ที่เที่ยวในอำเภอนบพิตำ

ที่เที่ยวในอำเภอนบพิตำ

ที่เที่ยวในอำเภอนบพิตำ

ที่เที่ยวในอำเภอนบพิตำ

นบพิตำเป็นอีกหนึ่งอำเภอเงียบๆที่เราอาจจะไม่ค่อยคุ้นชื่อกันมากนัก เพราะว่าเป็นอำเภอที่เงียบสงบแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่กลับมาสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแอบซ่อนอยู่มากมาย และรอให้เราเข้าไปค้นหาถึงความวยงามและน่าสนใจของสถานที่เหล่านั้น ถ้าหากใครสงสัยว่าที่นี่มีอะไรน่าเที่ยวกันบ้าง ก็ตามมาดูกันเลย

ที่ตั้งและประวัติความเป็นมา

นบพิตำเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นอำเภอที่ไม่ได้มีพื้นที่ติดทะเล แต่มีธรรมชาติป่าไม้ที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ ภูมิประเทศเป็นป่าไม้และภูเขาสลับซับซ้อน ซ่อนความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวมากมายเอาไว้ที่นี่

การเดินทาง

คุรสามารถนั่งเครื่องบินไปลงที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เลย และการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆก็สามารถใช้บริการรถ Taxi ได้ หรือจะเช่ารถขับเองก็สะดวกไปอีกแบบ

กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

– มาดูการทำผ้าบาติกของชาวบ้าน ในภาคใต้จะมีกลุ่มชาวบ้านที่ทำผ้าบาติกอยู่หลากหลายกลุ่มแต่ที่นบพิตำนี้จะมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร คือผ้าผืนใหญ่จะถูกวาดลวดลายป่าประ ลงไป นับว่าเป็นความสวยงามที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดีจริงๆ

– มาเที่ยวชมความสวยงามของถ้ำเขาตาปาน การมาที่นี่คุณจะได้เห็นความสวยงามของธรรมชาติ ที่สวยข้างทางเป็นหน้าผาแคบๆที่ปกคลุมไปด้วยพืชไม้เลื้อยพอให้คอได้เดินผ่าน ราวกับเป็นสวนสวยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่คุณไม่ควรพลาดมาเที่ยวชม

– มาชมทะเลหมอกที่กรุงชิง กรุงชิงเป็นตำบลเล็กๆใน นบพิตำที่มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ คุณสามารถขึ้นไปดูจุดชมทะเลหมอกได้ในตอนเช้า เพื่อดูความสวยงามของทะเลหมอกยามพระอาทิตย์ขึ้น และความสวยงามของธรรมชาติรอบๆตัวในมุมสูง

 

 

– มาล่องแก่งที่กรุงชิง ที่นี่น่าจะถูกอกถูกใจสายลุยเป็นอย่างมาก เพราะคุณจะไปทำกิจกรรมสุดลุยและแสนสนุกนั่นก็คือการล่องแก่งไปตามลำน้ำ ที่มีทั้งน้ำเชี่ยวน้ำนิ่งให้ได้สนุกหวาดเสียวกันสุดๆไปเลย อีกทั้งยังได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำอีกด้วยนะคะ

 

 

– มาแช่น้ำพุร้อน ที่บ่อน้ำพุร้อนกรุงชิง ที่นี่มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ให้คุรได้มาแช่ตัว กันให้สบายตัว สบายใจกันไปเลย ระหว่างแช่น้ำคุณก็สามารถชมวิวสวยๆของป่าประได้อีกด้วย

 

– บุกป่าเข้าไปดูน้ำตกกรุงชิง นี่น่าจะเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับสายลุยอีกแล้ว เพราะที่กรุงชิงแห่งนี้มีน้ำตกสวย ที่หากคุณอยากจะมาเห็น ต้องเดินป่าเข้าไป ทางเดินไม่ได้ลำบากมากนัก ระหว่างทางคุณจะได้ชื่นชมกับความสวยงามของธรรมชาติไปด้วย หรืออาจจะเจอกับสัตว์ป่าน้อยใหญ่ให้เป็นที่ตื่นเต้นกันบ้าง มาเดินป่าที่นี่คุณต้องเตรียมร่างกายมาให้พร้อมในระดับหนึ่งเพราะใช้เวลาเดินกันประมาณ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว และคุณจะได้พบกับน้ำตกกรุงชิง เป็นน้ำตก 2 สายที่ไหลลงมาจากหน้าผา ลงมาสู่แอ่งน้ำเบื้องล่างที่คุณสามารถมาลงเล่นน้ำคลายร้อนกันได้เลย

 

# ท่องเที่ยวอยุธยา

รีวิวตลาดโรงเกลือในปัจจุบัน

รีวิวตลาดโรงเกลือในปัจจุบัน

————————————————————————————————————–

                ถ้าพูดถึงตลาดค้าส่งสินค้ามือสองไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยแล้ว หนึ่งในตลาดที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงก็คงหนีไม่พ้น ตลาดโรงเกลือ ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพราะที่นี่มีสินค้ามากมายหลายชนิดทั้งมือ 1 และ มือ 2 ที่นำเข้ามาผ่านทางด่านการค้าชายแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ซึ่งติดกับประเทศกัมพูชา ปฏิเสธไม่ได้ว่าในอดีตตลาดโรงเกลือแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าแบรนด์เนมมือ 2 รวมถึงสินค้าลอกเลียนแบบสินค้ายี่ห้อดังอย่างกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้ากีฬา หมวก และอื่น ๆ อีกมากมาย ต่อมาได้มีข่าวการเข้าบุกจับเพื่อกวาดล้างสินค้าลอกเลียนแบบครั้งใหญ่ที่ตลาดโรงเกลือโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่งผลให้มีข่าวปรากฏตามหน้าสื่อต่าง ๆ ว่า ร้านค้าภายในตลาดโรงเกลือนั้นพากันทยอยปิดกิจการ ทำให้บรรยากาศในตลาดนั้นเงียบเหงาและซบเซา วันนี้เราจะพาทุกท่านไปพิสูจน์กันค่ะ ว่าตลาดโรงเกลือในปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง และมีความเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน

รีวิวตลาดโรงเกลือในปัจจุบัน

การเดินทาง

————————————————————————————————————–

                เราออกเดินทางแต่เช้ามุ่งหน้าสู่ จ.สระแก้ว และเดินทางต่อไปยัง อ.อรัญญประเทศเพื่อไปที่ตลาดโรงเกลือ สิ่งที่สังเกตุเห็นระหว่างทางคือมีการสร้างถนนยกระดับบนถนนหมายเลข 33 ตรงทางแยกที่จะเข้าตลาดโรงเกลือ ซึ่งถนนนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและเพื่อเชื่อมเส้นทางไปสู่ประเทศกัมพูชา เมื่อมาถึงตลาดโรงเกลือสิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกประหลาดใจกว่าทุกครั้งที่เคยมาเยือนที่นี่คือเราหาที่จอดรถได้ง่ายมาก จากแต่ก่อนที่เราต้องวนรถเพื่อหาที่จอดไม่น้อยกว่า 2 รอบ เมื่อจอดรถเสร็จสรรพ เราก็เดินไปเช่ารถมอเตอร์ไซค์ที่มีไว้บริการในอัตรา 3 ชั่วโมง 100 บาท จากนั้นก็ขี่สองล้อเที่ยวชมไปรอบ ๆ ตลาด สิ่งที่สังเกตุเห็นได้ชัดประการที่หนึ่งคือ นักท่องเที่ยวที่บางตากว่าแต่ก่อนมากทั้งที่เป็นวันอาทิตย์ เราสามารถขี่มอเตอร์ไซค์เข้าซอยนั้น ออกซอยนี้ ได้อย่างสบายไม่เบียดเสียดเหมือนแต่ก่อนในโซนด้านหน้าของตลาดยังคงมีร้านค้าเปิดให้บริการตามปกติไม่ได้รู้สึกว่าน้อยลงแต่อย่างไร

แต่สิ่งที่ต่างจากเดิมคือไม่มีสินค้าลอกเลียนแบบวางหรือแขวนขายอย่างโจ๋งครึ่มเหมือนแต่ก่อน ถึงจะเป็นสินค้าชนิดเดิมหากแต่ลวดลายหรือตัวอักษรบนสินค้านั้น กลับไม่ได้เลียนแบบยี่ห้อดังเหมือนแต่ก่อน ยกตัวอย่างเช่นรองเท้าผ้าใบและชุดกีฬา ที่เมื่อก่อนจะสกรีนชื่อรวมถึงสัญลักษณ์ของชุดกีฬายี่ห้อดังอย่าง Nike และ Adidas แขวนหรือวางขายไว้อย่างชัดเจน แต่ในปัจจุบันกลับเหลือเพียงคำว่า Sport บนชุดกีฬาเท่านั้น ในส่วนของโซนด้านหลังตลาด ที่แต่ก่อนนี้เคยมีร้านขายกระเป๋าลอกเลียนแบบกระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดังตั้งเรียงรายเป็นแถวเป็นแนวนับ 10 ร้าน เราพบว่าในปัจจุบันมีร้านหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้าน หลายร้านมีการปิดกิจการ จริง ๆ ตามข่าว และเช่นเดียวกันกับชุดกีฬา ที่บนตัวกระเป๋านั้นไม่ปรากฏชื่อของแบรนด์ยี่ห้อดังอีกแล้ว แม้ว่าลวดลายจะยังดูคล้ายก็ตาม ในส่วนของร้านค้าส่งสินค้าชนิดอื่น ๆ เช่น รองเท้ามือสอง ผ้าห่ม ตลอดจนเสื้อผ้าแฟชั่นและเสื้อผ้ามือสองนั้น ยังคงเปิดขายตามปกติ

 

5 คาเฟ่น่านั่งกรุงเทพฯ ที่คุณพลาดไม่ได้

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

ภาพของสะพานไม้ที่ยาวสุดสายตา มีคำบรรยายใต้ภาพบอกว่าสะพานนี้คือ “ สะพานมอญ” เป็นที่มาที่ทำให้เราต้องเก็บกระเป๋าเดินทางและวางแผนไปเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์…ใช่ค่ะ ทริปนี้เราจะพาทุกท่านไปเที่ยวอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีกันค่ะ ด้วยภาพของสะพานมอญที่เราเห็นผ่านตาบ่อยครั้งตามเพจท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเฟสบุ๊ค มันเหมือนมีมนต์เสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดให้เราอยากลองไปเห็นด้วยตาของตัวเองดูซักครั้ง เมื่อวางแผนและเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางกันค่ะ

การเดินทางไป อ.สังขละบุรี

     ทริปนี้เราออกเดินทางไปยังจังหวัดกาญจนบุรีด้วยรถยนต์ส่วนตัว แวะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ตลาดเรดซิตี้ ตัวเมืองกาญจนบุรีแล้ว จึงเดินทางต่อไปยังอำเภอสังขละบุรี ซึ่งจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอำเภอสังขละบุรีนั้น เส้นทางไม่ธรรมดาเลยค่ะ เพราะมีบางช่วงของเส้นทางที่ต้องขับรถขึ้นเขาลงเขา โดยที่ถนนนั้นเป็นเพียงถนนสวนกัน แถมยังมีรถเมล์หวานเย็นที่วิ่งชมวิวทิวทัศน์อย่างช้า ๆ อยู่ข้างหน้าเป็นช่วง ๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นควรให้เพื่อนที่มีความชำนาญในการขับรถขึ้นเขา ลงเขา เป็นผู้ขับค่ะ ซึ่งกว่าจะมาถึงเราก็ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปกว่า 3 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

สังขละบุรีหน้าฝน

เมื่อมาถึงเราก็เช็คอินกับที่พักที่เราจองไว้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานมอญมากนัก เนื่องจากเรามาถึงที่นี่ในเวลาเย็นพอดีเราจึงมีความคิดว่าจะเช่าจักรยานเพื่อขี่ไปชมบรรยากาศยามเย็นของ อ.สังขละบุรี แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเราพบว่าที่นี่ไม่มีจักรยานให้เช่าเลย เราจึงต้องขับรถยนต์ส่วนตัวไปแทนและก็พบว่าภายในตัวอำเภอนั้น มีถนนคนเดินยามเย็นอยู่ด้วย บรรยากาศและร้านค้าต่าง ๆ ของที่นี่ก็คล้าย ๆ กับถนนคนเดินทั่วไป มีอาหาร ขนมทานเล่น ร้านขายเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แต่ต่างกันตรงที่มีเยาวชนพากันแต่งกายด้วยชุดชาวมอญประจำถิ่นมาทำการแสดงร้องเล่น เต้น รำ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน เป็นการสร้างความประทับให้นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากฝนที่ทำท่าจะตกทำให้เราต้องรีบกลับที่พัก เนื่องจากช่วงที่เรามาเป็นเดือนกรกฎาคมที่ตรงกับหน้าฝนพอดี

วันรุ่งขึ้น เรารีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของที่นี่ นั่นคือการตักบาตรบนสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยจะมีพระสงฆ์หลายสิบรูปออกมาเดินรับบิณฑบาตจากญาติโยม เราซื้ออาหารจากชาวบ้านที่เตรียมมาขายอยู่ริมทางก่อนจะถึงทางลงไปยังสะพาน บรรยากาศในตอนเช้าซึ่งเป็นเช้าของหน้าฝนนั้น ทำให้ท้องฟ้าดูชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำเพราะฝนที่ตกลงมาเมื่อคืน หมอกสีขาว ๆ เป็นไอ ลอยต่ำจนปะทะกับใบหน้าของเรา เบื้องล่างของสะพานที่เรายืน มีสายน้ำกว้างใหญ่ชื่อว่าแม่น้ำซองกาเลียที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนที่นี่ ณ ขณะนั้นเรารู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มฉ่ำหัวใจอย่างบอกไม่ถูก นักท่องเที่ยวมากมายทั้งชายหญิงรวมถึงชาวบ้าน พากันแต่งกายด้วยชุดชาวมอญออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปเก็บความประทับใจ มันคงเป็นมนต์เสน่ห์แบบที่เราได้เห็นจากในภาพถ่ายนั่นเอง ภาพถ่ายที่พาเรามาไกลถึงที่นี่ แต่เรากลับรู้สึกคุ้มค่าแม้ต้องใช้เวลาเดินทางมาไกลหลายชั่วโมงก็ตาม

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

ไฮไลท์ของจังหวัดระยองนั้น ไม่ได้มีเพียงทะเล หรือว่าความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้นนะคะ แต่จังหวัดระยองยังมีถนนสายหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของเมืองระยอง ถนนสายนี้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความเป็นมาและวัฒนธรรมของจังหวัดระยองไว้ได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจะขอพาทุกท่านไปเดินเที่ยวที่ถนนสายนี้กันค่ะ ที่นี่เป็นถนนสายแรกและเป็นถนนที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดระยอง ชื่อว่า “ถนนยมจินดา” ปัจจุบันถูกปรับปรุงให้เป็นถนนแห่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองระยอง

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

บรรยากาศของถนนยมจินดา     

เนื่องจากเราเดินทางไปในวันเสาร์ ซึ่งถนนแห่งนี้จะคึกคักมากเป็นพิเศษ จะว่าไปที่นี่ก็มีบรรยากาศคล้ายถนนคนเดินที่มีร้านขายอาหารและของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ตลอดสายทั้ง 2 ฝั่งถนน โดยจากหัวมุมถนนตรงจุดที่เราเริ่มเดิน มีป้ายติดไว้ว่า “ตะหลาด โรงสี” เมื่อเดินตามถนนเข้ามาจะพบกับร้านอาหารดังชื่อว่า ร้านเชย ที่มีเมนูชื่อแปลกอย่างข้าวผัดรถไฟ, ผัดไทกุ้งสดห่อไข่, ผัดกระเพราวุ้นเส้นหมูสับ ขอบอกว่าข้าวผัดรถไฟนั้น รสชาติไม่ธรรมดาเลยค่ะ ถัดมาเป็นร้านขายเครื่องดื่มและขนมหวานชื่อดังอีกเช่นกันชื่อว่าร้าน “ราย็อง” เมนูขนมหวานที่เป็นไฮไลท์ของร้านนี้คือ โรตีทุเรียน ซึ่งทางร้านรับประกันเรื่องความอร่อยและยืนยันว่าเป็นโรตีทุเรียนเจ้าแรกของประเทศไทยเลยทีเดียว เมื่อเดินต่อมาเราก็พบกับพิพิธภัณฑ์เมืองระยอง ที่ภายในเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้รวมถึงภาพถ่ายเก่า ๆ เก็บสะสมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน อีกทั้งยังมีสมุดเยี่ยมให้เราได้ลงชื่อไว้เป็นที่ระลึกด้วย และสุดท้ายเราก็เดินมาพบกับซอยเล็ก ๆ ที่ภายในซอยคือบ้านของเจ้าเมืองระยอง “ต้นตระกูลยมจินดา” ลักษณะเป็นบ้านไม้ที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดี แต่ก็ยังคงทรงบ้านที่มีแบบคล้ายบ้านในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 เอาไว้ โดยปัจจุบันได้เปิดเป็นร้านอาหารชื่อว่าครัวครูหมู ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง   21.00 น. ของทุกวัน

การเดินทาง     

สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ถนนยมจินดาแห่งนี้ ถ้าท่านมาจากถนนสุขุมวิทสายเก่า มุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านฉาง ให้ท่านเลี้ยวซ้ายเข้ามาทางถนนภักดีบริรักษ์ แล้ววิ่งตรงมาจนถึงแยกที่ 2 จะพบกับถนนยมจินดาอยู่ทางด้านซ้ายมือ บริเวณนั้นมีที่จอดรถยนต์ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่เอารถยนต์ส่วนตัวมา แต่หากท่านที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถใช้บริการรถตู้สาธารณะสายกรุงเทพ ฯ – ระยอง ซึ่งให้บริการอยู่ที่สถานีขนส่งหมอชิต โดยรถจะออกทุกชั่วโมง ใครที่สนใจอยากมาสัมผัสรากเหง้าและต้นกำเนิดของเมืองระยอง ณ ถนนยมจินดาแห่งนี้ ก็สามารถมาได้ทุกวันค่ะ โดยในวันเสาร์อาทิตย์ ร้านค้าต่าง ๆ จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. แต่หากเป็นวันธรรมดาอาจเปิดให้บริการในเวลา 12.00 น. – 20.00 น. เนื่องจากในวันธรรมดาจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยนั่นเอง สำหรับที่ตั้ง ถ.สุขุมวิท เลี้ยวเข้า ถ.ภักดีบริรักษ์ ถ.ยมจินดาจะอยู่แยกที่ 2 ซ้ายมือ หรือเข้าทาง ถ.ตากสินมหาราช เข้ามาประมาณ 400 เมตร ถ.ยมจินดาจะอยู่ขวามือ ไม่มีค่าเข้าชม เปิดบริการ : ร้านค้าทั่วไป เปิดทุกวัน 10.00 – 20.00 น. ถนนคนเดิน เปิดเสาร์ – อาทิตย์ 18.00 – 22.00 น. โทร : 0814291326

 

# แหลมเจริญ ซีฟู้ด ระยอง

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏอยู่ที่ไหน…ทำไมต้องไปด้วย?

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประชากรกว่าร้อยละ 80 นับถือศาสนาพุทธ และนิสัยของพุทธศาสนิกชนชาวไทยส่วนใหญ่ก็คือการชอบไปแสวงบุญตามสถานที่ต่าง ๆ วันนี้เราจะขอแนะนำสถานที่สำหรับแสวงบุญที่มีชื่อเสียงและน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยกันค่ะ สถานที่แห่งนี้ก็คือ “ยอดเขาคิชฌกูฏ” จังหวัดจันทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ด้วยตำนานที่เล่าขานว่าบนยอดเขาคิชฌกูฏนั้น มีก้อนหินซึ่งปรากฏรอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ หากใครที่ได้มีโอกาสไปนมัสการรอยพระพุทธบาทดังกล่าวสักครั้งในชีวิตแล้ว ชีวิตจะประสบแต่ความสุขความเจริญ เกิดความเป็นศิริมงคลสูงสุดแก่บุคคลผู้นั้น และยังมีความเชื่ออีกด้วยว่าเราสามารถขอพรในสิ่งที่เราปรารถนาได้ 1 ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพรที่ขอนั้นก็มักจะสำเร็จผลแก่ตัวผู้ขอทุกคนไป ด้วยเหตุนี้พุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทย จึงหลั่งไหลกันขึ้นไปบนยอดเขาคิชฌกูฏ เพื่อกราบไหว้บูชาและนมัสการขอพรรอยพระพุทธบาทดังกล่าว โดยยอดเขาคิชฌกูฏ จะเปิดให้นักแสวงบุญได้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทในช่วงประมาณเดือนมกราคม – เดือนมีนาคม ของทุกปี สำหรับในปี 2563 นี้ เปิดตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดในวันที่ 24 มีนาคม 2563

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

การเดินทาง

ด้วยแรงแห่งศรัทธา…ในยุคแรก ๆ ผู้คนต่างพากันเดินเท้าขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา โดยต้องเดินจากตีนเขารวมระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง กว่าจะถึงยอดเขา ซึ่งเส้นทางก็เรียกได้ว่ามหาโหดมาก เพราะมีลักษณะเป็นป่าทึบที่มีความชันและมีโขดหินสลับไปมาเป็นบางช่วง แต่สำหรับในปัจจุบันนี้มีรถกระบกยกสูงที่ชาวบ้านเรียกว่า “รถโฟวิล” คอยให้บริการรับ – ส่งผู้ที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยการเดินทางนั้นเมื่อออกจากตัวเมืองจันทบุรีมุ่งหน้าสู่อำเภอเขาคิชฌกูฏ ท่านสามารถเลือกที่จะไปซื้อตั๋วรถขึ้นเขาได้ใน 2 จุด คือ

1. วัดพลวง : จุดนี้จะต้องซื้อตั๋วขึ้นรถ 2 ต่อ คือจากวัดพลวงไปถึงจุดแวะพักกลางเขา และจากจุดแวะพักกลางเขาไปจนถึงจุดแวะพักยอดเขา อัตราค่าโดยสารจะอยู่ที่ต่อละ 50 บาท

2. วัดกระทิง : จุดนี้เป็นจุดที่ขายตั๋วรถขึ้นเขาในราคาแบบเหมาทั้งขาไป – กลับ ในราคา 200 บาท โดยที่ท่านไม่ต้องไปซื้อตั๋วใหม่ที่จุดแวะพักกลางเขา    เมื่อรถพาท่านมาถึงบริเวณจุดแวะพักที่ 2 ซึ่งอยู่ยอดเขาแล้ว ท่านจะต้องเดินเท้าขึ้นไปที่รอยพระพุทธบาทตามบันไดปูนเป็นระยะทางอีกกว่า 1.2 กิโลเมตร แต่สำหรับนักแสวงบุญที่มีแรงศรัทธาแต่ร่างกายไม่พร้อมนั้น ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ ที่นี่เค้ามีลูกหาบคอยให้บริการเพื่อพาท่านไปถึงบนยอดเขา ณ จุดนมัสการรอยพระพุทธบาท ในราคาเที่ยวละ 1,000 บาทด้วย เอาเป็นว่าใครที่สนใจจะมานมัสการรอยพระพุทธบาทที่ยอดเขาคิชฌกูฏนี้ ท่านควรติดตามช่วงเวลาเปิดเขาและเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยซักซ้อมเดินออกกำลังกายเอาไว้บ้าง เพื่อที่จะได้สามารถเดินขึ้นเขาได้อย่างไม่เหนื่อยมากนัก

                                                                                                                                                     

5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี

ปางอุ๋ง

สายธรรมชาติห้ามพลาดกับปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

สายธรรมชาติห้ามพลาดกับปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

ดินแดนแห่งความสงบที่สายธรรมชาติจะต้องชื่นชอบเป็นอย่างมาก แน่นอนเรากำลังพูดถึงปางอุ๋ง ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบราวและความสวยงามราวกับดินแดนในนิยาย คุณจะรู้สึกได้ถึงความเป็นธรรมชาติของป่าไม้และสายน้ำ ปางอุ๋งมีฉายาว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย คุณคงจะเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องของสวยของสวิตเซอร์แลนด์กันมาบ้างแล้ว แต่ตอนนี้เราไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอกเมืองนาอีกต่อไป เพราะที่ปางอุ๋งมีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก ทะเลสาบกว้างใหญ่ มีหมอกจางๆ โอบล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้สีขาว อีกทั้งยังมีสัตว์อย่างหงส์ขาวและหงส์ดำเวียนว่ายไปมาอยู่ในพื้นที่ช่วยเพิ่มความโรแมนติกเข้าไปใหญ่

ในช่วงฤดูหนาวคุณยังสามารถเข้าไปกางเต็นท์เพื่อสัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติของปางอุ๋งรวมถึงมีกิจกรรมมากมายให้คุณได้ท่องเที่ยวกันแบบสบายใจอีกด้วยล่ะ ดังนั้นถ้าใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ เพื่อพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการทำงานทั้งปีแล้วล่ะก็ต้องไปที่ปางปุ๋งให้ได้ เราลองไปดูกิจกรรมของปางอุ๋งกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

สายธรรมชาติห้ามพลาดกับปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

ล่องแพ

สำหรับการล่องแพนั้นเป็นกิจกรรมที่ปางอุ๋งได้จัดขึ้นมาให้กับนักท่องเที่ยว โดยคุณสามารถล่องแพ้ไปรอบๆ ปางอุ๋งเพื่อคอยสัมผัสบรรยากาศสวยๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบเต็มๆ ตาของดินแดนสุดแสนจะโรแมนติกแห่งนี้

สวนปางอุ๋ง

ไปต่อกันเลยที่สวนปางอุ๋ง ในสวนปางอุ๋งจะมีพืชผักต่างๆ ที่คุณไม่เคยเห็นจากที่ไหนเป็นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ให้การแนะนำกับชาวบ้านว่าให้ปลูกเอาไว้มาแสดงให้คุณได้เห็นกันด้วย ผักส่วนมากของที่นี่สามารถนำไปเป็นยารักษาแบบสมุนไพรได้ แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีดอกไม้เมืองหนาวเยอะแยะเต็มไปหมดอาจจะมีชื่อแปลกๆ ที่คุณไม่ค่อยจะได้ยิน อาทิเช่น ไฮเดรนเยียน พวงแสด เป็นต้น และดอกไม้ที่คุ้นชื่อกันดีอย่างดอกกุหลาบก็มีเช่นกัน

กางเต็น

คุณสามารถกางเต็นท์นอนในพื้นที่ได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่กับอากาศเย็นๆ และธรรมชาติที่สวยงามต้องนอนให้ได้สักครั้งที่ปางอุ๋ง เพราะจุดไฮไลท์จะอยู่ที่ช่วงกลางคืนนี้แหละ เนื่องจากดวงดาวในช่วงกลางคืนจะส่องสว่างเต็มท้องฟ้าไปหมด มีดาวนับล้านดวงมาจ่อตรงหน้าคุณแบบเต็มตาในช่วงเช้าคุณยังตื่นขึ้นมาสัมผัสกับหมอกจางๆ ดูพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนกับผิวน้ำได้อีกด้วย แต่ถ้านักท่องเที่ยวท่านใดไม่สะดวกที่จะกางเต็นท์นอนก็สามารถเข้าชมได้ เสียค่าเข้าชมแค่ 50 บาทต่อคนเท่านั้น และคุณจะรู้ว่าสวรรค์บนดินนั้นมีจริงๆ

 

# Hug Collection เชียงใหม่

เบตง

เบตง เมืองแห่งสายหมอกใต้สุดแดนสยาม

เบตง เมืองแห่งสายหมอกใต้สุดแดนสยาม

วันนี้เราจะพาคุณไปเที่ยวที่เบตง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว เบตงเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา อยู่ใต้สุดของภาคใต้ มีดินแดนติดกับประเทศมาเลเซีย เบตงเป็นอำเภอที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน สถานที่ท่องเที่ยวมากมายรวมไปถึงอาหารการกินที่คุณจะต้องบอกว่าอร่อยจนลืมไม่ลง วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับจุดเช็คอินของเบตงกันเลยดีกว่าว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

เบตง เมืองแห่งสายหมอกใต้สุดแดนสยาม

ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ครั้งหนึ่งเบตงเคยมีตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองก่อนจะโดนทำลายสถิติในภายหลัง ถ้ามาถึงเบตงแล้วแนะนำว่าต้องไปถ่ายรูปคู่ให้ได้สักครั้ง

วงเวียนนกนางแอ่น

บริเวณแห่งนี้จะมีร้านอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผัดหมี่เบตง หรือไก่ต้มเบตงที่เป็นอาหารขึ้นชื่อแล้วแต่จุดเด่นๆ เลยก็คือ จะมีร้านโรตีชาชักตั้งโต๊ะไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยชาชักและโรตีของเบตงนั้นรสชาดอร่อยมากต่างจากชาชักทั่วไป ในขณะที่คุณนั่งดื่มชากินโรตี อยู่นั้นคุณก็จะได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของคนในพื้นและบรรยากาศดีๆ ของเมืองเบตงและคุ๊ทราบหรือไม่ว่าทำไมที่ตรงนี้จึงมีชื่อเรียกว่าวงเวียนนกนางแอ่น เพราะเป็นวงเวียนที่มีนกนางแอ่นจำนวนมากบินมาเกาสายไฟในทุกๆ เย็น จนเคยมีคำกล่าวไว้ว่าถ้าไปเบตงแล้วไม่โดนนกขี้ใส่เหมือนกับไปไม่ถึงเลยทีเดียว

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

สำหรับทะเลหมอกอัยเยอร์เวงนั้นเรียกได้ว่าสวยมากจริงๆ บรรยากาศขุนเขาแห่งเมืองเบตง ในช่วงเวลาเช้าคุณตื่นขึ้นมาสัมผัสกับบรรยากาศดีๆ ดูทะเลหมอกสวยๆ พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้น แลัวคุณทราบหรือไม่ว่าทะเลหมอกอัยเยอร์เวงไม่จำเป็นต้องมาในช่วงหน้าหนาวก็มีให้เห็นได้ทั่งปีจนได้ชื่อว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดในดินแดนภาคใต้เลยทีเดียว

ล่องแก่ง

แม่น้ำปัตตานีแห่งนี้มีกิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ไว้รอให้บริการทุกท่านกันด้วย นั่นก็คือการล่องแก่งแบบสนุกไปตามสายน้ำ และขอบอกเลยว่าแต่ละช่วงของสายน้ำนั้นมีความยากที่ต่างกันมากเรียกได้ว่าท้าทายพวกคุณให้ได้ไปสัมผัสกันเลยนั่นเอง และอีกเช่นเคยไม่ว่าจะในช่วงไหนก็สามารถล่องแก่งได้ทั้งปี

บ่อน้ำร้อนเบตง

บ่อน้ำร้อนเบตง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจะเราะปะไร ตำบลตาเนาะแมเราะ จังหวัดยะลา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. คุณสามารถไปแช่น้ำแร่เบตงได้ด้วย เพื่อคลายความเหนื่อยล้า มีเครื่องดื่มและบริการต่างๆ ไว้บริการคุณด้วย และจุดไฮไลท์ของที่นี่ก็คือการลวกไข่ลงไปในบ่อน้ำร้อนตามธรรมชาติที่ไม่ได้ถูกสร้างมาแต่อย่างใด ถ้าไปเบตงคุณต้องไปเยือนบ่อน้ำร้อนเบตงให้ได้

 

# พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

มุกดาหาร

มุกดาหารเมืองแห่งริมโขง

มุกดาหารเมืองแห่งริมโขง

มุกดาหาร เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานของไทยตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งโขง ต้องบอกเลยจริงๆ ว่าเป็นจังหวัดที่มีความคราสสิคสูงเลยทีเดียว เพราะมุกดาหารถือได้ว่าเป็นเมืองเก่าอีกแห่งหนึ่งที่คงไว้ซึ่งประติมากรรมมากมายเกี่ยวกับพญานาค เนื่องจากคนในพื้นที่จะมีความเชื่อในเรื่องของพญานาคนั่นเอง วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านเดินทางไปเที่ยวกันในจังหวัดมุกดาหารกันเลยดีกว่าว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจกันบ้าง

มุกดาหารเมืองแห่งริมโขง

ภูผาเทิบ

เริ่มต้นกันเลยที่ภูผาเทิบ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติซึ่งเป็นอุทยานที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนกันเป็นจำนวนมาก มีประติมากรรมเกี่ยวกับหินต่างๆ ที่มีลักษณะสวยงามแปลกตาต่อผู้พบเห็น เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลว่าหินเหล่านี้นั้นเกิดจากการที่ลมและน้ำ ที่กัดเซาะและพัดซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่อดีตจนรูปร่างได้เปลี่ยนไป บางคนที่เห็นก็จะจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์รูปร่างๆ ต่างๆ เครื่องบิน

วัดภูมโนรมย์

ชื่อที่คนในพื้นที่ใช้เรียกกันก็คือวัดรอยพระพุทธบาท เนื่องจากว่าในสมัยก่อนนั้นมีประวัติตามความเชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้เคยมาเยือนในพื้นที่บริเวณนี้ จึงทำให้ชาวบ้านให้ความเคารพบูชาวัดแห่งนี้กันมากเลยทีเดียว และจุดเด่นที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจนั่นก็คือมีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ ที่เปิดให้เข้าไปสักการบูชาถ้าใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนมุกดาหารต้องเข้าไปกราบไหว้พญานาคที่วัดภูมโนรมย์ให้ได้

จุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทยลาว

เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของมุกดาหารกันเลยก็ว่าได้สำหรับสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งนี้ เพราะเป็นสถานที่พักผ่อนที่คุณสามารถมานั่งรับประทานอาหารพร้อมดูวิวสวยๆ ของแม่น้ำโขง รวมไปถึงประติมากรรมรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ที่สวยงามมีร้านค้า ร้านอาหารมากมายที่จะคอยให้บริการทั้งอาหารและเครื่องดื่ม

แก่งกระเบา

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในบามเช้าต้องยกให้แก่งกระเบาแห่งนี้ ในช่วงที่คุณตื่นนอนขึ้นมาแล้วมายืมตรงบริเวณแก่งกระเบา มองดูพระอาทิตย์ขึ้นแสงกระทบกับผืนน้ำ รับรองได้เลยว่าคุณจะได้รับความประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว เมื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว บริเวณรอบก็ยังมีร้านอาหารเช้าเปิดให้คุณหาซื้อรับประทานกันมีทั้งอาหารในพื้นที่ และข้าวต้ม เมนูที่เรียกแขกได้เป็นอย่างที่ของแก่งกระเบาของยกให้เป็นหมูหันหนังกรอบ ที่อร่อยแบบสุดๆ มีรสชาดที่ไม่เหมือนใคร

หอแก้วมุกดาหาร

สถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง รัชกาลที่ 9 มีการรวบรวมประวัติศาสตร์มากมายของชาวมุกดาหารตั้งแต่สมัยอดีต รวมไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในประวัติศาสตร์มากมาย มีค่าเข้าชมไม่แพงเพียงแค่คนละ 50 บาทเท่านั้นเอง

 

# พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

เพรชบุรี

พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

วันนี้เราจะพาคุณไปเที่ยวที่ บางตะบูน บ้านแหลม ซึ่งอยู่ในจังหวัดเพรชบุรี ใกล้ๆ กรุงเทพฯนั่นเอง ต้องบอกเลยว่าคุ้มจริงๆ ถ้าคุณได้ไปเยือนที่บางตะบูน เพราะมีธรรมชาติและวิวสวยๆ ไว้ให้คุณได้ถ่ายรูปกันด้วย รวมถึงร้านอาหารอร่อยๆ ของกินในพื้นที่ที่น่าสนใจอย่างอาหารทะเลสดๆ มีนาเกลือกว้างไกลสุดสายตา  แต่แค่นั้นยังไม่พอเนื่องจากวันนี้เราได้รวบรวมจุดเช็คอินสวยๆ ที่คุณจะพลาดไม่ได้ไว้ให้แล้ว

พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

ชื่นชมธรรมชาติไปกับป่าชายเลนแหลมผักเบี้ย

เริ่มกันเลยที่ป่าชายเลนแหลมผักเบี้ย เป็นสถานที่ที่ไว้ให้คุณได้ศึกษาธรรมชาติความอุดมสมบูรณ์ของเขตป่าระบบนิเวศ ที่น่าสนใจ มีต้นไม้ที่ให้ความร่มเย็นอย่างต้นแสมและต้นโกงกาง และที่น่าสนใจที่สุดคือคุณจะได้เห็นสัตว์ในพื้นที่อย่าง ปลาตีน ปูแสม รวมถึงสัตว์น้ำ สัตว์หน้าดินชนิดอื่นๆ อีกมากมาย แค่นั้นยังไม่พอเมื่อคุณได้เดินไปจนสุดระยะทาง 850 เมตรของพื้นที่แล้วล่ะก็คุณจะได้เห็นวิวทะเลสุดสวยอีกด้วย และสำหรับเส้นทางไป ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางเลียบชายทะเลจากอำเภอบ้านแหลมไปยังหาดเจ้าสำราญ ระยะทางประมาณ 15 กม. ทางเข้าโครงการแหลมผักเบี้ยอยู่ข้างวัดสมุทรโคดม เวลาเปิดทำการ : 06.00 – 18.00 ( เปิดทำการทุกวัน )

ยุ้งเกลือ

บางตะปูนนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของการทำตาเกลืออยู่แล้ว และถ้านักท่องเที่ยวท่านใดอยากจะหาสถานที่นั่งเล่นชิลล์ๆ ดูนาเกลือแบบเต็มๆ ตาแล้วห้ามพลาดเด็ดขาดกับยุ้งเกลือ เพราะที่แห่งนี้ได้มีอาหารอร่อยๆ จุดนั่งเล่นสบายๆ พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ ไว้บริการให้ท่านแล้ว

โอ้โหปูอร่อย

ต่อกันเลยที่ร้านอาหารทะเลชื่อดังแห่งบางตะปูน นั่นก็คือร้าน โอ้โหปูอร่อย ตั้งอยู่ที่ ตำบล แหลมผักเบี้ย อำเภอ บ้านแหลม จังหวัด เพชรบุรี 76100 นั่นเองสำหรับคนที่ชื่นชอบอาหารทะเล ไม่ว่าจะกั้ง ปู หอย ปลา หมึก กุ้ง ต้องแวะมาที่นี่ให้ได้ และต้องบอกก่อนเลยนะว่ารสชาดของร้านนี้ไม่เหมือนใครจริงๆ ส่วนหนึ่งก็คงเพราะทางร้านใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ รวมถึงของสดใหม่ทุกวัน จึงทำให้มีคนมากินที่ร้านนี้เยอะมาก

สปาเกลือ

เหนื่อยๆ มาทั้งวันจากการท่องเที่ยวก็ต้องมาต่อกันเลยที่ กังหันทอง สปาเกลือ คุณสามารถเข้ามานวดสปาเพื่อผ่อนคลายร่างกายจากอาการเมื่อยล้า แต่สปาที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เนื่องจากว่าใช้ดอกเกลือในการช่วยทำสปา มีการนวดสปาทั้งแบบไทยและนวดน้ำมัน

นาเกลือ

อย่างที่เราบอกไปแล้วว่าบางตะปูนขึ้นชื่อในเรื่องของการทำนาเกลือ ดังนั้นคุณจะเห็นสองข้างทางส่วนใหญ่เป็นวิวนาเกลือ แต่จริงๆ คุณเข้าไปดูวิถีชีวิตชาวบ้านกับการทำนาเกลือได้แบบใกล้ชิดได้เลยล่ะ แล้วคุณจะได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ชาวบ้านที่นี่น่ารักมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส แถมยังสอบถามได้ถึงที่มาในการทำนาเกลือในพื้นที่ได้อีกด้วยล่ะว่ามีอดีตความเป็นมาอย่างไร

 

# เที่ยวเมืองเก่าเข้าเมืองน่าน

เมืองน่าน

เที่ยวเมืองเก่าเข้าเมืองน่าน

เที่ยวเมืองเก่าเข้าเมืองน่าน

ถ้าคุณมีความหลงใหลในการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ได้สัมผัสกับความเป็นเมืองเก่า จังหวัดน่านก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดหนึ่งที่มีทั้ง ประวัติศาสตร์ ศีลปะวัฒนธรรม ธรรมชาติที่สวยงาม จังหวัดน่านตั้งอยู่ทางภาคเหนือของไทยเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและความเป็นเมืองเก่า มีประวัติศาสตร์ยาวนาน อีกทั้งยังมีป่าไม้ ภูเขา ดอยต่างๆ ที่สวยงามเป็นอย่างมาก ถ้าใครที่ต้องการเดินทางเพื่อไปพักผ่อนแล้วล่ะก็คุณจะได้ความประทับใจกลับมาไม่รู้ลืม เราลองไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ

เที่ยวเมืองเก่าเข้าเมืองน่าน

วัดพระธาตุแช่แห้ง

ตั้งอยู่ที่ หมู่ 3 บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตี๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เดิมเป็นวัดราษฎร์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง ประดิษฐานอยู่ ณ อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองกับจังหวัดน่านมาอย่างยาวนานถึง 600 ปีแล้ว เป็นที่เคารพรักของคนในจังหวัดมาก มีพระธาตุสำหรับคนที่เกิดปีเถาะหรือปีกระต่าย ในทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนเป็นจำนวนมาก เพราะความสวยงามของพระธาตุนั้นสวยมากจริงๆ มีสีทองผ่องอำไพสะดุดตาต่อผู้พบเห็น

วัดพระธาตุเขาน้อย

ตั้งอยู่ที่ ตำบล ดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน หลายๆ ท่านคงจะต้องเคยเห็นรูปภาพที่มีพระพุทธรูปยืนหันหลังพร้อมกับวิวสุดสวยกันมาบ้าง ใช่แล้วล่ะเรากำลังพูดถึงวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสวยงามและประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน จุดเด่นของที่นี่คือคุณสามารถมองเห็นวิว บรรยากาศทั่วทั้งเมืองน่านได้เลยล่ะ ยิ่งในช่วงฤดูหนาวแล้วล่ะก็ตอนเช้าๆ คุณสามารถตื่นมาดูทะเลหมอกพร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ ยามเช้าได้อีกด้วย

วัดภูมินทร์

คุณเคยได้ยินเรื่องกระซิบรักเมืองน่านหรือไม่ ที่เป็นรูปภาพจิตรกรรมฝาผนังใช่แล้วล่ะ เรื่องราวนี้เป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนและภาพจิตรกรรมนั้นก็อยู่ข้างกำแพงวัดภูมินทร์นั่นเอง วัดภูมินทร์เป็นวัดประจำจังหวัดน่านที่มีเรื่องราวมากมายให้คุณได้ศึกษากันอย่างมากมาย ช่วงเย็นทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็จะมีถนนคนเดินที่สวยงามขายสินค้าพื้นเมืองรวมถึงอาหารมากมาย มีลานดนตรีให้นักท่องเที่ยวไปนั่งรับประทานอาหารกันอีกด้วย

อำเภอปัว

ควาดกันว่าตั้งอยู่ที่ฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำย่าง ใกล้เทือกเขาดอยภูคาในเขตบ้านเสี้ยว ตำบลยม อำเภอท่าวังผาเป็นอำเภอที่มีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นวัดภูเก็ต และสถานที่ใกล้เคียงอย่างวัดศรีมงคล สัมผัสวิถีชีวิตชาติพันธุ์กับกาแฟไทลื้อ ไปนั่งเล่นบนดอยที่ดอยสกาด รับประทานกาแฟดิ๊ฟกันได้เลยล่ะ

อำเภอนาน้อย

ที่อยู่  ที่ว่าการอำเภอนาน้อย เลขที่ 52 หมู่ที่ 1 ถนนเจ้าฟ้า ตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ดอยเสมอดาว ดอยสุดสวยที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่านที่จะสร้างบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกให้กับคุณได้แบบไม่รู้ลืม ด้วยวิวสุดสวย ในช่วงกลางคืนถ้าคุณได้กางเต๊นนอนแล้วมองขึ้นไปบนฟ้าคุณจะได้เห็นดาวเป็นล้านๆ ดวงเหมือนมาอยู่ต่อหน้าคุณเลยทีเดียว

อำเภอบ่อเกลือ

ที่ว่าการอำเภอบ่อเกลือ ถนนบ่อหลวง-ยอดดอยฯ ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน นอกจากจะเด่นในเรื่องของการทำเกลือภูเขาที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว คุณจะได้เห็นภูเขา ป่าไม้ ดอยต่างๆ ในอำเภอบ่อเกลือที่สวยมาก เรียกได้ว่าสวยจนทำให้คุณไม่อยากจะกลับบ้านเลยล่ะ ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเยือนเมืองน่านต้องไปให้ได้เลยกับอำเภอบ่อเกลือ

 

# วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร