เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

เขาช้างเผือก

เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

หากใครเป็นผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าปีนเขาไม่ควรพลาดกับการไปพิชิตเขาช้างเผือก ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเขาที่มีชื่อละม้ายคล้ายดาราจักรในวิชาดาราศาสตร์คือทางช้างเผือก โดยเขาแห่งนี้เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับยอดเขาอื่น ๆ เพราะเส้นทางการเดินขึ้นเขานั้นมีความหวาดเสียวและท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากความสูงที่ห่างจากระดับน้ำทะเล 1,249 เมตรโดยประมาณ มีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ๆ ที่มีทุ่งหญ้าเขียวขจีล้อมรอบ จุดเด่นของที่นี่คือสันเขาที่เรียกกันว่า “สันคมมีด” เพราะระหว่างทางที่เดินขึ้นไปนั้น เมื่อมองลงมาข้างล่างจะเสียวสันหลังวาบเพราะความสูงชันของเขาช้างเผือกเล่นเอาหัวใจนักเดินป่าหล่นไปยังตาตุ่ม การมาเที่ยวครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนการมาเล่นรถไฟเหาะ

เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

เขาช้างเผือกไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาได้ตลอดทั้งปี เพราะเขาแห่งนี้จะเปิดให้ขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงสิ้นเดือนมกราคม ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูหนาวแต่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเพราะบางปีทางอุทยานก็ไม่เปิดเลย หากใครมีความประสงค์ที่จะพิชิตเขาช้างเผือก จะต้องมีการเตรียมความพร้อมมาก่อนแล้วด้วยการติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวไม่สามารถที่จะขึ้นเขาได้มากกว่าจำนวนที่ทางอุทยานกำหนดเอาไว้ จะต้องมาการจองทริปล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์เนื่องจากการเดินขึ้นไปนั้นสามารถขึ้นได้ไม่เกิน 60 คน และจะต้องฟิตร่างกายมาให้พร้อมเพราะมีระยะที่ต้องเดินทางเท้าเกือบ 8 กิโลเมตรเลยทีเดียว ใช้เวลาในการเดินอย่างเร็วที่สุดที่ 3 – 4 ชั่วโมงและอย่างช้าที่สุดที่ 6 ชั่วโมงโดยประมาณ

การพักแรมที่นี่จะตั้งแคมป์ได้แค่คืนเดียวเท่านั้น โดยจะมีเจ้าหน้าที่อุทยาน 5 คนคอยดูแล โดยจะดูแลเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 12 คน บนยอดเขาจะไม่มีสิ่งปลูกสร้างเพราะจะคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้แต่จะมีเต็นท์ให้กางค้างคืนแทน นักท่องเที่ยวคนไหนที่มีสัมภาระเยอะมากเกินไปแล้วไม่สามารถที่จะแบกขึ้นมาได้ ทางอุทยานฯมีลูกหาบช่วยขนสัมภาระให้จ้างในราคาที่สมควร โดยการขึ้น – ลงเขานี้จะมีเชือกให้จับเพราะมีความเสี่ยงที่จะผลัดตกลงจากเขาได้ ดังนั้นขณะปีนจะต้องคอยระมัดระวังเป็นอย่างมาก ไม่ว่านักเดินป่าได้ผ่านเขาช้างเผือกไปได้ เขาอื่น ๆ ก็กล้วยไปเลยเมื่อเทียบกับการเดินพิชิตเขาช้างเผือกแห่งนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 034 – 510 – 979 ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมีค่าเข้าอุทยานเพียงแค่ 40 บาทเท่านั้น สำหรับเด็กเพียงแค่ครึ่งราคาคือ 20 บาท

 

 

# สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี 

ผจญภัย ณ เขาสันหนอกวัว

ผจญภัย ณ เขาสันหนอกวัว

สำหรับคนที่ชื่นชอบการผจญภัยก็คงหนีไม่พ้นกับกิจกรรมท้าทายต่าง ๆ เช่น การเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม การดำน้ำดูสัตว์โลกใต้ท้องทะเล การไปกระโดดบันจี้จัมพ์ นั่งเรือล่องแก่ง และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ได้กล่าวมา การเดินป่าปีนเขาก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สนุกและน่าตื่นเต้นไปกับธรรมชาติรอบตัวเรา นอกจากเขาช้างเผือกที่ว่ามีเส้นทางขึ้นเขาที่หวาดเสียวแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งเขาที่หวาดเสียวไม่แพ้กันคือ “เขาสันหนอกวัว” ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาแหลม หมู่ที่ 4 ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นยอดเขาที่สูงกว่าเขาลูกอื่นในจังหวัดกาญจนบุรีที่ 1,767 เมตรโดยประมาณห่างจากระดับน้ำทะเล สูงกว่าเขาช้างเผือกที่ 518 เมตรโดยประมาณ มีลักษณะเขียวชอุ่มจากพื้นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์มากและเขาแห่งนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ยอดเขาที่นูนออกมาละม้ายคล้ายสันหลังของวัว ทำให้เขานี้มีชื่อว่าเขาสันหนอกวัว เขาสันหนอกวัวนี้ไม่ได้โดดเดี่ยวเดียวดายอยู่เพียงเขาเดียว เพราะยังมีสันหนอกวัวพ่อ สันหนอกวัวแม่ และสันหนอกวัวลูกที่เป็นหนอกเล็ก ๆ น่ารักอยู่ไม่ไกลจากสันหนอกพ่อและสันหนอกแม่

ผจญภัย ณ เขาสันหนอกวัว

การเดินขึ้นเขานั้นนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินขึ้นเองได้จะต้องทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ก่อน เพื่อที่จะนั่งรถจากอุทยานฯไปยังจุดเริ่มต้นทางขึ้นเขาสันหนอกวัว โดยใช้เวลา 10 นาทีโดยประมาณ ต้องให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีความชำนาญทางเป็นคนนำทางเราไปเพราะเราอาจจะหลงป่าได้ โดยมีระยะทางไกลกว่าเขาช้างเผือก 1 กิโลเมตรคือ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางเท้า 6 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ หากใครที่ฟิตร่างกายมาเป็นอย่างดีอาจเดินเพียงแค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้น แต่การเดินขึ้นเขาจะเป็นการเดินแบบกลุ่ม เวลาเฉลี่ยในการเดินทางจึงอยู่ที่ 6 – 7 ชั่วโมง หากใครที่แบกสัมภาระมามากเกินกว่าที่ตนเองจะแบกขึ้นมาไหว ทางอุทยานมีบริการจ้างหาบ โดยลูกหาบสามารถแบกสัมภาระได้ถึง 30 กิโลกรัมเลยทีเดียว ค่าจ้องอยู่ที่ 1,400 บาทตามความเหมาะสม

ช่วงที่สามารถขึ้นเขาได้คือช่วงประมาณปลายเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยจะเปิดให้ขึ้นเพียง 4 วันใน 1 สัปดาห์เท่านั้น การพักแรมบนเขาสันหนอกวัวนั้นจะเป็นการนอนกางเต็นท์ซึ่งเราจะพกไปเองหรือจะเช่าจากอุทยานฯที่ป้อมปี่ด้านเก็บค่าบริการก็ได้ โดยสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่เวลา 08:00 – 09:00 น. หากไม่อยากกสงเต็นท์นอนสามารถติดต่อจองบ้านพักกับทางอุทยานฯได้อีกด้วย แต่ไหน ๆ ก็มาเดินป่าขนาดนี้แล้วแนะนำให้นอนเต็นท์ดีกว่าจะได้บรรยากาศธรรมชาติเต็มที่

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

กุ้ยหลินเมืองไทย

กุ้ยหลินเมืองไทย ไปกันไหมอยู่แค่สุราษฎร์ฯ

กุ้ยหลินเมืองไทย ไปกันไหมอยู่แค่สุราษฎร์ฯ

ในประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย โดยเฉพาะภาคใต้ที่มีจุดเด่นคือท้องทะเลที่สวยงาม วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวกันที่ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” มีความงดงามไม่แพ้ทะเลที่อื่นเหมือนกัน โดยการเที่ยวในครั้งนี้มีกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น ส่องสัตว์ในยามเช้าตรู่ พายเรือคายักชมธรรมชาติที่สวยงาม ล่องเรือชมทะเลหมอกและกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเขื่อนเชี่ยวหลานตั้งอยู่บนอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเมื่อก่อนเป็นพื้นที่จัดสรรของการไฟฟ้าเขื่อนรัชชประภา ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนอพยพมาจากตำบลไกรสร โดยเขื่อนแห่งนี้ช่วยยับยั้งน้ำป่าไหลหลากจากการเก็บน้ำของเขื่อนในช่วงฤดูฝน แถมยังช่วยผลักดันน้ำเค็มในยามแห้งแล้งอีกด้วย โดยน้ำในเขื่อนสามารถเจือจางน้ำเสียให้ดีขึ้นได้

กุ้ยหลินเมืองไทย ไปกันไหมอยู่แค่สุราษฎร์ฯ

 

 

 

ภายในเขื่อนเชี่ยวหลานมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่มากอย่างน้ำตกที่มีอยู่หลายพื้นที่ ดังนี้

– น้ำตกแม่ยายอยู่ห่างไม่ไกลจากอุทยานมากนักเหมาะมาเข้าชมในช่วงหน้าฝนเพราะน้ำตาที่ตกมาจากหน้าผาจะสวยงามมาก

– น้ำตกธารสวรรค์เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียวที่ไหลจากหน้าผาสูงชันโค้งเหมือนรุ้งกินน้ำ

– น้ำตกวังหินมีที่นักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำกันอย่างเพลิดเพลินด้วยพื้นที่ที่มีความกว้างและยาวและมีจุดชมวิวอย่างน้ำตกบางวิ่งหิน

– น้ำตกโตนกลอยเป็นน้ำตกที่สามารถพักผ่อนได้บริเวณลานหินและมีน้ำไหลแรงตลอดทั้งปี

– น้ำตกโตนไทรเป็นน้ำตกที่อยู่บริเวณลำคลองสก ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากน้ำตกโตนกลอยแต่อยู่ห่างจากตัวอุทยานไกลพอสมควร

– ตั้งน้ำป็นบริเวณที่มีน้ำลึกและมีปลาชุกชุมจำนวนมากโดยมีน้ำจากคลองไหลศกไหลผ่านอยู่เบื้องล่าง

นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามให้เที่ยวแล้ว ยังมีที่พักที่สวยงามไม่แพ้กัน ซึ่งที่พักที่นี่จะเป็นแพ และในแต่ละแพจะมีความแตกต่างกันออกไปตามรีสอร์ทต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น “แพ 5,000 ไร่” เป็นแพที่มีชื่อเสียงในเรื่องของทัศนียภาพที่สวยที่สุดกว่าแพไหน ๆ มีการบริการนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพระดับโรงแรมห้าดาว และให้ความสะดวกสบายในการพักผ่อนหย่อนใจ อยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ภายในเขื่อนอย่าง น้ำตก ถ้ำ ภูเขา เป็นต้น ซึ่งราคาที่พักค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร แต่เมื่อเทียบกับวิวรอบด้านแพแล้วถือว่าคุ้มค่ากับการจองที่พักที่นี่ โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 8,000 – 27,000 บาท รวมแพ็คเกจแล้ว สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานใหญ่ที่เบอร์ 077 – 953 – 013 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8 : 30 – 17 : 00 น.

 

 

# หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

Patom Organic Living

Patom Organic Living

———————————————————————–

ถ้าพูดถึงร้านคาเฟ่ นอกจากจะมี กาแฟ เป็นองค์ประกอบสำคัญของร้านแล้วยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย อย่างเช่นที่มาของชื่อร้าน “ปฐม” หรือมีชื่อเต็มว่า ปฐม ออแกนิค ลีฟวิ่ง เพราะทางร้านมีสินค้าออแกนิคที่เป็นผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติประเภทสกินแคร์ต่าง ๆ อย่างยาสระผมบำรุงเส้นผม ลิปบาร์มทาปาก สบู่ฟอกตัว และยาดมชื่นใจ ให้จำหน่าย รสชาติของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่มีรสชาติถูกปากของคนที่แวะเวียนผ่านมาซื้อกลับบ้านหรือนั่งดื่มที่ร้าน การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านมีลักษณะเป็นกลาสเฮ้าส์มีกระจกมากมาย ทำให้การถ่ายรูปภายในร้านออกมาดูมีมิติ ให้ความรู้สึกโปร่งสบายจากกระจกหลอกตาว่ามีพื้นที่กว้างขึ้น การบริการของพนักงานให้ความเป็นกันเองทำให้ลูกค้าเกิดความคุ้นเคยและอยากกลับมาดื่มอีก ความสอาดของวัสดุอุปกร์ในการชงทำให้ลูกค้าไว้วางใจในการสั่งเครื่องดื่มอย่างมีมาตรฐาน เป็นต้น โดยตัวคาเฟ่นั้นเปิดในกลางทองหล่อที่เป็นแหล่งชุมชนที่มีผู้คนมากมายชอบมาที่นี่

Patom Organic Living

ในเรื่องของเมนูอาหารจะเป็นเมนูออแกนิก เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่รักสุขภาพ เมนูที่รังสรรค์ไปด้วย ผัก ผลไม้นา ๆ ชนิดจากกลุ่มเกษตรกรมูลนิธิสังคมสุขใจที่มีรสชาติอร่อยถูกปากคนทานสายเขียว ผักของทางร้านมีความสดใหม่ทุกวัน ด้วยวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานดีจากเหล่าเกษตรกรของมูลนิธิฯ โดยทางร้านจะหักรายได้ 3 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งหมดเพื่อนำไปสมทบทุนให้กับมูลนิธิสังคมสุขใจ จุดเด่นของร้านคือเสิร์ฟแบบเป็นกล่องพกพาได้สะดวก การห่อใบตองเพิ่มความเป็นไทย

และปิ่นโตเงินให้อารมณ์เหมือนคุณแม่ทำกับขาวให้เราพกไปโรงเรียน เครื่องดื่มที่นี่เป็นผักออแกนิกสดหลากหลายชนิดปั่นละเอียดบรรจุลงขวดทานคู่กับอาหารบอกเลยว่า ออแกนิ๊ก ออแกนิก ในราคา 85 บาท อย่างน้ำฝรั่งออแกนิก น้ำมะนาวน้ำผึ้ง และน้ำฝรั่งออแกนิก

ร้านตั้งอยู่บนซอยสุขุมวิท 49 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09:30 – 19:00 น. สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 202-848-649 หรือติดตามข่าวสารของร้านได้ที่ Facebook fan page หรือ Instagram ชื่อว่า “patom.organics” ไฮไลท์ของที่นี่คือ มุมนั่งรับประทานอาหารภายในร้านที่มีความออแกนิกจากการใช้ไม้เก่ามาทำเฟอร์นิเจอร์ ให้ความสวยงามจากต้นไม้ที่ล้อมรอบโต๊ะ เก้าอี้ เสริมสร้างบรรยากาศในการรับประทานอาหารให้ร่มรื่นอีกด้วย

ซึ่งลูกค้าสามารถบริการตนเองได้เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ที่นี่เป็นชาวต่างชาติจึงมี Self serviceเกิดขึ้นที่เห็นบ่อย ๆ กันในต่างประเทศ ภายในตัวอาคารมีแอร์เย็นช่ำให้ลูกค้าที่หนีความวุ่นวายภายในเมืองเข้าสู่ป่า สู่ธรรมชาติที่งดงามภายในร้าน

 

 

5 ร้านอาหารแนะนำจังหวัดสมุทรปราการ

Blue Dye Cafe

Blue Dye Cafe

Blue Dye Cafe

———————————————————–

         ร้านคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 จังหวัดกรุงเทพมหานคร ย่านชุมชนใกล้สถานี BTS ทองหล่อที่เดินทางสะดวกสบาย ลักษณะของร้านมีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านสไตล์วินเทจด้วยผ้าย้อมสีครามที่มีความแหวกแนวไม่เหมือนร้านอื่น ลงตัวกับความโบฮีเมียน ร้านมีทั้งหมด 2 ชั้น โดยส่วนใหญ่มีมุมขายของเกือบจะครึ่งร้าน ชั้นแรกจะเป็นโซนนั่งดื่มกาแฟชิล ๆ และมีผลิดตภัณฑ์น่ารัก ๆ จำหน่ายให้คุณลูกค้าอุดหนุนกลับบ้านได้อีกด้วยอย่างของจำพวกกระจุกกระจิก เช่น เครื่องประดับ หนังสือเย็บสันเอง และยังมีกิจกรรมเวิร์คช็อปให้ลูกค้าร่วมสนุกทุกเดือนไปพร้อมกับทานอาหารเลิศรสและเครื่องดื่มกลมกล่อมของร้าน โดยมีชิ้นส่วนที่ตกแต่งอยู่บนโต๊ะเป็นเครื่องปั้นดินเผาจากแบรนด์ “Cone Number 9 ” เป็นแบรนด์ของคุณมิ้นท์ผู้เป็นเจ้าของร้าน เป็นอุปกรณ์กาแฟนำเข้าจากต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์เซรามิคอาร์ท ๆ เพิ่มมูลค่าให้กับร้านและชั้นบนจะเป็นร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ “Indigo indian” ของคุณตั้มผู้เป็นเจ้าของร้านอีกคน เป็นเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่ใช้ผ้าฝ้ายย้อมครามที่เป็นที่มาของชื่อร้านมาตัดเย็บให้เป็นชุดที่สวยงาม ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกชุด

Blue Dye Cafe

การเดินทางมาที่ร้านไม่ยากเลย เมื่อเข้าซอยสุขุมวิท 36 มาแล้วให้ตรงไปแล้วเลี้ยวขวาที่ซอยแรก เข้าไป 50 เมตรโดยประมาณ ร้านจะอยู่ทางขวามือ ทางร้านใช้เมล็ดกาแฟคั่วบดของไทยจาก OMNIA ร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ ไฮไลท์ของที่นี่คือกาแฟเอสเปรสโซ่ใส่เต้าฮวย หรือที่เรียกว่า “Chai Latte with Tofu Pudding” มีกลิ่นหอมของรสชาติเครื่องเทศ เพราะว่าร้านมีเมนูที่เป็นเอกลักษณ์จึงทำให้มีลูกค้าประจำเป็นจำนวนมาก ในช่วงกลางวันลูกค้าจะเยอะมากเป็นพิเศษเพราะร้านอยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยทำให้มีผู้คนต่างแวะเวียนเข้ามานั่งดื่มพูดคุยกัน

โดยมีบรรยากาศที่ให้ความอบอุ่นในโทนสีของร้าน ซึ่งสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่ส่งผลกระทบต้องทุกคนในตอนนี้ ทำให้ร้าน ๆ ร้านปิดตัวลง แต่ทางร้าน Blue Dye Café ยังเปิดให้บริการปกติสำหรับ Delivery และ Take Away อยู่ มีเมนูแสนอร่อยหลากหลายเมนูที่ได้คัดสรรมาอย่างดีที่พร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้าน ยิ่งถ้าได้ทาน Earl grey waffle แล้วละก็บอกเลยว่านุ่มละมุนลิ้นเหมือนได้ตักเข้าปาก แถมยังมีกลิ่นหอมของแป้งวาฟเฟิล

หากลูกค้าท่านใดสนใจจะออเดอร์อาหารไปรับประทานที่บ้าน สามารถสั่งได้ 2 ช่องทางค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางLINE OFFICIAL พิมพ์คำว่า @bluedyecafe จะมีข้อความตอบอัตโนมัติและจะมีพนักงานคอยบริการ หรืออีกช่องทางคือติดต่อทางโทรศัพท์มาที่เบอร์ 094-156-6166, 090-991-2274 และ096-695-9901

 

 

 

คาเฟ่น่านั่งดินแดนอีสานบุรีรัมย์

ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

บทความนี่เรายังอยู่กับจุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติเรามาดูกันว่าเราจะสองจังหวัดไหนมาอวดวิวทะเลหมอกกัน

 

 

ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

ดอยเมี่ยง

—————————————————————————–

ตั้งอยู่บนความสูง 1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นมะค่า จุดที่สูงที่สุดบนดอยเมี่ยง จะเห็นหมอกหนาขึ้นบนดอย มีลักษณะเป็นแอ่งกะทะจุดชมวิวที่นี่สามารถมองเห็นทัศนียภาพทิวทัศน์ของเมืองปายได้อย่างสวยงาม แบบสุดสายตา 360 องศา ท่ามกลางมวลอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดเย็นสบายในทุกฤดู ไม่ไกลจากดอยเมี่ยงยังมีจุดชมพระอาทิตย์ และยอดดอยธงซึ่งเป็นจุดสูงสามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้สูงกว่าดอยเมี่ยงซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 400 เมตร บนดอยเมี่ยงมีบ้านพักให้บริการ รวมถึงเต้นท์รองรับนักท่องเที่ยว การเดินทางขึ้นดอยเมี่ยงต้องใช้บริการรถของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เนื่องจากมีเส้นทางที่แคบ บาช่วงเป็นหลุ่มบ่อต้องใช้ความชำนาญในการเดินทาง

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 1095 เชียงใหม่-ปาย ดอยเมี่ยงอยู่ห่างจากตัวเมืองปายประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอเมืองปาย ให้เลี้ยวซ็ายเข้าหมู่บ้านแพมบก 7 กิโลเมตร จะถึงตัวหมู่บ้าน สามารถจอดรถไว้ และใช้บริการรถรับจ้างขึ้นไปบนดอย

 

 

ภูชี้เพ้อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

—————————————————————————–

ภูชี้เพ้อ ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด อำเภอขุนยวม ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,18 เมร ภูชี้เพ้อเป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยงาม ทั้งยังใกล้กับทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อู่คอและสามารถมองเห็นวิวทุ่งดอกบัวตองเหลืองอร่ามได้จากภูแห่งนี้ด้วย ถือเป็นจุดชมธรรมชาติอันซีนที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักกันมากนัก การขึ้นไปชมวิวทะเลหมอกที่นี่จะต้องเดินทางมาชมก่อนรุ่งสาง ไม่สามารถกางเต็นท์พักแรมบนภูชี้เพ้อได้ แต่สามารถพักแรมได้ที่ดอยแม่อู่คอซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน และรถกระบะหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นสมบุกสมบันเท่านั้นจะสามารถขึ้นภูได้ ทั้งนี้จะต้องเดินเท้าขึ้นด้านบนอีกร่วม 1 กิโลเมตร หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยดยังไม่มีบริการบ้านพัก แต่มีจุดกางเต้นท์ที่ไม่ค่อยสะดวกมากนัก หากต้องการมาภูชี้เพ้อ แนะนำให้พักตามที่พักหรือลานกลางเต้นทุ่งดอกบัวตอง

การเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับการเดินทางไปยังทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด จะอยู่ก่อนถึงทุ่งดอกบัวตอง 5 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางอยู่ตรงทางเข้า และการเดินทางจากยังจุดเดินเท้าต้องเดินทางต่อด้วยรถกระบะเท่านั้น

 

 

# ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

บทความนี่เรายังอยู่กับจุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติเรามาดูกันว่าเราจะสองจังหวัดไหนมาอวดวิวทะเลหมอกกัน

 

 

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำน่าน มีพืชพรรรณนานาชนิดและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีจุดชมวิวที่มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เป็นดอยสูงสมชื่อ “เสมอดาว” ที่นอกจากจะเป็นจุดชมดาวยามค่ำคืนแล้ว ยังเป็นทั้งจุดชมแสงแรกและแสงสุดท้ายแห่งวัน และเป็นจุดชมทะเลหมอกสวยงามในยามเช้าอีกด้วย ที่สำคัญในบริเวณไม่ไกลกันก็ยังมีจุดชมวิวอีกแห่งที่ผาหัวสิงห์ซึ่งในบริเวณนี้สามารถมองเห็นวิวได้ไกลแบบรอบด้าน 360 องศา และสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำน่านและตัวอำเภอนาน้อยได้อีกด้วย ที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย

 

 

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ. นาน้อย จ. น่าน

การเดินทาง : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1083 สายนาน้อย-ปางไฮ หรือเดินทางด้วยรถประจำทางจากอำเภอเวียงสา และต่อรถประจำทางสาย เวียงสา-นาน้อย-นาหมื่น ไปลงที่สามแยกบ้านใหม่และเหมารถเข้าอุทยานศรีน่าน

 

 

ภูลังกา จังหวัดพะเยา

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของอำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหยวนและป่าน้ำลาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยม วนอุทยานภูลังกานั้น มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยววนอุทยานภูลังกาแห่งแรกที่คุณจะองไม่ควรพลาดไปเยือน คือ “ภูเทวดา” เป็นยอดดอยที่สวยงาม มีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้นลงและดอกไม้ป่าสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว และฤดูหนาว และไม่ควรพลาด ดอยภูลังกา เป็นสันเขาแคบๆ ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบ เขาทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมรหญ้าปกคลุมและ ลมพัดแรง สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในตอนเช้า ยังสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของฝั่งลาวได้อีกด้วย และที่สุดท้ายคือดอยหัวลิง มีลักษณะคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมลมพัดแรง เหมาะแก่การชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น แต่วนอุทยานแห่งนี้ไม่มีห้องพักให้บริการ แต่สามารถนำเต้นท์และอาหารไปเองได้ สามารถติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่วนอทยานภูลังกาโดยตรง

การเดินทาง : จากจังหวัดพะเยาผ่านอำเภอปง ถึงแยกเชียงคำ 26 กิโลเมตร ไปทุ่งหล่มใหม่ 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนืออีก 12 กิโลเมตร หรือจากจังหวัดเชียงราย ใช้ทรงหลวงหมายเลข 1148 ประมาณ 64กิโลเมตร ถึงอำเภอเทิง 26 กิโลเมตร ถึงอำเภอเชียงคำ ไปบ้านทุ่งหล่มใหม่อีก 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ็ายไปทางทิศเหนือถึงบ้านแอธ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีก 5 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายไปอีก 12 กิโลเมตร จะถึงวนอุทยานภูลังกา

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

 

ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย

ดอยผาตั้ง มีสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,635 เมตร เป็นยอดดอยในเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นเส้นแบ่งเขตไทย-ลาว อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าประมาณ 30 กิโลเมตร ลักษณะเป็นเป็นสันเขาสลับซับซ้อนทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม  ดอยผาตั้ง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และพระอาทิตย์ตกที่งดงามในช่วงเดือนมกราคมอาจมีโอกาสได้ชมดอกพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งไปทั่วทั้งดอย ชาวท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ คือ ชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา เป็นหนึ่งสีสันแห่งวัฒนธรรมชนเผ่า จึงทำให้มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวผาบ่องประตูสยาม เป็นผาขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็นเนินช่อเขาเป็นเหมือนประตู หรือจุดชมวิวช่องผาขาด เป็นจุดชมวิวที่อยู่ใกล้ผาบ่องประตูสยาม ลักษณะเป็นผาหินที่ขาดแยกจากกันเป็นช่องสามารถมองเห็นทัศนียภาพฝั่งลาวและแม่น้ำโขงได้ชัดเจน หรือจุดชมทะเลหมอกเนิน 102 เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ยมแห่งหนึ่งบนดอยผาตั้ง

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านเต่า 50กิโลเมตร บ้านเต่า-บ้านท่าเจริญ 45กิโลมตร บ้านท่าเจิรญ-เวียงแก่น-ผางหัด 17 กิโลเมตร แบะปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร แล้วจึงเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรจะถึงจุดชมวทะเลหมอก103

 

 

 

 

จังหวัดน่าน

ดอยแม่จอก อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน

เป็นดอยที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,424 เมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ของเขาน้อยใหญ่ที่เรียงรายสลับกันมากมาย ที่เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้าแบบ 360 องศา มีเมฆหมอกปกคลุมเขาน้อยใหญ่ด้านล่าง และสามารถชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า บริเวณดอยแม่จอกแห่งนี้มีบริการบ้านพักและสามารถทำเรื่องขออนุญาตกางเต็นท์พักแรมค้างคืนได้

การเดินทาง : จากจังหวัดน่าน ไปตามทางหลวงหมายเลข 101 ถึงอำเภอเวียงสา-อำเภอนาน้อย ประมาณ 35 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1216 ประมาณ 31 กิโลเมตร

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

 

ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว หรือดอยเชียงดาว มีความสูง 2,225 เมตร เป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากดอยอินทนนท์ที่ความสูง 2,565 เมตร และดอยฟ้าห่มปกที่ 2,288 เมตร ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว อยู่ทางทิศเหนือของเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางหลวงสายเชียงใหม่-ฝางประมาณหลักกิโลเมตรที่ 72  หากผ่านไปตามเส้นทางดังกล่าวจะสังเกตเห็นเทือกเขาสูงชันทางด้านซ้ายมือนั่นล่ะคือ ดอยหลวงเชียงดาว เมื่อถึงยอดดอยหลวงเชียงดาว จะพบกับอีก 2 ดอยอยู่เบื้องหน้า นั่นคือ ดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิด ที่มีทัศนียภาพสวยงามราวกับภาพวาด

 

 

 

จังหวัดเชียงราย

ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

สถานที่ชมทะเลหมอกยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองไทย นั่นคือ ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขา ดอยผาหม่น ติดชายแดนไทยลาว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเบตป่าสงวนแห่งชาติ ทิวทัศน์ของภูเขาเล็กใหญ่สลับไปมา บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” จุดที่สูงสุดของภูชี้ฟ้าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,200 ถึง 1,628 เมตร เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง แขวงไชยบุรี ประเทศลาว เป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยจุดชมวิวจะอยู่บริเวณแนวชะง่อนหน้าผาหลักของภู สามารถเริ่มชมทะเลหมอกกันได้ตั้งแต่ช่วงฤดูฝนไปจนตลอดฤดูหนาว ภูชี้ฟ้า และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม ก็จะเป็นช่วงชม “ดอกเสี้ยว” หรือ “ดอกชงโคป่า” ที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณภูแห่งนี้ เมื่อชมทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้าในตอนเช้าแล้ว ในช่วงบ่ายสามารถรับชมทัศนียภาพของแม่น้ำโขงกับพรมแดนไทย-บาว และป่าเขียวขจีได้ที่ ดอยผาตั้ง อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าไปประมาณ 24 กิโลเมตร หรือสามารถเดินทางไปที่ภูชี้ดาวอยู่ระหว่างภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง เป็นอีกหนึ่งจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม และภูชี้เดือรสามารถเดินเท้าจากภูชี้ดาสได้เพียงไม่ถึงชั่วโมงเหมาะสำหรับการกางเตนท์และพักแรม

ที่ตั้ง : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทาง เชียงราย-เทิง และเทิงปางค่า จานั้นจะเป็นถนนลูกรังจะถึงภูชี้ฟ้า หรือจากสถานีขนส่งเชียงรายเดินทางด้วยรถโดยสาร

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

ดอยแม่ตะมาน สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ จังหวัดเชียงใหม่

ดอยแม่ตะมาน หรือสันป่าเกี๊ยะ ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จากยอดดอยแม่ตะมานสามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงข้ามกัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงาม ทะเลหมอกสีขาว และลมนาวพัดปลิวตามลม นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมากางเต็นท์ เพื่อรอชมทะเลหมอกตอนพระอาทิตย์ขึ้น  กลางคืนจะเห็นดาวเต็มท้องฟ้า นอกจากนี้เรายังสามารถชมความงามของดอกพญาเสือโครง ในมุมมองที่สวยงามในอีกแบบ ซึ่งจะผลิบาน เต็มที่ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม มีอีกหนึ่งจุดที่สวยงามคือ หน่วยจัดการน้ำแม่ตะมาน ห่างจากสถานีเกษตรฯประมาณ 600 เมตร ที่นี่มีบ้านพักและจุดกางเตนท์เช่นเดียวกับาสถานีเกษตรฯ และยังเป็นจุดขมพระอาทิตย์ขึ้นอีกด้วย

การเดินทาง :การเดินทางค่อนข้างลำบากเพราะทางเป็นทางลูกรังเป็นหลุ่มบ่อ สามารถใช้บริการรถรับจ้างของคนในพื้นที่เดินทางเข้าไปได้

 

 

ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวที่ครั้งนึงต้องหาโอกาสมาเดินทางมาท่องเที่ยวสักครั้ง ดอยอ่างขขางมีอากาศเย็นสบาย สามารถขมแปลงดอกไม้และพืชผักเมืองหนาวที่สวยงาม หรือรอชมประพาทิตย์ขึ้นนและทะเลหมอก สามารถสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทยภูเขา ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง”

เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่าก่อน ดอยอ่างขางมีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 17 องศาเซลเซียส สามารถไปเที่ยวดอยอ่างขางได้ตลอดทั้งปี ในช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงหน้าร้อนแต่อากาศไม่ร้อนจัด ส่วนดอยอ่างขางหน้าฝนถือเป็นช่วงโลว์แต่ก็ไม่หนาวมากและได้ชมหมอกสวย ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมเป็นช่วงไฮซีซั่นของที่นี่ เพราะมีอากาศหนาวและนักท่องเที่ยวนิยมไปดูปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็ง

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)