The Feelsion Cafe

The Feelsion Cafe

The Feelsion Cafe

The Feelsion Cafe

ใครว่าภูเก็ตมีดีแค่ทะเล บอกไว้ก่อนเลยว่าเข้าใจผิดสุด ๆ เพราะที่นี่ยังมีคาเฟ่รองรับความต้องการในการพักผ่อน สูดโอโซนใกล้ชายทะเล พร้อมสัมผัสการออกแบบร้านคาเฟ่ในสไตล์ต่าง ๆ อีกมากมาย วันนี้แนะนำเลยกับร้านคาเฟ่สุดชิค น้องใหม่มาแรงแซงทุกโค้งกับร้าน The Feelsion Cafe – ฟีลฉัน อีกหนึ่งคาเฟ่ภาคใต้ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต ใครที่มาเที่ยวทะเลแล้ว แนะนำให้มาพักผ่อนจิบเครื่องร้อนเย็นกันแบบฟิน ๆ ได้ที่นี่กันเลย เพราะคุณจะได้ฟิลผ่อนคลาย สบายอารมณ์ พร้อมสัมผัสการดื่มเครื่องดื่มรสละมุนติดลิ้นสุดๆ

The Feelsion Cafe

แม้ที่นี่จะยังเป็นคาเฟ่น้องใหม่อีกแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตแต่บอกไว้ก่อนเลยว่ารีวิวร้านนี้แน่นมาก เพราะร้านนี้มีการออกแบบสไตล์วินเทจผสมผสานความเท่ของคาเฟ่สมัยใหม่ เรียกได้ว่าเป็นวินเทจผสมกับโมเดิร์นในบางมุมของร้านได้อย่างลงตัว ทั้งยังมีขนมหวานหน้าตาน่าทานอีกมากมาย เมนูเด่นของร้านนี้คือการจิบชาอุ่น ๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน จิบพร้อมกับการทานเบเกอรี่ไปพร้อม ๆ กัน รับรองเมนูนี้ฟินสุด

ภายในร้านยังมีของสะสมในยุค 90 อีกมากมาย ใครที่เป็นคอคาเฟ่สายวินเทจเท่ ๆ ล่ะก็ รับรองร้านนี้ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ใช้เวลาที่นี่เพลิน ๆ เลยทีเดียว  ส่วนใครที่เป็นคอของหวานที่นี่ก็ยังมีพร้อมจัดเสิร์ฟอีกด้วย ที่เป็นไฮไลท์ที่สุดคือขนมช่อม่วง ใครจะรู้ว่ากินช่อม่วงพร้อม ๆ กับชาได้ลงตัวที่สุด ใครไม่เคยลอง ต้องไปลองกันแล้วล่ะ

 

Nahim Café

EP’S Cafe the patisserie Krabi

EP’S Cafe the patisserie Krabi

EP’S Cafe the patisserie Krabi

ร้าน  EP’S Cafe the patisserie Krabi เป็นร้านที่โด่งดัง และมีสาขาอยู่ทั่วภาคใต้ และสาขายอดนิยมแห่งหนึ่ง คือสาขากระบี่ ที่มีการตกแต่งร้านถูกใจลูกค้าที่รักในการใช้ช่วงเวลาความสุขอย่างมีศิลปะ เพราะร้านนี้ตกแต่งสไตล์วิกตอเรียนผสมยุโรป โทนสีน้ำเงินเทา ทอง แดง สามารถถ่ายรูปสวยๆได้ทั่วทั้งร้าน โดยเฉพาะ โซฟาทรงอังกฤษแบบสูง และ ประตูแบบยุโรปด้านหน้าร้าน แต่มุมอื่นๆก็ถ่ายรูปสวยไม่แพ้กัน  แม้แต่ตรงโต๊ะรับประทานอาหารที่มีฉากเป็นผนังแบบยุโรปและโคมไฟ

EP’S Cafe the patisserie Krabi

การตกแต่งร้านที่หรูหรานั้น มาพร้อมกับราคาอาหารที่เอื้อมถึง เพราะราคาอาหารและเครื่องดื่มไม่แพง จะเรียกว่าราคาคุ้มค่ามากกว่า เมื่อเทียบกับบรรยากาศและรสชาติอาหารที่ได้รับ โดยมีเมนูที่ต้องแนะนำให้ได้ ได้แก่  ข้าวผัดน้ำพริกกุ้งสด ผัดไทกุ้งสด  ก๋วยเตี๋ยวคั่วกุ้ง ปอเปี๊ยะ แซลมอนสเต็ก ปีกไก่ทอดลุยสวน ส้มตำต่างๆ ซึ่งจะเป็นเมนูอาหารไทยฟิวชั่นที่ประยุกต์ให้ถูกปากคนทั่วไปมากขึ้น คนที่ไม่สันทัดการทานอาหารไทยดั้งเดิมก็ทานได้สบายๆ

ส่วนเมนูเครื่องดื่ม  แนะนำเป็น เมนูชาร้อน Monk Pear Tea , Halseynut Latte blended และ นมหลากรส ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย เมนูเค้ก อย่างเช่น เค้กมอคค่า เค้กจูเลีย ทีรามิสุ สตรอเบอร์รี่ชีสเค้ก  ไอศกรีมบลูเบอร์รี่โยเกิร์ต  ซึ่งเมนูเบเกอรี่นี้จะตกแต่งอย่างสวยงาม แบบหรูหราแตกต่างจากร้านอื่นๆ

ราคาของอาหารและเครื่องดื่ม : ราคาอาหาร เครื่องดื่มและของหวาน จะเริ่มต้นที่ราคา 100 บาท

พิกัดที่ตั้งของร้าน :  94/11 ถ.มหาราช 18 ต.ปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่  เทศบาลเมืองกระบี่ 8100 แยกเสือเขี้ยวดาบ ติด ธนาคารทิสโก้

เบอร์โทร : 075 612 555, 089 462 2922

เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 21.00 น.

 

# Nahim Café

Green House ณ ตรัง

Green House ณ ตรัง

Green House ณ ตรัง

ใครเป็นสายขนมหวาน คงต้องตาโตกับร้านขนมสุดน่ารัก อย่าง ร้าน Green House ณ ตรัง คาเฟ่กลางเมืองตรังที่เอาใจคนรักขนม มีขนมอบ เบเกอรี่มากมาย ให้เลือกและตกแต่งหน้าตาขนมอย่างน่าทานมากทีเดียว

ขนมหวานของร้าน Green House ณ ตรัง เปิดมานาน 8 ปี จึงเป็นที่รู้จักของชาวตรังอย่างดี มีเมนูที่เป็นที่นิยมหลายเมนู เช่น บราวนี่กรีนเฮ้าส์  วอร์มช็อกโกแลตลาวา ทาร์ตแอปเปิ้ล เค้กฟักทองญี่ปุ่น  วาฟเฟิลชาโคล และไอศกรีมโฮมเมด  ขนมทุกเมนูเป็นขนมที่ร้านทำเองทั้งหมด จึงอร่อยเป็นรสชาติเฉพาะที่ลูกค้าติดใจชื่นชอบ อีกทั้งเนื้อเค้กของ Green House ณ ตรัง จะเป็นเนื้อเค้กที่สปันจ์ที่นุ่มและแน่น  ละลายในปาก ส่วนเครื่องดื่ม อย่างเมนูไวท์มอคค่าปั่น ชาเขียวช็อกโกแลตปั่น Top ด้วยโคนไอศกรีมและคอร์นเฟลก เป็นเมนูเครื่องดื่มที่ลูกค้าสั่งมากที่สุด และไม่นานนี้ที่ร้านยังมี เมนูข้าวพะแนงไข่ข้นที่ เพิ่งเปิดตัวใหม่ เป็นไข่ข้นนุ่มๆและน้ำแกงพะแนงรสชาติลงตัว

Green House ณ ตรัง

การตกแต่งภายในร้าน เป็นร้านเล็กๆ มีที่นั่งไม่มาก แต่ตกแต่งร้านในสไตล์วินเทจ มีมุมถ่ายรูปหลายมุม  เหมาะกับการมานั่งทานของหวานกับเพื่อนๆและถ่ายรูปลงอินสตราแกรม

ราคาของอาหารและเครื่องดื่ม : ราคาของเมนูขนมอบ และเค้ก จะอยู่ที่ 45-89 บาท ส่วนเมนูเครื่องดื่ม จะอยู่ที่ 35-60 บาท เป็นราคาที่คุ้มค่ากับการทานเค้กแสนสวย อร่อย ในบรรยากาศน่ารัก อบอุ่น

พิกัดที่ตั้งของร้าน :  148/1 ถนนพระราม 6 อำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง 92000 ใกล้กับร้านสินโอชา และวงเวียนหอนาฬิกากลางจังหวัดตรัง  จึงเดินทางไม่ยาก

เบอร์โทร : 075218411

เวลาเปิด-ปิด : ตั้งแต่ 10.00 – 19.00 น. และปิดทุกวันจันทร์

 

 

5 ร้านอาหารแนะนำจังหวัดสมุทรปราการ

ณ บ้านกลางหุบเขา

ณ บ้านกลางหุบเขา

ณ บ้านกลางหุบเขา

ถ้าได้ดื่มกาแฟแก้วโปรด บนวิวเหนือป่าสีเขียวขจีและหุบเขาคงดีไม่น้อย คุณจะสามารถมีช่วงเวลาพักผ่อนดีๆเช่นนั้นได้ที่ ณ  บ้านเล็กกลางหุบเขา คาเฟ่ อ.ลานกา จ.นครศรีธรรมราช คาเฟ่สวยที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาและมีจุดไฮไลท์คือ เปลตาข่าย บนความสูง 15 เมตร ที่เราจะสามารถเห็นลำธาร ตัดผ่านป่าเขาได้แบบ 180 องศา ด้านในมีที่นั่งมุมสวยๆ ภายในตัวร้าน ที่เป็นอิฐสีแดง สไตล์ลอฟต์

ร้าน ณ บ้านกลางหุบเขา เป็นอีกร้านกาแฟที่มีมุมถ่ายรูปเยอะมากๆ แม้เปลตาข่ายจะเป็นไฮไลท์ของร้าน แต่ยังมีจุดอื่นๆเช่น จุดกำแพงอิฐ  หรือ จุดรังนก ที่มีรังนกจำลองให้คุณเข้าไปนั่งถ่ายภาพในรังนกโดยมีวิวทิวเขาเป็นฉากหลัง

คาเฟ่ ณ บ้านกลางหุบเขา เป็นคาเฟ่ยอดฮิตที่เรียกได้ว่า ถ้ามาเที่ยวนครศรีธรรมราช ต้องไม่พลาด  แต่วิวทิวทัศน์สวยงามก็ไม่ใช่เพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้คาเฟ่แห่งนี้เป็นที่นิยม แต่รายการอาหารของร้านก็เป็นจุดดึงดูดที่ดี เพราะแต่ละเมนูทั้งหน้าตาน่ากิน  ตกแต่งอย่างดูดี และรสชาติอร่อย  เมนูที่แนะนำ ได้แก่  วาฟเฟิลมิกซ์บลูเบอร์รี่   โทสสตรอเบอร์รี่ คากิโกริรสชาเขียวและชาไทย  ช็อกโกแลตฟองดู  ส่วนเครื่องดื่มนั้น เมนูโกโก้กลาเซีย   คาปูชิโน่ปั่น ก็เป็นเมนูหมวดเครื่องดื่มที่แนะนำเช่นกัน

ราคาของอาหารและเครื่องดื่ม : 49-119 บาท

พิกัดที่ตั้งของร้าน :  189 หมู่ 3 เขาแก้ว ลานสกา นครศรีธรรมราช 80230

เบอร์โทร : 0973450134

เวลาเปิด-ปิด : ตั้งแต่ 10.00 – 19.00 น. และปิดทุกวันพฤหัสบดี

 

# Kinta Milk Tea คาเฟ่สไตล์ชิคๆ ของคนคูลๆ

Kinta Milk Tea คาเฟ่สไตล์ชิคๆ ของคนคูลๆ

Kinta Milk Tea คาเฟ่สไตล์ชิคๆ ของคนคูลๆ

ใครที่เป็นคอคาเฟ่สายฮิปเตอร์ล่ะก็ แนะนำเลยกับร้าน Kinta Milk Tea เป็นร้านชานมไข่มุกน้องใหม่ ตั้งอยู่ในย่านวัยรุ่นสุดฮิตอย่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านที่แตกต่างจากคาเฟ่ทั่ว ๆ ไป เพราะตัวร้านถูกตกแต่งด้วยวัสดุไม้สีอ่อนผสมผสานกับสีขาว ทำให้ภายในและภายนอกร้านดูเงียบสงบ และเหมาะแก่การมานั่งจิบชา กาแฟและพักผ่อนสมองเป็นอย่างมาก แถมยังได้กลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นอีกด้วย เหมาะกับการนัดแฮงค์เอาท์พูดคุยกันได้อย่างสบายใจ

และที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้กับความกลมกล่อม อร่อย เน้นความหอมหวานมันของชาไข่มุก ที่มีความพิเศษของชานมไข่มุกที่นำมาเคี่ยวกับน้ำตาลทรายแดงจนเหนียวข้นและมีรสชาติหวาน หอม ได้รสชาติของน้ำตาลทรายแดงสุด ๆ ทำให้มีรสหวานแบบธรรมชาติผสมผสานกับการใช้นมสดอย่างดี จึงทำให้ชานมไข่มุกของที่นี่กลายเป็นซิกเนเจอร์อย่างรวดเร็ว ใครมาร้านนี้ก็ตามต้องห้ามพลาดเมนูชานมไข่มุกเลยนะ

ส่วนใครที่ชื่นชอบการเก็บภาพไว้เชยชมล่ะก็ สามารถกดชัตเตอร์รัว ๆ กันได้เลย เพราะมีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ อย่างมากมาย ด้วยการเน้นโทนสีขาวของร้านจึงทำให้รูปถ่ายออกมามีจุดเด่นด้วยแสงที่กำลังละมุนได้ที่เลยทีเดียว บวกกับการจิบเครื่อมดื่มละมุนลิ้นด้วย บอกไว้ก่อนเลยว่าฟินสุด ๆ  ใครที่เป็นคอชานมไข่มุกต้องห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะคุณจะได้สัมผัสถึงชาไข่มุกที่จะพาคุณไปฟินสุด ๆ ในครั้งแรกที่ดื่มเลยทีเดียว

 

Blue Dye Cafe

ทะเลหมอกเขาไข่นุ้ย  พังงา บรรยากาศอันแสนโรแมนติก

ทะเลหมอกเขาไข่นุ้ย พังงา บรรยากาศอันแสนโรแมนติก

ทะเลหมอกเขาไข่นุ้ย  พังงา บรรยากาศอันแสนโรแมนติก

ใครว่าภาคใต้มีแต่ทะเลสวย ไม่จริงเลยเพราะที่จังหวัดพังงาดินแดนภาคใต้ยังมีทะเลหมอกที่มองได้จากหุบเขา ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับทะเลแห่งหมองโพลนสีขาวที่สวยสะดุดตาเป็นอย่างมาก ซึ่งเขาไข่นุ้ย ตั้งอยู่ที่บ้านฝายท่า ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ใครที่มาเที่ยวทะเลใต้แล้วก็อยากให้ลองเปิดใจแวะมาสัมผัสความงามบนหุบเขาแห่งนี้กันบ้าง รับรองว่าทุกคนจะได้ความประทับใจกลับไปแบบรัว ๆ กันเลย

ทะเลหมอกเขาไข่นุ้ย  พังงา บรรยากาศอันแสนโรแมนติก

ที่นี่เป็นจุดชมทะเลหมอกที่ใหญ่อีกที่หนึ่งของเมืองไทยและยังเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงอีกจุดหนึ่งของจังหวัดพังงา โดยเขาไข่นุ้ย มีความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนจุดสูงสุดของเขาแห่งนี้ จะได้เห็นวิวโดยรอบแบบพาโนรามา บนยอดเขาไข่นุ้ยมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและวิวทะเลหมอกที่มองเห็นได้ในมุมกว้าง ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมเด่นของที่นี่เลยทีเดียว แต่การรับชมแสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้นและแสงสุดท้ายของวันก็ยังคงเป็นไฮไลท์เด่นเช่นกัน โดยในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเฝ้ารอเวลารับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกเป็นจำนวนมาก

ช่วงฤดูที่แนะนำให้มาท่องเที่ยวคือในช่วงฤดูหนาว แต่ที่นี่ก็จะไม่หนาวเย็นมากนัก เพียงแค่อุณหภูมิจะลดลงกว่าช่วงอื่นบ้าง นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นหมอกที่เต็มพื้นที่คล้ายกับเป็นทะเลที่ลอยอยู่เหนือภูเขาเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงเช้าของฤดูหนาว ใครที่มาเป็นแพ็คคู่แบบคนรัก ต้องห้ามพลาดกับการมาฟินกับบรรยากาศอันแสนโรแมนติกของที่นี่กันด้วยนะ

 

# ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ สูดโอโซนให้เต็มปอด

ลานหินปุ่ม ภูหินร่องกล้า แปลกตากับความสวยงามทางธรรมชาติ

ลานหินปุ่ม ภูหินร่องกล้า แปลกตากับความสวยงามทางธรรมชาติ

ลานหินปุ่ม ภูหินร่องกล้า แปลกตากับความสวยงามทางธรรมชาติ

ลานหินปุ่ม อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ถือว่ามีความอันซีนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการออกแบบทางธรรมชาติที่สร้างความสะดุดตาให้กับผู้พบเห็น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัยต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่นี่มีความสวยงามทางธรรมชาติระดับโลกที่หาชมได้ยากมาก ๆ

ลานหินปุ่ม ภูหินร่องกล้า แปลกตากับความสวยงามทางธรรมชาติ

ด้วยจุดเด่นที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่คือ ลานปุ่มหินเป็นลานกว้างกินพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งจะมีปุ่มหินโผล่ขึ้นมาจากลานหิน คล้ายกับลักษณะของปุ่มต่างขนาดกัน มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ขึ้นเรียงรายอยู่บนลานหิน จึงเป็นที่มาของชื่อลานหินปุ่มนั่นเอง ทำให้เกิดเป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่ถูกธรรมชาติจัดสรรมาเป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวจะต้องเดินขึ้นเขาโดยการเดินเท้าเพื่อขึ้นมารับชมวิวทิวทัศน์นี้พร้อมกับการชมวิวมุมสูง ทุกคนจะได้เต็มอิ่มและเห็นวิวโดยรอบที่สวยงามสุด ๆ ซึ่งลานปุ่มหินนี้จะไม่มีต้นไม้ขึ้นโดยรอบ แต่จะมีต้นไม้ขนาดเล็กหรือหญ้าพอขึ้นได้บ้าง ดังนั้นเมื่อมองในมุมกว้างก็จะเห็นปุ่มหินขึ้นเต็มพื้นที่ไปหมด

ที่นี่ถือว่าเป็นความอะเมซิ่งทางธรรมชาติที่น่าจะเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน เนื่องจากลานปุ่มหินอยู่บนหน้าผา จึงทำให้มีบรรยากาศที่สดชื่นและมีลมพัดเย็นสบาย นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่นิยมเก็บความประทับใจกับการสูดอากาศให้เต็มปอดพร้อมกับถ่ายรูปกับลานหินปุ่มแบบเก๋ ๆ กลับไปอวดคนที่บ้านกันอย่างมากมาย

 

 

วัดบ้านไร่

ที่พักสวยบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่เชียงราย

ที่พักสวยบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่เชียงราย

ที่พักสวยบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่เชียงราย

ที่พักสวยบรรยากาศสุดโรแมนติก ที่เชียงราย

  1. Mora Boutique Hotel ที่นี่เป็นโรงแรมที่ตกแต่งด้วยสไตล์ไทยประยุกต์ ให้บรรยากาศที่หรูหราดูดีมีสไตล์ดูทันสมัยนิดๆ บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่คอยให้ความร่มรื่น เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งดูสวยงามเลอค่า การใช้สีดำสลับกับสีขาวให้ความคลาสสิคไม่มีตกยุค ภายในห้องพักมีเตียงนอนใหญ่หนานุ่มและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน รวมถึงอ่างแช่น้ำที่คุณสามารถมาผ่อนคลายกันได้เลย เพียงเท่านั้นยังไม่พอ ที่นี่ยังมีบริการสปา บริการนวด และสระว่ายน้ำกลางแจ้งอีกด้วยนะคะ

ราคาเริ่มต้นที่ : 2,138 บาท

ที่ตั้ง : 648/6 ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

 

  1. Nakaraj Princess Chiang Rai ที่นี่ถือว่าเป็นที่พักใจกลางเมืองเชียงรายที่คุณสามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบายและจุดเด่นที่สำคัญของที่นี่นั่นก็คือการตกแต่งประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหรา ให้ความLuxury ราวกับว่าเราเป็นเจ้าขุนมูลนายอะไรอย่างนั้น ซึ่งหากคุณเป็นคู่รักแล้วอยากจะมาเปลี่ยนบรรยากาศการพักผ่อนที่ไม่เหมือนใคร ต้องลองมาพักที่นี่กันเลย

ราคาเริ่มต้นที่ : 918 บาท

ที่ตั้ง : 697/4 ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

 

  1. Grand Vista Hotel Chiang Rai ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่พักสวย บรรยากาศดีในเมืองเชียงรายที่คุณจะได้มาสัมผัสถึงวันพักผ่อนที่แท้จริง ทั้งสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟิตเนส หรือจะจูงมือคู่รักไปทำสปาไปนวดก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากไม่อยากออกไปไหนคุณก็สามารถมานอนเเช่นน้ำเพลินๆที่ห้องพักที่ให้บรรยากาศอบอุ่นน่านอนก็ได้เช่นเดียวกัน

ราคาเริ่มต้นที่ : 1,607 บาท

ที่ตั้ง : 185 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

 

ที่พักน่านอน บรรยากาศสวย ในจังหวัดเชียงราย

แก่งชมดาว อุบลราชธานี แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

แก่งชมดาว อุบลราชธานี แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

แก่งชมดาว อุบลราชธานี แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

แก่งชมดาวหรือที่หลาย ๆ คนเรียกว่า “หาดชมดาว” คือแก่งหินที่มีความสวยงามไม่แพ้สามพันโบก โดยมีแก่งหินกระจายอยู่ทัวไปคล้ายกับเป็นแกรนด์แคนยอนเมืองไทยอีกที่หนึ่งนอกจากสามพันโบก และที่สำคัญยังอยู่ไม่ไกลกันอีกด้วย โดยมีลักษณะคล้ายกับสามพันโบก  มีก้อนหินขนาดใหญ่เรียงรายสลับกันไปบ้างก็มีรูปร่างที่แปลกตา บ้างก็สามารถใช้จินตนาการมองเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ โดยจะมีริ้วลายหินและรูปทรงแปลกตาแตกต่างกันไป บางพื้นที่เป็นรูเว้าแหว่ง บางพื้นที่ก็ซ้อนกันเป็นชั้น  บางพื้นที่เป็นดิน แห้งระแหง มีแอ่งน้ำน้อยใหญ่ บางแอ่งใหญ่บางแอ่งเล็ก ทำให้นักท่องเที่ยวได้พบเห็นกับความแปลกตาทางธรรมชาติที่หาชมได้ยากมาก ๆ

ที่นี่เพิ่งเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ไม่นานนัก แต่ก็ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกที่หนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานีที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสายรักธรรมชาติที่ต้องแต่งตัวชิค ๆ แวะมากดชัตเตอร์ถ่ายรูปคู่กับแอ่งหินน้อยใหญ่ ได้ฟิลไปอีกแบบ

สำหรับใครที่ชื่นชอบการชมวิวแบบ 360 องศาล่ะก็ บอกไว้เลยว่ามาที่นี่คุณจะได้เต็มอิ่มกับบรรยากาศโดยรอบแน่นอน เพราะที่นี่เป็นแหล่งหินสลับซับซ้อนที่ไม่มีความสูงบังตา ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงสามารถเก็บภาพมุมสูง โดยเห็นได้ครบทุกทิศทางแบบพาโรนามา พร้อมกับสีของก้อนหินที่ส่องสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ นับว่าเป็นภาพที่น่าประทับใจสุด ๆ

ไฮไลท์เด่นของแก่งชมดาวอีกสิ่งหนึ่งก็คือ ความสวยงามทางธรรมชาติของแอ่งหินที่มีรูปร่างต่าง ๆ ซึ่งมีการตั้งชื่อเรียกของแอ่งหินตามลักษณะที่คล้ายกับสิ่งนั้น เช่น แอ่งหินมิกกี้เมาส์ แอ่งหินรูปหัวใจ เป็นต้น

 

# Hostel สุดเท่ในจังหวัดเชียงราย

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ สูดโอโซนให้เต็มปอด

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ สูดโอโซนให้เต็มปอด

ดอยม่อนจอง เชียงใหม่ สูดโอโซนให้เต็มปอด

ดอยม่อนจองอยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งดอยหรือหุบเขาที่น่าไปท่องเที่ยวมากในแถบภาคเหนือ เพราะถือว่าดอยม่อนจองเป็นแหล่งโอโซนชั้นดีที่จะทำให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ถึงความสดชื่นและความผ่อนคลายตลอดเวลาแห่งการเดินทางมาเที่ยวที่นี่

ดอยม่อนจองติดอันดับ 1 ใน 10 ของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย นึกภาพตามได้เลยว่าที่นี่ต้องสวยมากขนาดไหน เพราะที่นี่เต็มไปด้วยแหล่งพรรณไม้นานาชนิดที่หายาก ทำให้นักท่องเที่ยวสายรักธรรมชาติต่างพากันตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก

ส่วนไฮไลท์ของการมาเที่ยวดอยม่อนจองคือ การรับชมทิวทัศน์ของภูเขาที่ขึ้นเรียงรายสลับซับซ้อน นับว่าเป็นความงดงามทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่ได้พบเห็นแสงสีทองเหลืองอร่ามทอดลงมายังต้นไม้ต่าง ๆ จากแสงของพระอาทิตย์ที่ส่องสว่างลงมา และนักท่องเที่ยวยังได้เห็นมุมชัด ๆ ใกล้ ๆ ในยามพระอาทิตย์ขึ้นและตกอีกด้วย

ใครที่ต้องการกางเต็นท์พักดื่มด่ำกับบรรยากาศของที่นี่ เขาก็มีบริการให้เช่าเต็นท์กันด้วย อัตราค่าเข้าชมดอยม่อนจองจะอยู่ในราคาเด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างชาติเด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท ค่าบริการกางเต็นท์พักแรม 50 บาท/ หลัง

กิจกรรมที่น่าประทับใจแบบนักท่องเที่ยวสายลุยคือ ระหว่างทางขึ้นเขาจะมีบริการรถโฟว์วีลบรรทุกนักท่องเที่ยวเต็มหลังกระบะ ซึ่งระหว่างทางนั้นนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับการวิ่งขึ้นเขาของรถที่สร้างความสนุกสนานและเป็นอีกหนึ่งสีสันของการมาเที่ยวที่ดอยม่อนจองด้วย

 

# Hostel สุดเท่ในจังหวัดเชียงราย