วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์ เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์ สร้างเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา สื่อถึงพาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส จุดเด่นของวัดนี้ คือ  เจดีย์ศรีพุทธคยาที่ตั้งโดดเด่นบนยอดเขา และได้จำลองแบบมาจากสถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์มาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดียนั่นเอง คุณจะเห็นได้ว่า การสร้างวัดนั้นแฝงด้วยคติธรรมที่น่าสนใจ และที่นี่ยังมีศาสนสถานหลายที่ เช่น  ธุดงคเจดีย์ มณฑปเรือนแก้ว ศาลาเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระพุทธเอกนพรัตน์ พระภควัมบดี และลานพระธรรมจักร เป็นต้น คุณจะเห็นได้ว่าที่นี่มีศาสนสถานที่สวยงาม น่าสนใจมากมายให้คุณได้เลือกชม

สำหรับการเดินทางขึ้นมาเที่ยวชมเจดีย์ศรีพุทธคยา ทางขึ้นค่อนข้างแคบและชันมาก ทางวัดไม่อนุญาตให้รถส่วนตัวขึ้นไป ให้จอดรถไว้ตรงโรงทานแล้วใช้บริการรถสองแถวที่ทางวัดเตรียมไว้ให้ก็ได้ หรือถ้าคุณเป็นสายลุยจะขึ้นบันไดไปก็ได้ และระหว่างทางก็มีจุดแวะถ่ายรูปเยอะมาก

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์

สำหรับเจดีย์พุทธคยาจำลอง จะเป็นหินแสลักสีแดง มีฐานสีขาว ฐานเป็นสีเหลี่ยมทรงกรวย ยอดเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ พระพุทธรูปรอบเจดีย์จะเป็นปูนปั้นทาด้วยสีทอง เป็นศิลปะแบบไทยผสมอินเดีย มีทั้งปางประทานพร ปางมารวิชัย ปางลีลา ปางสมาธิ  มีทั้งนั่งและยืน และชั้นบนสุดของเจดีย์ยังมีพระบรมสารีริกธาตุด้วย

ชั้นล่างของเจดีย์นี้ เป็นสถานที่ใช้ปฏิบัติธรรม สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงพ่อดำ แกะสลักจากหินพิเศษประดิษฐานอยู่  บริเวณด้านหน้าเจดีย์ คือ   ลานพระธรรมจักร ประดิษฐานแท่นพระธรรมจักร โดยพระธรรมจักรจะเป็นหินทรายแกะสลักเป็นรูปกวางและแท่นหิน 8 เหลี่ยม

สำหรับการเดินทางมาที่ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์ จะใช้ทางหลวงหมายเลข 32 เลยแยกอินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปอำเภอตากฟ้า เลี้ยวซ้ายที่ทางหลวงหมายเลข 0058 ประมาน 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ระยะทางจากกรุงเทพประมาน 238 กิโลเมตร

 

 

# พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี

วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี

วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี

จังหวัดกาญจนบุรี มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจมากมาย อย่างเช่น สะพานมอญ ล่องแพ เป็นต้น เวลาที่เราเอ่ยถึงจังหวัดนี้ก็มักจะนึกถึงที่เที่ยวเหล่านี้ แต่ในวันนี้เราจะพาไปเที่ยววัดที่มีความโดดเด่น อย่าง วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี

วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี ตั้งอยู่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี  สิ่งที่สะดุดสายตาของนักท่องเที่ยว คือ ความใหญ่โตกว้างขวาง ของวัด และพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรี ต้องยอมรับเลยว่ามีความสวยงามและน่าอัศจรรย์ใจอย่างมาก

ตัวองค์พระประดับ ด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์  เมื่อเดินทางมาถึงด้านบน คุณจะสัมผัสกับสายลมที่เย็นสบาย ให้ความรู้สึกสดชื่น ด้านล่างมองเห็นทุ่งนาเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา  ที่นี่ยังมีพระเจดีย์เกศแก้วปราสาทสีอิฐทั้งองค์ แต่ละชั้นจะประดิษฐาน พระพุทธรูปต่างๆ มากมาย จนถึงชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย รวมถึงยังมีวิหารต่าง ๆ ให้เข้าไปสักการะพระพุทธรูป และอย่าลืมลงไปข้างล่างเพื่อเข้าถ้ำเสือ เป็นถ้ำขนาดเล็กอยู่บริเวณเชิงเขาด้านล่าง ภายในประดิษฐานพระประจำวันเกิดและจำหน่ายวัตถุมงคลด้วย คุณจะเห็นได้ว่ามาที่นี่ คุณจะได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุและผ่อนคลายอารมณ์ไปกับความงดงามของทัศนียภาพเบื้องล้าง

การเดินทาง วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลองแล้วจะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไป ประมาณ 2 กิโลเมตรแล้ว เลี้ยวซ้ายประมาณ 200 เมตร

 

 

# วัดไชยธาราม จ.ภูเก็ต

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์ เป็นวัดในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลทำนบ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ สร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์ สร้างเป็นรูปเรือหลวงบนยอดเขา สื่อถึงพาหนะที่จะช่วยให้พ้นห้วงกิเลส จุดเด่นของวัดนี้ คือ  เจดีย์ศรีพุทธคยาที่ตั้งโดดเด่นบนยอดเขา และได้จำลองแบบมาจากสถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์มาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดียนั่นเอง คุณจะเห็นได้ว่า การสร้างวัดนั้นแฝงด้วยคติธรรมที่น่าสนใจ และที่นี่ยังมีศาสนสถานหลายที่ เช่น  ธุดงคเจดีย์ มณฑปเรือนแก้ว ศาลาเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระพุทธเอกนพรัตน์ พระภควัมบดี และลานพระธรรมจักร เป็นต้น คุณจะเห็นได้ว่าที่นี่มีศาสนสถานที่สวยงาม น่าสนใจมากมายให้คุณได้เลือกชม

สำหรับการเดินทางขึ้นมาเที่ยวชมเจดีย์ศรีพุทธคยา ทางขึ้นค่อนข้างแคบและชันมาก ทางวัดไม่อนุญาตให้รถส่วนตัวขึ้นไป ให้จอดรถไว้ตรงโรงทานแล้วใช้บริการรถสองแถวที่ทางวัดเตรียมไว้ให้ก็ได้ หรือถ้าคุณเป็นสายลุยจะขึ้นบันไดไปก็ได้ และระหว่างทางก็มีจุดแวะถ่ายรูปเยอะมาก

 

 

สำหรับเจดีย์พุทธคยาจำลอง จะเป็นหินแสลักสีแดง มีฐานสีขาว ฐานเป็นสีเหลี่ยมทรงกรวย ยอดเจดีย์ทรงระฆังคว่ำ พระพุทธรูปรอบเจดีย์จะเป็นปูนปั้นทาด้วยสีทอง เป็นศิลปะแบบไทยผสมอินเดีย มีทั้งปางประทานพร ปางมารวิชัย ปางลีลา ปางสมาธิ  มีทั้งนั่งและยืน และชั้นบนสุดของเจดีย์ยังมีพระบรมสารีริกธาตุด้วย

ชั้นล่างของเจดีย์นี้ เป็นสถานที่ใช้ปฏิบัติธรรม สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงพ่อดำ แกะสลักจากหินพิเศษประดิษฐานอยู่  บริเวณด้านหน้าเจดีย์ คือ   ลานพระธรรมจักร ประดิษฐานแท่นพระธรรมจักร โดยพระธรรมจักรจะเป็นหินทรายแกะสลักเป็นรูปกวางและแท่นหิน 8 เหลี่ยม

สำหรับการเดินทางมาที่ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์ จะใช้ทางหลวงหมายเลข 32 เลยแยกอินทร์บุรี เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปอำเภอตากฟ้า เลี้ยวซ้ายที่ทางหลวงหมายเลข 0058 ประมาน 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ระยะทางจากกรุงเทพประมาน 238 กิโลเมตร

 

 

 

 

# วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ จ.นครสวรรค์

วัดไชยธาราม จ.ภูเก็ต

วัดไชยธาราม จ.ภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ต มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายมาก แต่ละที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานมาก และในวันนี้เราจะมาพูดถึงวัดคู่บ้านคู่เมืองของภูเก็ตกัน เพื่อเป็นทางเลือกให้คุณได้มาเที่ยวที่วัดนี้กัน รับรองเลยว่า คุณจะต้องชอบที่นี่แน่นอน

วัดไชยธาราม จ.ภูเก็ต หรือ วัดฉลอง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีชื่อเสียงของภูเก็ต  หรือที่รู้จักกันในนามหลวงพ่อแช่ม แห่งวัดฉลอง เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแช่มที่มีกิตติศัพท์ในการรักษาโรค บุญญาบารมีและเมตตาธรรมที่สูงส่งของหลวงพ่อทำให้มีผู้เลื่อมใสศรัทธาเป็นอันมาก อีกทั้งวัดฉลอง ภูเก็ตยังเป็นที่ตั้งของพระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมี เป็นที่ประดิษฐานของ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกาอีกด้วย

วัดไชยธาราม จ.ภูเก็ต มีสิ่งทีน่าสนใจคือ การนมัสการหลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง ท่านเป็นที่พึ่งให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะในเรื่องการรักษาโรคและปรุงสมุนไพร แม้ว่าปัจจุบัน ท่านจะมรณภาพไปแล้ว แต่ก็ยังมีชาวบ้านไปกราบไหว้ บนบานไม่ขาดสาย ปัจจุบันนี้ได้ ประดิษฐานองค์ท่านทั้งสามที่วิหารที่สร้างอย่างสวยงาม นอกจากนี่ยังมีพระมหาเจดีย์ พระจอมไทตั้งอยู่ทางด้านหลังของวัด ชั้นแรกจะเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปรางค์ต่าง ๆ ด้านข้างผนัง จะเป็นภาพวาดพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ด้านบนสุดจะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ และด้านนอกของเจดีย์ สามารถที่จะชมทิวทัศน์ของบริเวณในวัดทั้งหมดได้อย่างสวยงามและสุดท้าย คือ กุฎิจำลองหลวงพ่อท่าน มีหุ่นขี้ผึ้งจำลอง หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง หลวงพ่อเกลี้อม และเครื่องใช้ต่าง ๆ ของทั้งสามองค์

การเดินทาง ถ้าเดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัว วัดไชยธาราราม จ.ภูเก็ต อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 8 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองไปตามทางหลวง หมายเลข 4021 ผ่านสามแยกบริเวณสนามกีฬาสุรกุล เลี้ยวซ้ายไปทางห้าแยกฉลอง วัดฉลองจะอยู่ทางซ้ายมือ มาโดยรถประจำทางจากตัวเมืองภูเก็ตนั่งรถสองแถวสาย ภูเก็ต – อ่าวฉลอง

 

 

วัดป่าละหานทราย

วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน จ.เชียงใหม่

วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน จ.เชียงใหม่

วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน จ.เชียงใหม่

วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน จ.เชียงใหม่ ตั้งอยู่ใน ตำบลอินทขิล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆ และใต้เนินมีถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนับถือ จึงเรียกกันว่า วัดบ้านเด่น และที่ตั้งของวัดยังตั้งอยู่ในเขตเมืองแกน เมืองโบราณในอดีต ชาวบ้านจึงเรียกชื่อวัดนี้ว่า วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน” เป็นต้นมา

ต่อมาในปี พ.ศ.2437 ครูบาเทือง นาถสีโล เจ้าอาวาสได้ทำการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่ ให้มีความเป็นศิลปะแบบล้านนามากขึ้น จุดเด่นของวัดนี้อยู่ที่สิ่งปลูกสร้างที่มีความสวยงาม วิจิตรตระการตา ภายในวัดประกอบไปด้วย อุโบสถ หอไตร หอกลอง วิหารเสาอินทขิล กุฏิไม้สักทองทรงล้านนา พระวิหาร สถูปเจดีย์ ศาลาที่ประดิษฐานพระสำคัญๆของไทย (องค์จำลอง) เป็นต้น

สิ่งที่สะดุดตาเมื่อเข้ามาในวัด คือ พระวิหารหลังโต ลักษณะเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ ตรงซุ้มบันไดเป็นรูปนกหัสดีลิงค์  ถัดไปเป็นมณฑปพระเศรษฐีนวโกฏิ เป็นพระพุทธรูปที่โหรชื่อดังได้สร้างขึ้นถวายวัด ส่วนด้านหลังเป็นพระมหาเจดีย์นักษัตร 12 ราศี แบ่งเป็นพื้นที่ของมหาธาตุเจดีย์ที่คนทุกราศีสามารถมากราบไหว้บูชาเพื่อเสริมสิริมงคล

 

 

การเดินทางไปวัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน จ.เชียงใหม่ ใช้เส้นทางเดียวกับเขื่อนแม่งัด ซึ่งอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชียงใหม่-สะเมิง หรือเชียงใหม่-ฝาง ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 107 ไปถึงอำเภอแม่แตง เลี้ยวขวาทางไปเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ขับตรงไปเรื่อยๆ จะผ่านซุ้มเทศบาลเมืองแกน จะเห็นป้ายวัดอยู่ทางซ้าย ขับไปอีก 1 กิโลเมตรจะถึงวัด

 

 

 

# วัดเด่นสะหรีศรีเมืองแกน จ.เชียงใหม่

วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน

วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน

วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน

จังหวัดลำพูน จังหวัดทางภาคเหนือที่ผู้คนอยู่กันอย่างสุขสงบ และมีสถาปัตยกรรมล้านนาที่สวยงาม โดยเฉพาะในวัดวาอาราม และในวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน ซึ่งถือเป็นวัดที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศเลยทีเดียว งั้นเราไปดูกันว่าวัดนี้มีดีอย่างไร

วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน ตั้งอยู่ในหมู่บ้านสันป่ายางหลวง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน  วัดนี้มีจุดเด่นคือ ลวดลายปูนปั้นที่ได้รับการแกะสลักอย่างสวยงาม โดยเฉพาะวิหารพระโขงเขียว  วิหารนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2548 เป็นที่ประดิษฐานพระหยกเขียวซึ่งนำมาจากแม่น้ำโขง พระนามเต็มของ พระเขียว คือ พระพุทธอัญญรัตน มหานทีศรีหริภุญชัย  ด้านล่างพระโขงเขียวมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ คือ พระพุทธเมตไตรจำลองมาจากพุทธคยา

วัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน

วิหารพระเขียวโขง จะมีหลังคา 5 ชั้น มีช่อฟ้า 5 ตัว สื่อความหมายถึง พระเจ้า 5 พระองค์ ด้านหลังอีก 3 หมายถึง ศีล สมาธิ ปัญญา หน้า 5 และหลัง 3 รวมเป็น 8 คือ ต้องปฏิบัติตาม ทางสายกลาง หรือ มรรค 8 คุณจะเห็นได้ว่าการสร้างวิหารนี้ยังอิงหลักพระพุทธศาสนา เรียกได้ว่า คนสร้างนั้นพิถีพิถันในการสร้างอย่างมาก

การเดินทางไปวัดสันป่ายางหลวง จ.ลำพูน ให้ไปตามถนนสายต้นยางมาถึงปากทางเข้าเทศบาลเมืองลำพูนเราก็เลี้ยวเข้าไปในซอยข้าง ๆ กับเทศบาล วัดอยู่ตรงข้ามกับเทศบาล เดินทางไปง่ายมาก ๆ ถ้ากลัวหลง คุณก็แค่ลองถามทางหรือจะจับ GPS ไปก็ได้นะ รับรองว่าไปถูกแน่

 

 

# วัดป่าละหานทราย

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี จ.แพร่

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี จ.แพร่

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี จ.แพร่

จังหวัดแพร่ เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ทางภาคเหนือที่มีศิลปวัฒนธรรมทางเหนือที่มีความโดดเด่น อย่างเช่น วัดวาอาราม และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย โดยในวันนี้เราจะมาพูดถึง วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี จ.แพร่

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี หรือ วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม จ.แพร่ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2520 ตั้งอยู่บนถนนแพร่ – ลำปาง วัดนี้ได้รวบรวมศิลปกรรมล้านนาประยุกต์ที่สวยงาม มีทั้งภาพจิตรกรรมบนฝาผนังระเบียงคตที่กล่าวถึงชาดกพื้นบ้านและภาพพุทธประวัติด้วย และในวัดนั้นมีเจดีย์ทรงล้านนากว่า 30 องค์ ตรงหน้าบันไดทางขึ้นในทิศตะวันออกมีรูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่และพระนอนใหญ่อยู่ด้านหน้าวัด

คุณยังสามารถเข้าชมอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้สักทรงล้านนาที่เก็บรวบรวมเรื่องของล้านนาและของเมืองแพร่เอาไว้ และที่นี่ยังมีจัดแสดงเครื่องใช้อาวุธของนักรบโบราณ ภาพถ่ายของเจ้านายฝ่ายเหนือและ ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในล้านนาอีกด้วย เรียกว่ามาที่นี่ได้รับรู้เรื่องราวทุกอย่างของล้านนาด้วย

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี จ.แพร่ เป็นวัดที่สวยงามและมีสถาปัตยกรรมล้านนาผสมผสานที่หลวงพ่อมนตรีได้จำลองรูปแบบมาจากวัดสำคัญของภาคเหนือและจำลองแบบมาจากวัดทางพม่า จีน และ ลาวโดยเลือกเอาจุดเด่น ของแต่ละแห่งมารวบรวมไว้ที่วัดนี้   และยังระดมช่างฝีมือชั้นยอดที่เรียกว่า”สล่า”ของภาคเหนือมาร่วมกันก่อสร้างจนแล้วเสร็จ โดยมีหลวงพ่อมนตรีควบคุม ออกแบบ และลงมือก่อสร้างด้วยตัวเองและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางของหลวงพ่อมนตรี และได้มีการรวบรวมสุดยอดของศิลปะล้านนาจำนวนถึง11 แห่ง  เช่น   ซุ้มประตูด้านหน้าโบสถ์ จากวัดพระธาตุลำปางหลวง , ซุ้มประตูด้านตะวันออก จากวัดพระธาตุดอยสุเทพ , ซุ้มประตูด้านตะวันตกจากวัดพระธาตุหลวงเวียงจันทร์ซึ่งวัดนี้สร้าง จากช่างฝีมือเชียงใหม่ที่พระเจ้าชัยเชษฐาธิราชแห่งลาวเป็นผู้นำ ไปสร้าง ,ฐานพระอุโบสถรูปซิกแซก วังประทับพระยามังราย จ.เชียงราย ,ประตูและหน้าต่างลวดลายแกะสลัก วิหารลายคำวัดพระสิงห์ เชียงใหม่ เป็นต้น

การเดินทางไปวัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี จ.แพร่ อยู่ริมถนนหมายเลข 101 (เด่นชัย-ลำปาง) ห่างจากแยกเด่นชัยประมาณ 5 กม. (ใกล้ๆ กับค่ายทหาร ม.พันสิบสองหรือค่ายพญาไชยบูรณ์)

 

 

# วัดป่าละหานทราย

วัดป่าละหานทราย จ.บุรีรัมย์

วัดป่าละหานทราย

วัดป่าละหานทราย

จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก แต่ละที่นั้นก็มีความสำคัญแตกต่างกันไป ในวันนี้เราจะพามารู้จักกับ วัดป่าละหานทราย ถึงจะสร้างมาไม่นาน แต่ก็มีสิ่งปลูกสร้างที่สวยงาม และ มีความหมายด้วย

วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2551 มีพื้นที่ทั้งหมด 80 ไร่ ในวัดนั้นร่มรื่นมาก เหมาะกับการเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอย่างมาก และที่วัดนี้ยังมีสถานที่สำคัญที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์ เพราะมีช่างฝีมือที่เก่งมาก  โดยสถานที่นั้น คือ มหาวิหารไม้ เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมล้านช้าง สร้างเพื่อเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ครบ 82 พรรษา พ.ศ.2552 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาวที่ได้รับการถวายนามจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ว่า “พระพุทธมงคล มหาชนอภิปูชนีย์”

วิหารพุทธร่มโพธิ์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหยกเขียว รวมทั้งยังมีอุโบสถกลางน้ำ เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมล้านช้าง มีพระประธานสร้างด้วยหยกพม่าชนิดโปร่งแสงสร้างขึ้นในโอกาสฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี เมื่อ พ.ศ. 2555

และสุดท้าย คือ พิพิธภัณฑ์บูรพาจารย์ เป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ เป็นที่ประดิษฐานรูปหล่อและภาพถ่ายของหลวงปู่สุข ธมฺมโชโต พระเกจิอาจารย์แห่งอำเภอละหานทราย และ หลวงปู่กัสสปมุนี บูรพาจารย์ด้านกรรมฐานของวัดป่าละหานทราย จ.บุรีรัมย์ เป็นต้น

ส่วนใครจะเดินทางไป วัดป่าละหานทราย จ.บุรีรัมย์  วิธีการเดินทางไปได้หลากหลายมากจะมาแบบรถโดยสาร รถยนต์ เครื่องบินก็ได้ แล้วแต่คุณจะเลือกมาทางไหน ขอให้คุณเช็ครายละเอียดการเดินทางให้ดี เพื่อให้คุณนั้นเลือกได้ถูกต้องตามความต้องการของคุณ ใครที่มาเที่ยวแล้ว รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

 

 

วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

วัดถ้ำเขาวง

วัดถ้ำเขาวง อุทัยธานี 

วัดถ้ำเขาวง อุทัยธานี 

หากคุณนั้นได้มาเที่ยวที่จังหวัดอุทัยธานี ก็อยากให้คุณได้ลองเข้ามาเที่ยวชมวัดต่างๆ ในเมืองอุทัยธานีดู เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตด้วย และในวันนี้เราจะชวนไปเที่ยววัดถ้ำเขาวง อุทัยธานีกัน รับรองว่าคุณจะต้องชอบแน่นอน

วัดถ้ำเขาวง อุทัยธานี  สร้างจากไม้ทั้งหลังสูง 4ชั้น คล้ายรีสอร์ทเรือนไทย ตั้งอยู่ริมหน้าผาเขาหินปูนสูงใหญ่ แต่เดิมวัดนี้เรียกว่า  ธรรมสถานถ้ำเขาวง  เพราะว่าเป็นสถานที่ที่มีภูเขาล้อมรอบ ด้านบนมีถ้ำหลายแห่ง และในหน้าฝานั้นจะมีน้ำตกไหลดูร่มรื่นร่มเย็นอย่างมาก และพระภิกษุที่อาศัยอยู่ที่นี่ได้ตั้งใจพัฒนาสถานที่นี้ให้เป็นที่ปฏิบัติธรรม และตั้งชื่อใหม่ว่า ธรรมสถานถ้ำเขาวง

วัดถ้ำเขาวง อุทัยธานี 

ประมาณปี พ.ศ. 2536-2537  หลวงพ่อบุญส่ง ปิยธมโม ท่านสร้างศาลาทรงไทยเอนกประสงค์ขึ้นโดยดำริว่าจะสร้างไว้ให้ลูกหลานได้ดูได้รู้ ว่าครั้งหนึ่งพระพุทธศาสนาได้มาเจริญอยู่ที่นี่และช่วยเชิดชูสถาปัตยกรรมไทย และเป็นศาลาทรงไทยที่ใหญ่โตด้วยการนำปัจจัยจากผ้าป่าหรือผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคให้ ซึ่งตั้งใจว่าจะใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมและทำนุบำรุงศาสนา ต่อมาภายหลังภาวะเศรษฐกิจไม่ดี การพัฒนาจึงล่าช้าลงและวัสดุการก่อสร้างก็มีราคาแพง ท่านจึงคิดที่จะนำวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีอยู่นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่นตอไม้รากไม้ ไม้แกนร่อนที่ถูกไฟไหม้เอามาประกอบขึ้นเป็นสะพาน หรือตอไม้ใหญ่หาไม่ได้แล้วท่านก็ใช้ปูนปั้นขึ้นเป็นรูปตอไม้ เป็นไม้แผ่น เป็นกุฏิ เป็นห้องน้ำ เป็นถ้ำ แม้แต่การจัดสวนดอกไม้ท่านบอกว่าสวนก็ดี

ปัจจุบันวัดถ้ำเขาวง อุทัยธานี  จึงเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่สร้างจากการเสียสละของ หลวงพ่อสนอง                     กตปุญโญ ,หลวงพ่อบุญส่ง ปิยธมโมและคณะพระภิกษุสามเณรตลอดจนญาติโยมที่บริจาคปัจจัยและเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมสืบไป  วัดถ้ำเขาวง จ.อุทัยธานี ตั้งอยู่ในตำบลบ้านไร่ อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 12 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3011 เจอสามแยกให้เลี้ยวขวาไปประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่เขาวง ประมาณ 8 กิโลเมตร ผ่านรีสอร์ทอวตาร จะถึงทางเเยกมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้าย เข้าไปประมาณ 300 เมตร

 

 

วัดภูมินทร์

วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี หรือ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดจันทาราม ทั้ง 2 ชื่อนี้ต่างมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจมาก คำว่าท่าซุงมาจาก ในอดีตจังหวัดนี้มีป่าไม้เยอะ และมีการขนส่งท่อนซุงมาลงท่าน้ำ เพื่อผูกเป็นแพล่องไปตามแม่น้ำ จึงได้ชื่อว่าวัดท่าซุง ส่วนชื่อของวัดจันทาราม มาจากนายทหารชื่อจันท์ที่กลับมาจากศึกเพื่อมาตามหาภรรยา แต่ไม่พบ จึงได้มาบวชที่วัดนี้ จนได้เป็นสมภาร  และได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อวัดจันทารามตามชื่อนายทหารคนนั้น

สำหรับสถานที่โดดเด่นของวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี คือ วิหารแก้ว 100 เมตร เป็นวิหารของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำที่สร้างไว้ก่อนทีจะมรณภาพ และยังเป็นที่เก็บรักษาสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อไว้ในโลงแก้วด้วย วิหารนี้สร้างด้วยโมเสก มีขาว เหมือนแก้ว และยังมีพระพุทธชินราชจำลองเป็นพระประธานในวิหาร โดยจะเปิดให้เข้าชมในช่วงเช้าตั้งแต่ 09.00-11.45 น.และช่วงบ่าย ตั้งแต่ 14.00-16.00 น.

ปราสาททองคำ มีการตกแต่งด้วยทองคำ สร้างด้านความประณีตและงดงามอย่างมาก ปราสาทนี้สร้างเพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวาระที่ ทรงเสวยราชย์เป็นปีที่ 50 และทางสำนักพระราชวังได้ให้ชื่อปราสาททองคำนี้ว่า ปราสาททองกาญจนาภิเษก สร้างด้วยการก่ออิฐฉาบปูน ประดับด้วยลวดลายไทยปิดทองคำเปลวและติดกระจกไว้ด้วย ในนี้ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ญาติโยมถวายรอบนอกของปราสาท

วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

และนอกจากนี้วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น  มณฑปพระปัจเจกพระพุทธเจ้า พระศรีอาริเมตตรัย วิหารสมเด็จองค์ปฐม หอพระไตรปิฏก – หลวงพ่อเงินไหลมาเทมาเจดีย์พุดตาน มณฑปและวิหาร ส่วนใหญ่จะสร้างในลักษณะเดียวกันทั้งหมด

สำหรับการเดินทางไปวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี หากเดินทางด้วยรถส่วนตัว ให้วิ่งตรงมาทางถนนเข้าเมืองของอุทัยธานี จะเจอสามแยกที่มีป้ายบอกไปทางวัดท่าซุง และให้คุณเลี้ยวเข้าทางหลวง 3265 ถึงสี่แยกไฟแดงและให้เลี้ยวขวาตามป้ายอ.มโนรมย์ และขับไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางไปวัดท่าซุง แต่ถ้ามาทางรถสาธารณะ

นั่งรถตู้ไปอุทัยธานี เมื่อมาถึงตลาดบขส.อุทัย ให้ขึ้นรถสองแถวที่เขียนว่า ท่าซุง – มโนรมย์ หรือเหมารถสามล้อไปก็ได้

 

 

วัดบางคลาน