คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

พังงาจังหวัดเงียบๆ แต่บรรยากาศดีมาก ด้วยความที่มีธรรมชาติที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงทะเลที่เป็นแหล่งรวมนักเล่นกระดานโต้คลื่นน้อยใหญ่ต่างพากันมุ่งหน้ามาที่จังหวัดพังงาแห่งนี้ และแน่นอนว่าคอกาแฟ หรือสายคาเฟ่ต้องห้ามพลาดที่จะมา check in ที่ร้านกาแฟสุดเก๋ที่พังงา ที่เราได้รวบรวมเอาไว้ให้คุณที่นี่แล้ว

คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

  1. Bay View Cafe มาเริ่มต้นกันที่ร้านกาแฟ และร้านอาหารที่คุณจะได้เห็นวิวที่สวยปังสุดๆ ของอ่าวพังงา และภูเขาหินปูนน้อยใหญ่เรียงรายกันอย่างสวยงามใจกลางอ่าว ที่นี่มีมุมถ่ายรูปที่เรียกว่ามุมมหาชนเลยที่เดียว ถ้าใครมาพังงาแล้วไม่มาที่ Bay View Cafe เสม็ดนางชี นี่ถือว่ายังไม่ไม่ถึงที่จริงๆ มาว่ากันด้วยเรื่องเครื่องดื่มที่นี่มีพร้อมให้บริการ แทบทุกอย่างที่คุณต้องการ อีกทั้งยังมีอาหารคาวและของหวานอีกด้วย รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องประทับใจกับความสวยระดับ 5 ดาวของที่นี่อย่างแน่นอน เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 6.30 – 21.00 ที่ตั้ง : 90 ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา

  1. Balcony Hill Cafe & Restaurant นี่ก็เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ที่คุณจะได้เห็นวิวธรรมชาติและภูเขาจากในมุมสูง เป็นสถานที่สุดชิวที่เชื้อเชิญให้คุณได้ลองแวะเข้ามานั่งพักผ่อนหย่อนใจชมวิวเพลินๆ อีกทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ที่นี่ก็เด็ดอย่าบอกใคร เครื่องดื่มที่มีให้เลือกมากมายหลากหลายเมนู อาหารที่มีทั้งไทยและเทศคอยให้บริการ และ ของหวานก็อร่อยละมุนลิ้น จนคุณต้องติดใจและที่นี่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่นจังหวัดพังงา เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 22.00 ที่ตั้ง : ซอยศรีมนตรี ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา

  1. Tree Cups Phang Nga Coffee ร้านนี้มาในรูปแบบบ้านต้นไม้เพราะตัวร้านสร้างอยู่บนต้นไม้ใหญ่ โดยจะมีทางขึ้นมาบนต้นไม้ให้คุณได้นั่งชิวพักผ่อนหย่อนใจ แล้วดูวิวภูเขาสวยๆได้รอบด้าน อีกทั้งยังได้ร่มเงาจากต้นไม้ที่เพิ่มความร่มรื่นได้เป็นอย่างดี ส่วนเครื่องดื่มที่นี่มีรสชาติที่เข้มข้นถึงใจ หากใครได้ลองเป็นต้องติดใจอย่างแน่นอน นอกจากนั้นที่นี่ยังมีเสิร์ฟทั้งเมนูของคาวและของหวานอีกด้วย เรียกได้ว่ามีทั้งอาหารตาและอาหารกายคอยให้บริการพร้อมสรรพเลยจริงๆ เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 – 17.00 ที่ตั้ง : ถ.เพชรเกษม ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา

  1. Urbie Organic Coffee ร้านนี้เป็นร้านกาแฟชื่อดังที่อยู่ใจกลางเมืองพังงา ด้วยการตกแต่งร้านที่สวยงาม บรรยากาศเดินทางง่ายสะดวกสบายทำให้ชาวเมืองพังงาต่างพากันแวะเวียนมาใช้บริการบ่อยๆ และอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยนั่นก็คือกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน โดยกาแฟที่ใช้จะเป็นกาแฟที่ปลูกใต้ร่มเงาไม้ธรรมชาติโดยชาวเผ่ามูเซอ ทำให้รสชาติกาแฟที่นี่โดดเด่นและกลมกล่อมไม่เหมือนใคร และเมนูของหวานที่นี่ก็มีให้เลือกมากมายเช่นกัน เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 21.00 ที่ตั้ง:(หน้าโรงพยาบาลพังงา)ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา

 

 

# คาเฟ่น่านั่งดินแดนอีสานบุรีรัมย์

5 คาเฟ่น่านั่งดินแดนอีสานบุรีรัมย์

5 คาเฟ่น่านั่งดินแดนอีสานบุรีรัมย์

5 คาเฟ่น่านั่งดินแดนอีสานบุรีรัมย์

เราจะพาทุกคนไปเที่ยวกันถึงดินแดนอีสานบ้านเฮา นั่นก็คือจังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงที่ผ่านมานั้นมีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมากเนื่องจากความเจริญได้เข้ามาภายในจังหวัดแบบก้าวกระโดด วันนี้เราจึงขอเอาใจสายคาเฟ่กันสักหน่อย เผื่อคุณได้ไปเยือนบุรีรัมย์จะได้ไปนั่งชิลล์ๆ กันได้นั่นเอง

5 คาเฟ่น่านั่งดินแดนอีสานบุรีรัมย์

  1. Class café

เริ่มกันเลยที่ร้านกาแฟสุดชิค ที่ตกแต่งร้านออกมาได้แบบดูมีคลาสเป็นอย่างมาก เป็นแนวลอปเท่ๆ คุมโทนด้วยสีดำ บ่งบอกถึงความทันสมัย แถมยังตกแต่งร้านแบบโมเดิร์น จึงทำให้ร้านออกมาแล้วดูน่านั่งเป็นอย่างมาก แถมยังมีมุมถ่ายรูปเท่ๆ อีกหลายมุมเลยทีเดียว สำหรับร้าน Class café นั้น มีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย รวมถึงชาวต่างชาติให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เพราะร้านได้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบุรีรัมย์นั่นเอง สำหรับที่ตั้ง 141 หมู่ 9 ถนน, บุรีรัมย์ – นางรอง ตำบล อิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ 31000

  1. The Library Cafe’ Buriram

เป็นร้านที่มีจุดเด่นในเรื่องของอาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากว่าทางร้านได้เน้นในส่วนของวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะกาแฟที่พิถีพิถันในด้านการปลูกค่อนข้างมาก และมีขนมหวานของไทยที่ขึ้นชื่อในเรื่องความอร่อยไว้บริการท่านอีกด้วย ถ้าใครได้ไปเยือนห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับขนมหวานของที่นี่ การตกแต่งร้านก็เต็มไปด้วยสไตล์โดดเด่นดูมีความโมเดิร์น เหมาะสำหรับถ่ายรูปและพักผ่อนหย่อนใจ ที่ตั้งร้าน ตำบล อิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ 31000

  1. Snow Wish Cafe’

ภายในร้านมีการตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่น่าสนใจ ให้บรรยากาศที่ดูแล้วอบอุ่น สำหรับใครที่ชอบร้านน่ารักๆ มีความเป็นกันเอง มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ชิคๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด จุดเด่นของร้านคือบิงชู เมนูสุดอร่อยที่ใครหลายคนชื่นชอบ ถ้าใครได้ไปเยือนที่ร้าน คุณจะเห็นได้ถึงเมนูที่มีมากมายจนคุณจะต้องตกใจ ดังนั้นคอบิงชูไม่ควรพลาดเด็ดขาด ตั้งอยู่ที่ ทวีกิจ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ บุรีรัมย์ – นางรอง ตำบล อีสาน อำเภอ เมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ 31000

  1. Vee’s cafe

เป็นร้านที่มีพื้นที่สวยๆ ให้คุณได้นั่งไม่ว่าจะภายในร้านหรือในสวนหย่อม พร้อมดอกไม้ ต้นไม่สบายตา เป็นร้านที่ให้คุณรู้สึกได้ถึงความเป็นครอบครัว ตกแต่งได้น่ารักจนคุณจะต้องประทับใจถ้าได้มาเยือน นอกจากนี้ยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆ ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มคุณจะได้รับประทานอาหารทั้งอาหารคาว และเครื่องดื่มต่างๆ อีกด้วย ที่ตั้งร้าน ม.1 ถ.รอบเมือง ต.อิสาณ อ.เมือง, เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ 31000

  1. Wind Cafe

เริ่มกันในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มกันก่อนเลย โดยทางร้านมีกาแฟที่คั่วหอมจากการใช้วัตถุดิบจากบนดอยของไทยเราเองซึ่งได้พิถีพิถันในการปลูกเป็นอย่างมาก กาแฟของที่นี่จึงมีความกลมกล่อมค่อนข้างสูง รวมไปถึงนมก็เป็นนมแท้จากฟาร์มจึงทำให้เป็นส่วนผสมที่ลงตัว สไตล์การตกแต่งร้านก็ดูสบายๆ เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนหย่อนใจมากเลยทีเดียว สำหรับที่ตั้งของร้าน 156 หมู่14 ตำบล บ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ 31000

 

# 5 คาเฟ่น่านั่งจังหวัดสงขลา

5 คาเฟ่น่านั่งจังหวัดสงขลา

5 คาเฟ่น่านั่งจังหวัดสงขลา

5 คาเฟ่น่านั่งจังหวัดสงขลา

เราจะพาไปนั่งคาเฟ่ที่ดินแดนภาคใต้ อย่างจังหวัดสงขลากันบ้าง ต้องบอกเลยจริงๆ ว่าสงขลาเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้ได้ไปเที่ยวกัน และอีกหนึ่งไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปกันอย่างมากนั่นก็คือร้านคาเฟ่นั่นเอง เราได้คัดสรรร้านค่าเฟ่ดีๆ มาให้คุณกันแล้วด้วยอยากรู้ว่ามีที่ไหนกันบ้างตามมากันได้เลย

5 คาเฟ่น่านั่งจังหวัดสงขลา

Vacation coffee & Eatery

สำหรับนักท่องเที่ยวท่านใดที่นิยมไปเที่ยวกันแบบครอบครัวท่านห้ามพลาดเด็ดขาดเลยกับคาเฟ่แห่งนี้ เพราะมีบริการทั้งอาหาร เครื่องดื่ทแบบครบครัน ถ้าท่านมีเด็กๆ ไปด้วยทางคาเฟ่ก็มีเครื่องเล่นสวนน้ำไว้บริการท่าน ดังนั้นท่านห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะจะเป็นการพักผ่อนที่มากกว่าคาเฟ่ปกติอย่างแน่นอน อีกทั้ง Vacation coffee & Eatery ยังมีการบริการให้เช่าจักรยานไว้ปั่นไปรอบๆ เมืองเพื่อชมทัศนียภาพสวยๆ อีกด้วย เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 22.00 น. โซนดาดฟ้าเวลา 15.00 – 24.00 น. สอบถามเพิ่มเติมโทร. 098-898-9111

Coffee Beach

ภายในร้านมีการตกแต่งแบบสไตล์โมเดิร์นสมัยใหม่ มีความหรูหราพอตัว แต่ราคาไม่ได้สูงอย่างที่คิด โดยทางร้านได้แบ่งเป็น 2 ส่วน มีโซนบริเวณที่นัริมทะเลรับลมเย็นๆ ดูวิวทิวทัศน์สวยๆ ของทะเล และภายในร้านก็เหมาะสำหรับคนที่ชอบพื้นที่เงียบๆ ส่วนตัวรับแอร์เย็นๆ โดยมีอาหารทั้งคาวและหวาน เครื่องดื่มมากมายไว้คอยให้บริการทุกท่านอีกด้วย สำหรับการเดินทางจากชลบุรี มุ่งหน้าไปสัตหีบ ร้าน Coffee Beach อยู่ติดกับบ้านสัตหีบ ตรงข้ามไปรษณีย์สัตหีบ ถ.ชายทะเล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

Cafe’ der sea

ต่อกันเลยที่ร้าน Cafe’ der sea ซึ่งเป็นร้านที่มีสไตล์เจ๋งๆ คูล ตกแต่งร้ายได้น่านั่งสุดๆ ด้วยโทนสีฟ้า ให้ความสดใส มีมุมให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปกันอีกด้วย สำหรับร้านคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนนครนอก มีนักท่องเที่ยวนิยมมากันเป็นจำนวนมาก เพราะนอกจากร้านจะตกแต่งได้สวยแล้วในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มก็ไม่แพ้ที่ใดเลยล่ะ สำหรับที่ตั้งของร้าน ตั้งอยู่ที่ ถนน นครนอก (ตรงข้ามบ้านนครใน ติดกับร้าน Mr.lee) บ่อยาง , เมืองสงขลา , สงขลา หมู่ – ซอย- ถนนนครนอก ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา 90000

Mr.lee coffee

คาเฟ่ต่อมาที่เราจะแนะนำเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการความเงียบสงบ ต้องบอกเลยว่าร้านนี้ตกแต่งสบายๆ สวยๆ เก๋ๆ ตามสไตล์ร้านคาเฟ่ทั่วไป แต่ภายรอกร้านมีจุดชมวิวสวยๆ มีเรือประมงมาจอดบนทะเลทำให้ได้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านอีกด้วย และไฮไลท์อยู่ในช่วงเย็นๆ ที่คุณสามารถมานั่งรับประทานอาหารเครื่องดื่ม พร้อมดูวิวสวยๆ พระอาทิตย์ตกได้อีกด้วยล่ะ ที่ตั้งร้าน61 ถนนนครนอก (688.12 km) Amphoe Muang Songkhla, Songkhla, Thailand 90000

Sea Bass Coffee Shop

ร้านน่ารักๆ แบ่งเป็น 2 โซนเช่นกัน มีโซนนอกร้านที่เป็นริมทะเล แต่บอกก่อนเลยนะว่าที่นี่ตกแต่งร้านได้สวยทั้งนอกร้านและในร้านจึงทำให้ท่านจะได้รับความรู้สึกที่แปลกใหม่มากเลยทีเดียว อีกทั้งมีมุมถ่ายรูปสวยๆ และของที่ระลึกเช่น โปสการ์ด เครื่องประดับจากทะเลขายอีกด้วย จุดเด่นของที่นี่คือเค้ก ที่มีรสชาดอร่อยแบบสุดๆ ถ้าใครได้มาเยือนต้องแวะรับประทานให้ได้เลย ตั้งอยู่ที่ แหล่งพระราม สงขลา (ติดกับร้าน Sea Bass Bar & Restaurant) Tel.064 049 9414

 

# 5 คาเฟ่น่านั่งกรุงเทพฯ ที่คุณพลาดไม่ได้

วัดไร่ขิงอารามหลวง

วัดไร่ขิงอารามหลวง

วัดไร่ขิงอารามหลวง

วัดไร่ขิง พระอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ห่างจากกรุงเทพประมาณ 32 กม. แต่เริ่มเดิมทีเป็นวัดราษฎร์ ถูกสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2334 โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) หลังจากสร้างเสร็จแล้ว ท่านได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูปปางมารวิชัยจากวัดศาลาปูน เดินทางมาประดิษฐานไว้ ณ วัดไร่ขิง  ปัจจุบันชาวบ้านที่นี่เรียกว่า หลวงพ่อวัดไร่ขิง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีหน้าตักกว้าง 4 ศอก 2 นิ้วเศษ สูง 4 ศอก 16 นิ้วเศษ ลักษณะเป็นสมัยเชียงแสน สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยไทยล้านนา และล้านช้าง ตามตำนาน เล่าว่าลอยน้ำมา และอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน วัดไร่ขิงนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระราชทานนามให้ว่า วัดมงคลจินดาราม (ไร่ขิง) แต่ชาวบ้านเรียกกันเต็ม ๆ ว่าวัดมงคลจินดารามไร่ขิง จนกระทั่งเหลือแต่ชื่อวัดไร่ขิงไปในที่สุด

วัดไร่ขิง พระอารามหลวง เป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดี นิยมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ นอกจากจะเดินทางไปกราบสักการะหลวงพ่อแล้ว ที่วัดไร่ขิงยังมีสถานที่ที่น่าสนใจและกิจกรรมต่างๆมากมายให้พุทธศาสนิกชนได้เดินทางไปทำบุญและพักผ่อนหย่อนใจ เช่น

วัดไร่ขิงอารามหลวง

  • ทุกวันอาทิตย์จะมีตลาดนัดอาหารและผลไม้จำหน่ายหน้าวัด เหล่าพ่อค้าแม่ค้าสามารถนำของมาขายได้ ทำให้มีรายได้เสริมจากตรงนี้ และที่บริเวณริมแม่น้ำหน้าโบสถ์จะมีชาวสวนพายเรือนำพืชผักผลไม้มาจำหน่าย และบริเวณริมแม่น้ำหน้าโบสถ์นี้เป็นเขตอภัยทาน ร่มรื่น มีปลาสวายตัวโตนับพันอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงปลาได้ และยังมีก๋วยเตี๋ยวเรือ (หมู) รสเลิศขายทุกวัน
  • นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ของเก่า รวบรวมของเก่าเช่นถ้วยชาม หนังสือเก่า ซึ่งชาวบ้านนำมาถวายวัดจัดแสดงไว้ มีบ้านดินอินทณัฐซึ่งสร้างจากดินเหนียวซึ่งภายในเล่าถึงพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า มีบ่อปลาคาร์ฟให้ผู้ที่มาทำบุญได้ให้อาหารด้วยขวดนม มีจุดพักผ่อนหย่อนใจที่สวยงาม
  • ในระหว่างวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 3 ค่ำเดือน 5 ของทุกปี ทางวัดไร่ขิงจะจัดงานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงขึ้นมีการออกร้านขายของ และมีมหรสพให้ชมมากมาย งานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงจะจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือน 5
  • ช่วงเทศการตรุษจีนทุกปีจะมีงานเทศกาลนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่ของชาวนครปฐม ที่ไม่ใช่แค่การทำบุญปิดทองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเทศกาลงานใหญ่ที่สร้างสีสันให้กับชาวนครปฐมได้สนุกคึกคักกันอีกครั้ง

วัดไร่ขิงเป็นวัดที่เหมาะกับคนเมือง เพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพนัก ทำให้เดินทางได้รวดเร็วและสะดวก ถ้าจะเลือกสักวัดที่น่าสนใจ วัดไร่ขิงก็เป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับคนเมืองกรุงที่ไม่ค่อยมีเวลาได้เดินทางไปกราบหลวงพ่อใหญ่วัดไร่ขิงในช่วงวันหยุดได้เหมือนกัน

 

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น  ตั้งอยู่ใน อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย  ทำการออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งมีการเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปีพ.ศ.2540 จวบจนปัจจุบันก็ยังมีการต่อเติมและพัฒนา มีการบูรณะอยู่ตลอดเวลา กับคำกล่าวของอาจารย์เฉลิมชัยเคยกล่าวว่า “งานก่อสร้างวัดร่องขุ่นจะยังไม่เสร็จภายในช่วงชีวิตของตัวเองได้”  ซึ่งมีการสร้างต่อเติมอยู่เรื่อยๆ

ในช่วงหนึ่งของวัดร่องขุ่นที่มีประสบกับธรณีพิบัติ  เมื่อช่วงวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557  ทำห้เกิดความเสียหายต่อตัวอาคารเช่น ผนังโบสถ์ปูนกระเทาะเป็นรอยร้าวเด้งออก กระเบื้องบางส่วนหลุดออก ยอดพระธาตุหักพังลง ส่วนภาพเขียนภายในก็เกิดความเสียหายหมด  ทำให้ทางวัดต้องประกาศปิดวัดเพื่อซ่อมแซมบูรณะ ตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 ซึ่งก็ทำการปิดเพื่อบูรณะอยู่พักหนึ่งจึงเสร็จสิ้นและเปิดให้เข้าชมได้

ถ้ากล่าวถึงอาจารย์เฉลิมชัย ผู้คิดค้นสร้างวัดร่องขุ่นขึ้นมา อาจารย์ท่านมีความเชื่อว่าวัดร่องขุ่นเกิดได้โดยเริ่มต้นจากความเชื่อและแรงบันดาลใจ 3 อย่าง

1.เชื่อว่ามีชาติหน้า จึงสร้างไว้เพื่อเป็นมรดกของแผ่นดินจะได้ให้ลูกหลานรุ่นหลังได้ชม

2.เชื่อในศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นธรรมะและคำสอน ที่ทำให้ท่านใจเย็นลงมาก จากเมื่อก่อนเป็นคนใจร้อนมาก จึงยอมสละตนเพื่อทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป

3.เชื่อในพระมหากษัตริย์ การที่ได้เข้าเฝ้ารับใช้ถวายงานพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่9 อยู่หลายครั้ง ได้เห็นพระอัจฉริยะภาพทางศิลปะ และความมีพระเมตตาของพระองค์ท่าน จึงเกิดการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้สร้างงานพุทธศิลป์ไว้ถวายให้เป็นงานศิลปะประจำรัชกาลที่ 9 อีกด้วย

วัดร่องขุ่น

จุดเด่นของวัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่นสังกัดอยู่ในฝ่ายมหายาน อุโบสถของวัดเป็นสีขาว   เป็นประติมากรรมชิ้นหนึ่งของไทยที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก ความหมายก็คือ พระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์   สะพาน หมายถึงการข้ามพ้นจากวัฏฏะสงสารสู่พุทธภูมิ  ปากและเขี้ยวของพระยามารที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นประติมากรรม หมายถึง กิเลสที่ยังมีอยู่ในใจของทุกคน  การก่อสร้างพุทธสถานวัดร่องนั้นใช้เวลาไปทั้งสิ้น 22 ปี ใช้เงินหมดไปทั้งสิ้น  600 ล้านบาท หรืออาจจะมากกว่านั้น

วัดร่องขุ่นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวปิดให้ผู้คนได้มาดูมาชมกันทั่วโลก และยังได้เป็นมรดกของโลกไปแล้ว โดยการรับรองขององค์การยูเนสโก้ อีกด้วย  ปีๆ หนึ่ง ได้มีคนจากทั่วประเทศไทยและทั่วโลกหลั่งใหลไปชื่นชมผลงานของวัดร่องขุ่นกันมากมาย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมักจะเดินทางไปชมประติมากรรมวัดร่องขุ่นกันแทบทุกปี ใครที่เคยพลาดต้องเตรียมตัวเดินทางขึ้นเหนือไปชมมรดกโลกชิ้นนี้สักครั้งในชีวิต

 

วัดบางคลาน

5 คาเฟ่น่านั่งกรุงเทพฯ ที่คุณพลาดไม่ได้

5 คาเฟ่น่านั่งกรุงเทพฯ ที่คุณพลาดไม่ได้

ในบางครั้งเวลาที่เราทำงานมาเหนื่อยๆ อยากจะไปเที่ยวพักผ่อนก็ไปไม่ได้เพราะยังไม่มีวันหยุดยาว วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่พักผ่อนดีๆ ให้คุณได้ไปคลายความเหนื่อยล้ากันด้วย นั่นก็คือร้านคาเฟ่ในกรุงเทพฯ ที่ต้องบอกเลยว่าแต่ล่ะร้านนั้นนั่งมากเลยล่ะ ลองตามมาดูกันเลยดีกว่า รับรองถ้าคุณได้ไปเยือนจะประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

5 คาเฟ่น่านั่งกรุงเทพฯ ที่คุณพลาดไม่ได้

บ้านอากงอาม่า

ร้านคาเฟ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยดีไซน์เจ๋งๆ ของทางร้านและสตอรี่ที่น่าสนใจ จริงๆ ร้านคาเฟ่บ้าอากงอาม่านั้นเป็นบ้านทรงไทยที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 เลยทีเดียว ภายในร้านมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย ท่านสามารถมานั่งดูวิวสวยๆ สั่งอาหารและเครื่องดื่มมารับประทาน ถ้าใครสนใจจะไป ร้านตั้งอยู่ที่ 253 ซอยสมเด็จเจ้าพระยา3 ถนน สมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

Jaiyen café

ต่อกันเลยที่ร้านสุดอบอุ่นที่ตกแต่งได้น่ารัก สบายๆ ภายในร้านค่อนข้างจะมีสไตล์ที่เน้นให้ความสดชื่นกับลูกค้า โทนร้านสว่าง แต่เต็มไปด้วยความโมเดิร์น คุณสามารถนั่งได้ทั้งภายในร้านและนอกร้าน มีอาหารรวมถึงเครื่องดื่มมากมายให้บริการ จุดเด่นคือ ขนมหวานญี่ปุ่นอย่างคากิโกริ มีหลายรสชาดให้คุณได้รับประทานคลายร้อนได้อีกด้วย ที่ตั้ง ซ.ทองหล่อ 13 ถ.สุขุมวิท 55 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110

Dandelion

สำหรับร้านคาเฟ่แห่งนี้ เหมือนกับสร้างขึ้นมาจำลองว่าคุณไปนั่งอยู่ในป่าใหญ่ มีต้นไม้ปกคลุม สำหรับสาวๆ คงจะถูกใจร้านนี้เป็นพิเศษเลยล่ะ เนื่องจากว่ามีสไตล์สุดเก๋ บวกกับการตกแต่งของร้านที่มีมุมถ่ายรูปมากมายอีกต่างหาก คุณสามารถไปใช้บริการได้ไม่ว่าจะไปกับเพื่อนหรือคนรักก็ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและความสบายใจอย่างมากเลยล่ะ สำหรับที่ตั้ง 2c Mapengseng Apartment 14 ซอย สุขุมวิท 31 แขวง คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

Villa De Bear 

ฉายาของคาเฟ่ร้านนี้คือดินแดนแห่งน้องหมี เพราะร้านจะมีโลโก้เป็นน้องหมีดำสุดน่ารัก แถมมีชื่อด้วยนะว่าวิลลี่ ภายในร้านตกแต่งได้แบบน่ารักเป็นอย่างมาก มีที่นั่งเป็นเบาะสีดำขนาดใหญ่เป็นน้องหมีดำ แถมยังมีการตกแต่งแบบสไตล์หมู่บ้านฮอลันดา หรือฮอนแลนด์อีกด้วย บอกเลยว่าราคาอาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ไม่แพงเลยล่ะ ที่ตั้ง 5 ถนน ราชพฤกษ์ ตำบลบางระมาด อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170

นะฮิมคาเฟ่

เป็นร้านคาเฟ่ที่ทำให้คุณได้รู้สึกถึงความสดใสเหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตในวัย 14 อีกครั้ง ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านสุดแสนจะน่ารัก มีโทนสีฉูดฉาดหลายสี ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับลูกค้าที่ได้ไปเยือน เมนูเด่นของที่นี่ก็คือฟองดูว์ และขนมเค้กอีกมากมาย เครื่องดื่มก็ต้องบอกเลยว่ามีให้บริการทุกท่านหลากหลายเมนู ทางร้านได้เปิดให้บริการทุกวัน แถมยังมีมุมถ่ายรูปสุดน่ารักไว้บริการทุกท่านอีกด้วย ที่ตั้ง 78, ซอยนานา, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, กรุงเทพมหานคร, 10100, ประเทศไทย กรุงเทพมหานคร (ปากซอยนานา จะพบร้านเฮง ราดหน้ายอดผักอยู่ปากซอย ร้านจะอยู่ประมาณกลางซอยนานา) 400 . จาก MRT หัวลำโพง โทร: 026233449

 

# แหลมเจริญ ซีฟู้ด ระยอง

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

ภาพของสะพานไม้ที่ยาวสุดสายตา มีคำบรรยายใต้ภาพบอกว่าสะพานนี้คือ “ สะพานมอญ” เป็นที่มาที่ทำให้เราต้องเก็บกระเป๋าเดินทางและวางแผนไปเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์…ใช่ค่ะ ทริปนี้เราจะพาทุกท่านไปเที่ยวอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีกันค่ะ ด้วยภาพของสะพานมอญที่เราเห็นผ่านตาบ่อยครั้งตามเพจท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเฟสบุ๊ค มันเหมือนมีมนต์เสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดให้เราอยากลองไปเห็นด้วยตาของตัวเองดูซักครั้ง เมื่อวางแผนและเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางกันค่ะ

การเดินทางไป อ.สังขละบุรี

     ทริปนี้เราออกเดินทางไปยังจังหวัดกาญจนบุรีด้วยรถยนต์ส่วนตัว แวะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ตลาดเรดซิตี้ ตัวเมืองกาญจนบุรีแล้ว จึงเดินทางต่อไปยังอำเภอสังขละบุรี ซึ่งจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอำเภอสังขละบุรีนั้น เส้นทางไม่ธรรมดาเลยค่ะ เพราะมีบางช่วงของเส้นทางที่ต้องขับรถขึ้นเขาลงเขา โดยที่ถนนนั้นเป็นเพียงถนนสวนกัน แถมยังมีรถเมล์หวานเย็นที่วิ่งชมวิวทิวทัศน์อย่างช้า ๆ อยู่ข้างหน้าเป็นช่วง ๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นควรให้เพื่อนที่มีความชำนาญในการขับรถขึ้นเขา ลงเขา เป็นผู้ขับค่ะ ซึ่งกว่าจะมาถึงเราก็ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปกว่า 3 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

สังขละบุรีหน้าฝน

เมื่อมาถึงเราก็เช็คอินกับที่พักที่เราจองไว้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานมอญมากนัก เนื่องจากเรามาถึงที่นี่ในเวลาเย็นพอดีเราจึงมีความคิดว่าจะเช่าจักรยานเพื่อขี่ไปชมบรรยากาศยามเย็นของ อ.สังขละบุรี แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเราพบว่าที่นี่ไม่มีจักรยานให้เช่าเลย เราจึงต้องขับรถยนต์ส่วนตัวไปแทนและก็พบว่าภายในตัวอำเภอนั้น มีถนนคนเดินยามเย็นอยู่ด้วย บรรยากาศและร้านค้าต่าง ๆ ของที่นี่ก็คล้าย ๆ กับถนนคนเดินทั่วไป มีอาหาร ขนมทานเล่น ร้านขายเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แต่ต่างกันตรงที่มีเยาวชนพากันแต่งกายด้วยชุดชาวมอญประจำถิ่นมาทำการแสดงร้องเล่น เต้น รำ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน เป็นการสร้างความประทับให้นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากฝนที่ทำท่าจะตกทำให้เราต้องรีบกลับที่พัก เนื่องจากช่วงที่เรามาเป็นเดือนกรกฎาคมที่ตรงกับหน้าฝนพอดี

วันรุ่งขึ้น เรารีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของที่นี่ นั่นคือการตักบาตรบนสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยจะมีพระสงฆ์หลายสิบรูปออกมาเดินรับบิณฑบาตจากญาติโยม เราซื้ออาหารจากชาวบ้านที่เตรียมมาขายอยู่ริมทางก่อนจะถึงทางลงไปยังสะพาน บรรยากาศในตอนเช้าซึ่งเป็นเช้าของหน้าฝนนั้น ทำให้ท้องฟ้าดูชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำเพราะฝนที่ตกลงมาเมื่อคืน หมอกสีขาว ๆ เป็นไอ ลอยต่ำจนปะทะกับใบหน้าของเรา เบื้องล่างของสะพานที่เรายืน มีสายน้ำกว้างใหญ่ชื่อว่าแม่น้ำซองกาเลียที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนที่นี่ ณ ขณะนั้นเรารู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มฉ่ำหัวใจอย่างบอกไม่ถูก นักท่องเที่ยวมากมายทั้งชายหญิงรวมถึงชาวบ้าน พากันแต่งกายด้วยชุดชาวมอญออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปเก็บความประทับใจ มันคงเป็นมนต์เสน่ห์แบบที่เราได้เห็นจากในภาพถ่ายนั่นเอง ภาพถ่ายที่พาเรามาไกลถึงที่นี่ แต่เรากลับรู้สึกคุ้มค่าแม้ต้องใช้เวลาเดินทางมาไกลหลายชั่วโมงก็ตาม

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

ไฮไลท์ของจังหวัดระยองนั้น ไม่ได้มีเพียงทะเล หรือว่าความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้นนะคะ แต่จังหวัดระยองยังมีถนนสายหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของเมืองระยอง ถนนสายนี้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความเป็นมาและวัฒนธรรมของจังหวัดระยองไว้ได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจะขอพาทุกท่านไปเดินเที่ยวที่ถนนสายนี้กันค่ะ ที่นี่เป็นถนนสายแรกและเป็นถนนที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดระยอง ชื่อว่า “ถนนยมจินดา” ปัจจุบันถูกปรับปรุงให้เป็นถนนแห่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองระยอง

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

บรรยากาศของถนนยมจินดา     

เนื่องจากเราเดินทางไปในวันเสาร์ ซึ่งถนนแห่งนี้จะคึกคักมากเป็นพิเศษ จะว่าไปที่นี่ก็มีบรรยากาศคล้ายถนนคนเดินที่มีร้านขายอาหารและของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ตลอดสายทั้ง 2 ฝั่งถนน โดยจากหัวมุมถนนตรงจุดที่เราเริ่มเดิน มีป้ายติดไว้ว่า “ตะหลาด โรงสี” เมื่อเดินตามถนนเข้ามาจะพบกับร้านอาหารดังชื่อว่า ร้านเชย ที่มีเมนูชื่อแปลกอย่างข้าวผัดรถไฟ, ผัดไทกุ้งสดห่อไข่, ผัดกระเพราวุ้นเส้นหมูสับ ขอบอกว่าข้าวผัดรถไฟนั้น รสชาติไม่ธรรมดาเลยค่ะ ถัดมาเป็นร้านขายเครื่องดื่มและขนมหวานชื่อดังอีกเช่นกันชื่อว่าร้าน “ราย็อง” เมนูขนมหวานที่เป็นไฮไลท์ของร้านนี้คือ โรตีทุเรียน ซึ่งทางร้านรับประกันเรื่องความอร่อยและยืนยันว่าเป็นโรตีทุเรียนเจ้าแรกของประเทศไทยเลยทีเดียว เมื่อเดินต่อมาเราก็พบกับพิพิธภัณฑ์เมืองระยอง ที่ภายในเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้รวมถึงภาพถ่ายเก่า ๆ เก็บสะสมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน อีกทั้งยังมีสมุดเยี่ยมให้เราได้ลงชื่อไว้เป็นที่ระลึกด้วย และสุดท้ายเราก็เดินมาพบกับซอยเล็ก ๆ ที่ภายในซอยคือบ้านของเจ้าเมืองระยอง “ต้นตระกูลยมจินดา” ลักษณะเป็นบ้านไม้ที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดี แต่ก็ยังคงทรงบ้านที่มีแบบคล้ายบ้านในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 เอาไว้ โดยปัจจุบันได้เปิดเป็นร้านอาหารชื่อว่าครัวครูหมู ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง   21.00 น. ของทุกวัน

การเดินทาง     

สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ถนนยมจินดาแห่งนี้ ถ้าท่านมาจากถนนสุขุมวิทสายเก่า มุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านฉาง ให้ท่านเลี้ยวซ้ายเข้ามาทางถนนภักดีบริรักษ์ แล้ววิ่งตรงมาจนถึงแยกที่ 2 จะพบกับถนนยมจินดาอยู่ทางด้านซ้ายมือ บริเวณนั้นมีที่จอดรถยนต์ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่เอารถยนต์ส่วนตัวมา แต่หากท่านที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถใช้บริการรถตู้สาธารณะสายกรุงเทพ ฯ – ระยอง ซึ่งให้บริการอยู่ที่สถานีขนส่งหมอชิต โดยรถจะออกทุกชั่วโมง ใครที่สนใจอยากมาสัมผัสรากเหง้าและต้นกำเนิดของเมืองระยอง ณ ถนนยมจินดาแห่งนี้ ก็สามารถมาได้ทุกวันค่ะ โดยในวันเสาร์อาทิตย์ ร้านค้าต่าง ๆ จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. แต่หากเป็นวันธรรมดาอาจเปิดให้บริการในเวลา 12.00 น. – 20.00 น. เนื่องจากในวันธรรมดาจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยนั่นเอง สำหรับที่ตั้ง ถ.สุขุมวิท เลี้ยวเข้า ถ.ภักดีบริรักษ์ ถ.ยมจินดาจะอยู่แยกที่ 2 ซ้ายมือ หรือเข้าทาง ถ.ตากสินมหาราช เข้ามาประมาณ 400 เมตร ถ.ยมจินดาจะอยู่ขวามือ ไม่มีค่าเข้าชม เปิดบริการ : ร้านค้าทั่วไป เปิดทุกวัน 10.00 – 20.00 น. ถนนคนเดิน เปิดเสาร์ – อาทิตย์ 18.00 – 22.00 น. โทร : 0814291326

 

# แหลมเจริญ ซีฟู้ด ระยอง

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏอยู่ที่ไหน…ทำไมต้องไปด้วย?

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประชากรกว่าร้อยละ 80 นับถือศาสนาพุทธ และนิสัยของพุทธศาสนิกชนชาวไทยส่วนใหญ่ก็คือการชอบไปแสวงบุญตามสถานที่ต่าง ๆ วันนี้เราจะขอแนะนำสถานที่สำหรับแสวงบุญที่มีชื่อเสียงและน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยกันค่ะ สถานที่แห่งนี้ก็คือ “ยอดเขาคิชฌกูฏ” จังหวัดจันทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ด้วยตำนานที่เล่าขานว่าบนยอดเขาคิชฌกูฏนั้น มีก้อนหินซึ่งปรากฏรอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ หากใครที่ได้มีโอกาสไปนมัสการรอยพระพุทธบาทดังกล่าวสักครั้งในชีวิตแล้ว ชีวิตจะประสบแต่ความสุขความเจริญ เกิดความเป็นศิริมงคลสูงสุดแก่บุคคลผู้นั้น และยังมีความเชื่ออีกด้วยว่าเราสามารถขอพรในสิ่งที่เราปรารถนาได้ 1 ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพรที่ขอนั้นก็มักจะสำเร็จผลแก่ตัวผู้ขอทุกคนไป ด้วยเหตุนี้พุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทย จึงหลั่งไหลกันขึ้นไปบนยอดเขาคิชฌกูฏ เพื่อกราบไหว้บูชาและนมัสการขอพรรอยพระพุทธบาทดังกล่าว โดยยอดเขาคิชฌกูฏ จะเปิดให้นักแสวงบุญได้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทในช่วงประมาณเดือนมกราคม – เดือนมีนาคม ของทุกปี สำหรับในปี 2563 นี้ เปิดตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดในวันที่ 24 มีนาคม 2563

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

การเดินทาง

ด้วยแรงแห่งศรัทธา…ในยุคแรก ๆ ผู้คนต่างพากันเดินเท้าขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา โดยต้องเดินจากตีนเขารวมระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง กว่าจะถึงยอดเขา ซึ่งเส้นทางก็เรียกได้ว่ามหาโหดมาก เพราะมีลักษณะเป็นป่าทึบที่มีความชันและมีโขดหินสลับไปมาเป็นบางช่วง แต่สำหรับในปัจจุบันนี้มีรถกระบกยกสูงที่ชาวบ้านเรียกว่า “รถโฟวิล” คอยให้บริการรับ – ส่งผู้ที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยการเดินทางนั้นเมื่อออกจากตัวเมืองจันทบุรีมุ่งหน้าสู่อำเภอเขาคิชฌกูฏ ท่านสามารถเลือกที่จะไปซื้อตั๋วรถขึ้นเขาได้ใน 2 จุด คือ

1. วัดพลวง : จุดนี้จะต้องซื้อตั๋วขึ้นรถ 2 ต่อ คือจากวัดพลวงไปถึงจุดแวะพักกลางเขา และจากจุดแวะพักกลางเขาไปจนถึงจุดแวะพักยอดเขา อัตราค่าโดยสารจะอยู่ที่ต่อละ 50 บาท

2. วัดกระทิง : จุดนี้เป็นจุดที่ขายตั๋วรถขึ้นเขาในราคาแบบเหมาทั้งขาไป – กลับ ในราคา 200 บาท โดยที่ท่านไม่ต้องไปซื้อตั๋วใหม่ที่จุดแวะพักกลางเขา    เมื่อรถพาท่านมาถึงบริเวณจุดแวะพักที่ 2 ซึ่งอยู่ยอดเขาแล้ว ท่านจะต้องเดินเท้าขึ้นไปที่รอยพระพุทธบาทตามบันไดปูนเป็นระยะทางอีกกว่า 1.2 กิโลเมตร แต่สำหรับนักแสวงบุญที่มีแรงศรัทธาแต่ร่างกายไม่พร้อมนั้น ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ ที่นี่เค้ามีลูกหาบคอยให้บริการเพื่อพาท่านไปถึงบนยอดเขา ณ จุดนมัสการรอยพระพุทธบาท ในราคาเที่ยวละ 1,000 บาทด้วย เอาเป็นว่าใครที่สนใจจะมานมัสการรอยพระพุทธบาทที่ยอดเขาคิชฌกูฏนี้ ท่านควรติดตามช่วงเวลาเปิดเขาและเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยซักซ้อมเดินออกกำลังกายเอาไว้บ้าง เพื่อที่จะได้สามารถเดินขึ้นเขาได้อย่างไม่เหนื่อยมากนัก

                                                                                                                                                     

5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี

เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

จันทบุรี เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

จันทบุรี เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

      “น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้” นี่คือส่วนหนึ่งในคำขวัญของจังหวัดจันทบุรี จังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออก ซึ่งเป็นจังหวัด ที่มีความอุดมสมบูรณ์และทรัพยากรทางธรรมชาติที่หลากหลาย วันนี้เราจะขอพาทุกท่านไปสัมผัสบรรยากาศของโฮมสเตย์ริม  น้ำตก ที่จะทำให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายไปกับธรรมชาติและธารน้ำใสไหลเย็น ณ จังหวัดจันทบุรีแห่งนี้กันค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี

        ทริปนี้เราเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวออกจากตัวเมืองจันทบุรี โดยใช้ถนนหมายเลข 317 (จันทบุรี – สระแก้ว) มุ่งหน้าสู่อำเภอโป่งน้ำร้อน เลี้ยวซ้ายเข้าทางถนน จบ. 3035 จะเห็นมีป้ายหลายป้ายเขียนข้อความอย่างเช่น ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งเพลโฮมสเตย์, วัดทุ่งเพล,วัดเขาบรรจบ ตลอดจนมีชื่อของโฮมสเตย์ต่างๆ ติดไว้ตรงทางเข้า เมื่อขับเข้ามาเรื่อยๆ จะเห็นมีป้ายบอกทางอยู่ตลอด ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 45 นาที ที่นี่มีลักษณะคล้ายกับที่เรียกว่า “รัฐวิสาหกิจชุมชน” คือมีการรวมกลุ่มกันของชาวบ้านตั้งเป็นกลุ่มโฮมสเตย์ติดธารน้ำตก มีชื่อว่า “กลุ่มโฮมสเตย์บ้านทุ่งเพล จันทบุรี”

                                                  จันทบุรี เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ      เราเข้าเช็คอินกับที่พักชื่อว่า “โฮมสเตย์บ้านสวนริมน้ำ” ซึ่งเป็นโฮมสเตย์ที่อยู่ด้านบนสุดของธารน้ำตก หรือจะพูดว่าอยู่ต้นน้ำที่สุดก็ว่าได้ มีลักษณะเป็นบ้านไม้มีทั้งหลังใหญ่และเล็กไว้รองรับนักท่องเที่ยวตามจำนวนที่จะมาพัก สำหรับราคานั้นจะคิดราคาเหมาจ่ายต่อหัวในราคา 1,700 บาท ต่อนักท่องเที่ยว 1 ท่าน ซึ่งราคานี้จะรวม 1.) ค่าอาหาร 2 มื้อ คือมื้อเย็นของวันที่เข้าพักกับมื้อเช้าของวัดถัดไป 2.) ค่าที่พัก เมื่อเก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศโดยรอบ พบว่ามีวัดอยู่ติดกับโฮมสเตย์แห่งนี้ด้วย ชื่อว่าวัดเขาบรรจบ เป็นวัดที่เงียบสงบมาก อยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และมีลำธารใสไหลผ่าน และมีโบสถ์ไม้ที่สวยงามตระการตาที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่เราเคยเห็นมาด้วย

เมื่อเดินเที่ยวชมวัดเสร็จแล้ว เรากลับมาที่บ้านพัก บอกแล้วว่าบ้านพักของเรานั้นติดธารน้ำตกทีมีโขดหินธรรมชาติเรียงรายอยู่ตามธารน้ำ เราไม่รีรอที่จะลงไปเล่นน้ำตกหน้าบ้านพัก เอาตัวลงไปนอนแช่ในแอ่งหิน แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างสบายใจ ราวกับว่าท้องฟ้าสีครามและเงาของต้นไม้ข้างๆ ธารน้ำกำลังโอบกอดเราอยู่ เมื่อขึ้นจากธารน้ำก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี เมนูที่ที่พักเตรียมไว้ให้เรา เป็นอาหารพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรี เช่นก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ผัดปู,หมูชะมวง,ต้มไก่ใส่กระวาน,น้ำพริกและผักพื้นบ้าน รวมทั้งยังมีผลไม้ตามฤดูกาลตบท้ายให้ด้วย

ถือเป็นทริปที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดแห่งความประทับใจทริปหนึ่งเลยทีเดียว หากท่านใดที่ชอบรรยากาศของธารน้ำตก ป่าเขาและธรรมชาติแล้ว ขอให้ท่านเก็บหมู่บ้านทุ่งเพล จังหวัดจันทบุรี แห่งนี้ไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของท่าน หากท่านได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบที่เราได้สัมผัส ท่านอาจจะคิดเสียดายว่า “รู้แบบนี้ มาตั้งนานแล้ว” ก็เป็นได้ แต่ขอบอกก่อนนะคะว่าการจะมาพักที่นี่นั้น นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อจองที่พักกันล่วงหน้าเป็นเดือนเลยทีเดียว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นตลอดทั้งปีนั่นเอง

 

# 5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี