มีนักท่องเที่ยวมากมายต่างขึ้นมาที่นี่เพื่อชมทะเลหมอกและรอดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าตรู่ โดยมีเส้นทางการเดินขึ้นเขาที่ยาวนานแต่เมื่อได้ขึ้นไปถึงยอดภูกระดึงแล้วเราจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เนื่องจากมีป้ายขนาดใหญ่มี่เขียนว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือผู้พิชิตยอดกระดึง” ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่ามาถึงแล้วจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีทัศนียภาพที่สวยงามรอคอยเราอยู่มากมายบนยอดภูกระดึง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกถ้ำสอเหนือที่มีใบเมเปิ้ลร่วงหล่นสู่พื้นให้ได้เก็บไปไว้คั่นหนังสือไดอารี่ เมื่อใบแห้งแล้วจะเป็นอะไรที่คลาสสิคมาก ๆ  หากเราไม่ได้เตรียมแก๊สปิกนิกมาด้วยบนภูกระดึงจะมีร้านค้าต่าง ๆ ให้เราไปสั่งอาหารรับประทานได้ ไฮไลท์ของภูกระดึงคือ “ผานกแอ่น” ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปหย่อนขาที่หน้าผาถ่ายรูปช่วงพระอาทิตย์กำลังตก เป็นช่วงเวลาที่แสงงดงามมาก แถมยังมีน้ำให้เล่นที่ น้ำตกวังกวาง น้ำตกพ่วงพบ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ เป็นต้น

หากเราไม่ได้เตรียมเต็นท์มากางพักแรมสามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเกี่ยวกับการจองที่พักได้ที่เบอร์ 042 – 810 – 833 โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08:00 – 16:30 น.

 

 

# เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

เขาช้างเผือก

เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

—————————————————————————————

หากใครเป็นผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าปีนเขาไม่ควรพลาดกับการไปพิชิตเขาช้างเผือก ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเขาที่มีชื่อละม้ายคล้ายดาราจักรในวิชาดาราศาสตร์คือทางช้างเผือก โดยเขาแห่งนี้เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับยอดเขาอื่น ๆ เพราะเส้นทางการเดินขึ้นเขานั้นมีความหวาดเสียวและท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากความสูงที่ห่างจากระดับน้ำทะเล 1,249 เมตรโดยประมาณ มีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ๆ ที่มีทุ่งหญ้าเขียวขจีล้อมรอบ จุดเด่นของที่นี่คือสันเขาที่เรียกกันว่า “สันคมมีด” เพราะระหว่างทางที่เดินขึ้นไปนั้น เมื่อมองลงมาข้างล่างจะเสียวสันหลังวาบเพราะความสูงชันของเขาช้างเผือกเล่นเอาหัวใจนักเดินป่าหล่นไปยังตาตุ่ม การมาเที่ยวครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนการมาเล่นรถไฟเหาะ

เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

เขาช้างเผือกไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาได้ตลอดทั้งปี เพราะเขาแห่งนี้จะเปิดให้ขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงสิ้นเดือนมกราคม ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูหนาวแต่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเพราะบางปีทางอุทยานก็ไม่เปิดเลย หากใครมีความประสงค์ที่จะพิชิตเขาช้างเผือก จะต้องมีการเตรียมความพร้อมมาก่อนแล้วด้วยการติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวไม่สามารถที่จะขึ้นเขาได้มากกว่าจำนวนที่ทางอุทยานกำหนดเอาไว้ จะต้องมาการจองทริปล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์เนื่องจากการเดินขึ้นไปนั้นสามารถขึ้นได้ไม่เกิน 60 คน และจะต้องฟิตร่างกายมาให้พร้อมเพราะมีระยะที่ต้องเดินทางเท้าเกือบ 8 กิโลเมตรเลยทีเดียว ใช้เวลาในการเดินอย่างเร็วที่สุดที่ 3 – 4 ชั่วโมงและอย่างช้าที่สุดที่ 6 ชั่วโมงโดยประมาณ

การพักแรมที่นี่จะตั้งแคมป์ได้แค่คืนเดียวเท่านั้น โดยจะมีเจ้าหน้าที่อุทยาน 5 คนคอยดูแล โดยจะดูแลเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 12 คน บนยอดเขาจะไม่มีสิ่งปลูกสร้างเพราะจะคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้แต่จะมีเต็นท์ให้กางค้างคืนแทน นักท่องเที่ยวคนไหนที่มีสัมภาระเยอะมากเกินไปแล้วไม่สามารถที่จะแบกขึ้นมาได้ ทางอุทยานฯมีลูกหาบช่วยขนสัมภาระให้จ้างในราคาที่สมควร โดยการขึ้น – ลงเขานี้จะมีเชือกให้จับเพราะมีความเสี่ยงที่จะผลัดตกลงจากเขาได้ ดังนั้นขณะปีนจะต้องคอยระมัดระวังเป็นอย่างมาก ไม่ว่านักเดินป่าได้ผ่านเขาช้างเผือกไปได้ เขาอื่น ๆ ก็กล้วยไปเลยเมื่อเทียบกับการเดินพิชิตเขาช้างเผือกแห่งนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 034 – 510 – 979 ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมีค่าเข้าอุทยานเพียงแค่ 40 บาทเท่านั้น สำหรับเด็กเพียงแค่ครึ่งราคาคือ 20 บาท

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)