N10 Cafe

N10 Cafe

N10 Cafe

เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส หรือเรียกอีกอย่างว่าภาวะโรค Covid-19 ทางร้าน N10 café จึงปิดให้บริการชั่วคราว และเปิดให้บริการอีกครั้งในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ซึ่งคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 342 ซอยอรุณอมรินทร์ 18 ถนนอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย จังหวัดกรุงเทพมหานคร มีทำเลดีมากเพราะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งร้านอยู่ในตลาดวังหลังข้างล่างโรงแรมบ้านวังหลังริเวอร์ไซต์ ไม่สามารถเดินทางเข้ามาด้วยรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ต้องนั่งเรือข้ามฟากมาจากท่ามหาราช และท่าพระจันทร์

N10 Cafe

หากใครเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถของโรงแรมบ้านวังหลังริเวอร์ไซต์ หรือหลังโรงพยาบาลศิริราช หากใครเดินทางด้วยรถประจำทางสามารถขึ้นได้หลายสาย เช่น สาย 57 , 149 , 146 , 80 . 81 มาลงที่ป้ายหน้าโรงพยาบาลเดินเข้าในตรอกวังหลังเท่านั้นเอง ใคร ๆ ก็ว่าเป็นร้านแค่หักสิบ แต่วิวหลักล้านที่สามารถนั่งรับลมชมวิวกรุงเทพฯได้ย่างเพลิดเพลิน แต่หากวันใดฝนตกขึ้นมาก็ต้องย้ายเข้าไปข้างในไปนั่งตากแอร์เย็น ๆ ให้ชื่นใจกันไป ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เป็นช่วงที่ท้องฟ้าสวยมาก เหมาะแก่การนั่งจิบกาแฟพรางแหงนมองดูธรรมชาติ โต๊ะนั่งสำรองลูกค้าเป็นโต๊ะไม้ที่ดูเข้ากันเมื่อถ้วยกาแฟเสิร์ฟลงบนโต๊ะสีน้ำตาล

นอกเหนือจากคาเฟ่ที่มีในตอนเช้า อาหารที่มีทั้งวัน ยังมีบาร์ที่เปิดในตอนกลางคืน เรียกได้ว่าตอบโจทย์ผู้ที่มาพักโรงแรมและลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารเอามาก ๆ เพราะคาเฟ่แห่งนี้มีเมนูน่าลิ้มลองหลากหลายประเภทโดยเฉพาะเมนูแนะนำอย่าง Chocolate Truffle ใครที่ชอบช็อกโกแล็ตต้องลองเมนูนี้เลย, Crepe Cake with Strawberry ใครที่ชอบทานสตรอเบอรี่ควรลองเครปเค้ก, Sauce Spinach Cheese Croissant หาใครไม่อยากทานเค้กทางร้านมีขนมปังครัวซองค์, Hot Latte เสิร์ฟร้อน ๆ พร้อมความกลมกล่อม, Spaghetti Bacon ที่อร่อยถูกปากใครหลาย ๆ คนจนมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

จนการเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนที่อยู่ในระแวกนี้ โดยมีนักเรียน นักศึกษามานั่งอ่านนั่งสือกันที่นี่ และคนวัยทำงานมานั่งเล่นโน้ตบุ๊คพลางจิบกาแฟในวันสบาย ๆ เปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9:00 – 20:00 น. และวันศุกร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 22:00 น. สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ติดต่อ 088-000-8342 และติดตามข่าวสารของร้านว่ามีโปโมชั่นอะไรใหม่ ๆ ได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจจากลิงค์ https://www.facebook.com/N10cafebangkok/

 

 

Blue Dye Cafe

Hubba-to ( April Story )

Hubba-to ( April Story )

เป็นร้านคาเฟ่แบบ co-working space ในย่านศูนย์การค้า habito mallแถวอ่อนนุช ทุกคนต่างเรียกคาเฟ่นี้ว่า Hubba แต่ไม่รู้เลยว่าชื่อคาเฟ่จริง ๆ นั้นมีชื่อว่า ‘April Story’ ซึ่งก็อยู่ในโครงการ Habito Mall สุขุมวิท 77 จังหวัดกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีอ่อนนุช ทางออกที่ 2 คาเฟ่เหมาะแก่การมานั่งทำงาน นัดประชุมเป็นอย่างมากเพราะจัดสรรพื้นที่ได้ดี เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานออฟฟิศที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศอุดอู้อยู่ภายในอาคารออกมาสูดอากาศพร้อมจิบกาแฟร้อน ๆ ขนมหวาน ๆ ทำให้มีไฟในการทำงานมากยิ่งขึ้น หรือฟรีแลนซ์ทั้งหลายที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ขอแค่มีคอมกับอินเทอร์เน็ต เป็นร้านที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการใช้สมาธิจึงมีความเงียบสงบ ภายในร้านมีผนังเป็นสีเทา

Hubba-to ( April Story )

ตกแต่งด้วยท่อสีฟ้าน้ำทะเลให้ร้านดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น ลักษณะของร้านเป็นบ้าน 2 ชั้น มีถอดจอดรถให้จอด มีเรือนกระจกที่สามารถปะชุมได้ทั้งแผนกสามารถจุคนได้ 25 คน โดยมีต้นไม้ตกแต่งล้อมรอบให้ความร่มรื่นสบายตา หากใครสนใจจะมาประชุมที่คาเฟ่แห่งนี้ สามารถจองกับทางร้านล่วงหน้าด้วยราคา 1600 บาท ต่อ 1 ชม. กับแบบเหมา 9500 บาท ต่อ 8 ชั่วโมง แต่หากประชุมกันกลุ่มเล็ก ๆ ก็มีห้องภายในเป็นปูนขัดมัน พื้นกระเบื้องสีขาว มีจอทีวีในราคา 310 บาท ต่อ 1 ชั่วโมง หรือแบบเหมา 1900 บาท ต่อ 8 ชั่วโมง และในส่วนของคนที่มาคนเดียวมีโต๊ะที่มีที่นั่งเดี่ยว ๆ เหมือนอยู่ในห้องสมุดอีกเพียบ โดยคิดเป็น 1 คน ต่อ 1 วัน ในราคา 299 บาท มีไวไฟฟรีเน็ตความเร็วสูง สามารถดูหนังฟังเพลงแบบไม่สะดุด พรีเซนต์งานได้อย่างมืออาชีพ


นอกจากจากการนั่งทำงานแล้วยังมีเรื่องของเครื่องดื่มและอาหารทานง่ายอีกหลายเมนูให้ได้ออเดอร์กันระหว่างทำงาน หากใครไม่อยากเสียเงินเพิ่มในส่วนของอาหาร มีไมโครเวฟ และตู้น้ำดื่มฟรี ให้เราเดินไปหยิบได้เลย กาแฟของที่นี่มีความพิถีพิถันในการชงเพราะยังคงคอนเซ็ปต์ของการชงแบบ Aeropress โดยมีลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติเสียส่วนใหญ่ ซึ่งHubbaมีทั้งหมด 4 สาขา อีก 3 สาขามีดังนี้น  HUBBA Ekkamai – ซอยเอกมัย 4 ถนนสุขุมวิท 63 พระโขนงเหนือ วัฒนา, HUBBA Silom – ติด BTS ศาลาแดง ชั้น 19 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์, HUBBA Sathorn – ใกล้ BTS ช่องนนทรี ชั้น 2 ของศูนย์อาหาร Siamnara Food Work ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 20:00 น.

สามารถโทรติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ติดต่อ 097-979-6495 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook fanpage ได้ที่ลิงค์ https://www.facebook.com/aprilstorycafe/

 

 

# Patom Organic Living

Factory Coffee

Factory Coffee

Factory Coffee

เป็นร้านคาเฟ่ยอดนิยมตั้งอยู่ที่ 49 ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี จังหวัดกรุงเทพมหานคร อยู่ในซอยข้างสถานี Airportrailink พญาไท ถัดจากโรงแรมtranz สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีพญาไท ทางออกที่ 4 เป็นร้านคาเฟ่ที่มีวัตถุดิบได้มาตรฐานทำให้ถูกปากนักดื่มกาแฟทั้งหลาย ทำให้กาแฟทุกแก้วที่ชงออกมามีความนุ่มละมุนลิ้นพร้อมละลายในปาก จุดเด่นของร้านคือรสชาติของกาแฟโดยฝีมือบาริสต้าฝีมือยอดเยี่ยมที่ได้รับรางวัลระดับโลกจากการรังสรรค์กาแฟออกมา ตัวร้านไม่ได้ใหญ่แต่ทำไมถึงมีผู้คนจำนวนมากต่างเข้ามาสั่งเครื่องดื่มกันอยู่เรื่อย ๆ คอนเซ็ปของร้านคือรวบรวมาริสต้ามืออาชีพที่ได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งหนึ่งในบาริสต้าได้คว้ารางวัล World Barista Championship 2018 เป็นที่ไว้วางใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อ และเป็นร้านคาเฟ่ที่ได้รับการแนะนำโดยผู้ใช้แอพลิเคชัน Wongnai user choice

Factory Coffee

ภายในร้านมีถ้วยรางวัลมากมายวางอยู่บนตู้โชว์ เผยให้เห็นความสำเร็จของร้าน ในตอนนี้ Factory Coffee มีทั้งหมด 3 สาขา ซึ่งสาขาที่เราพูดถึงอยู่นี้คือสาขาที่ 3 ที่สามารถขยายธุรกิจกาแฟให้ใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิมเพราะว่าทางร้านดริปกาแฟคั่วบดเองทั้งหมด โดยมีขวดที่มีสติกเกอร์ร้านลวดลาดเท่ ๆ ให้ถ่ายรูปกัน ไฮไลท์ของที่นี่คือ Smoked Black Cocoa ที่มีรสชาติเข้มข้นของช็อคโกแล็ตที่มีกลิ่นควันจาง ๆ เป็นที่มาของชื่อเมนู นอกจากจะมีกาแฟที่เป็นตัวชูโรงร้านแล้ว ยังมีเครื่องดื่มประเภทอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ค็อกเทลอย่าง Honolulu กาแฟผสมนมเย็นและชาโฮจิฉะให้รสชาติผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว

โดยร้านที่มีหุ้นส่วนด้วยกันทั้งหมด 5 คน มีความฝันว่าจะเปิดร้าน Factory Coffee ในต่างประเทศซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยแต่ก็ไม่ยากสำหรับคาเฟ่แห่งนี้ ซึ่งประเทศที่อยู่ในการวางแผนที่จะขยายสาขาคือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ เพื่อน ๆ จะได้พบคาเฟ่แห่งนี้ได้เปิดตัวที่ประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างแน่นอน การตกแต่งภายในร้านค่อนข้างไปทางสไตล์ล๊อฟ ด้วยเคาน์เตอร์ที่เป็นปูนขัดมัน และการจัดวางโต๊ะนั่งดื่มข้างกระจกของร้านที่สามารถมองออกไปชมวิวภายนอกได้ ให้บรรยากาศเงียบสงบสามารถนำโน้ตบุ๊คมานั่งทำงานภายในร้านได้ หรือจะมานัดประชุดได้เช่นกัน หากใครได้แวะมาแถวพญาไทต้องลองเข้ามาสั่ง Black Cocoa Yenดูสักครั้ง

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08:30 – 18:00 น. สามารถติดต่อสอบถามหรือจองโต๊ะได้ที่เบอร์ 085-145-4184 หรือ080-958-8050 และติดตามข่าวสารเมนูต่าง ๆ ทั้งเก่าและใหม่ได้ที่อินสตราแกรม @factorybkk หรือ fanbook fanpage ที่ www.facebook.com/factorybkk

 

 

Blue Dye Cafe

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

ร้านคาเฟ่ที่มีโทนสี ฟ้า – ขาว ไล่สีน้ำเงินเข้มขึ้นมาเป็นสีฟ้าไปจนถึงสีขาวให้อารมณ์เหมือนไปเที่ยวทะเลด้วย โดยมีลวดลายปลาวาฬที่ผนังเหมือนกับชื่อร้าน คาเฟ่ตั้งอยู่บน 392/37 ถนนมหาราช เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร หลังมิวเซียมสยาม หรือซอยเพ็ญพัฒน์ 1 ตรงข้ามวัดโพธิ์ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หากเดินมาจากท่าพระจันทร์หรือท่าช้าง สามารถเดินตรงไปเรื่อย ๆ 10 นาทีโดยประมาณ สามารถเดินทางได้จากสถานีรถไฟ BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ตัวร้านมีทั้งหมด 3 ชั้น มีความโดดเด่นที่มองเห็นได้ง่ายด้วยสีสันของร้านที่ไม่เหมือนร้านไหน เมื่อเข้าไปในร้านจะพบกับพนักงานสุดหล่อยืนให้บริการอยู่ที่เคาน์เตอร์ชงกาแฟ โดยมีคุณอคพจน์ ธีรพงษกร หรือคุณเบสต์เป็นเจ้าของร้าน จุดเด่นภายในร้านคือกระเบื้องทรงคลื่นที่กำแพงด้านหนึ่งเหมือนอยู่ในท้องมหาสมุทร โดยมีผนังอีกด้านหนึ่งมีรูปเพ้นท์ลวดลายปะการังและดอกไม้ทะเลสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน โดยแต่ละชั้นมีมุมนั่งดื่มทุกชั้นทั้งโต๊ะ เก้าอี้ หรือแบบเบาะนั่งดื่มบนพื้น

นอกเหนือจากความสวยงามภายในร้านก็ยังมีเมนูสีฟ้าน่ารักมากจนไม่กล้าทานกันเลยทีเดียว เมนูแนะนำคือ Salmon Teriyaki Rice เป็นแซลมอนกริวที่มีซอสเทอริยากิราดอยู่ข้างบนให้รสชาติหวาน ทานคู่กับข้าวหอมมะลิร้อน ๆ ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว และ Blueberry Coffee Mascarpone เมนูของหวานทำมาจากขนมปังอบกรอบสีถ่านอย่างชาโคล ให้รสชาติขมปนหวานของกาแฟเอสเปรสโซ่มิกซ์กับไซรัปกับชีสมาสคาโปเน่ ได้ความกรุบกรอบเวลาทานเข้าปากจากเมล็ดบักวีต

บลู เวล เป็นคาเฟ่ยอดนิยมในท่ามหาราชที่มีความคลาสสิคและลาเต้อาร์ทสีฟ้า ทำให้นักดื่มกาแฟทั้งหลายต่างพากันแวะเวียนมาที่นี่เพื่อลิ้มรสชาติหอมกรุ่นของโทสต์และละมุนลิ้นของเครื่องดื่ม แม้ข้างนอกจะจอกแจกจอแจที่เมื่อเข้ามาข้างในแล้วเงียบสงบ สามารถมานั่งอ่านหนังสือจิบกาแฟได้อย่างสบายอารมณ์ คาเฟ่แห่งนี้เหมาะสำหรับคุณสาว ๆ ที่ชอบถ่ายรูปฮิป ๆ ลงโซเชียลไปอวดเพื่อน ๆ ด้วยสีของร้านที่ถ่ายแล้วเข้ากั๊น เข้ากันกับทุกชุด

ใครที่ผ่านมาแถวท่ามหาราชแล้วละก็ ถ้าเดินผ่านเลยไปจะต้องถอยหลังย้อนกลับมาเดินเข้าร้านอย่างแน่นอน ซึ่งคาเฟ่เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. สามารถติดตามข่าวสารได้ที่อินสตราแกรม @bluewhalebkk หรือโทรมาสอบถามรายละเอียดได้ที่ 096-997-4962 หรือ Fanbook fan page : Blue Whale Maharaj-Wat Pho ที่โพสต์เป็นภาษาอังกฤษโฆษณาให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เข้ามาลิ้มลองรสชาติกัน

 

# Alphabet

Alphabet

Alphabet

Alphabet

เป็นร้านที่ดังในย่านช่องนนทรี “Alphabet Cafe & Bar” ตั้งอยู่ที่ 198 พิพัฒน์ 2 ถนนนราธิวาส แขวงสีลม เขตบางรัก จังหวัดกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางได้โดยรถไฟฟ้า BTS ลงช่องนนทรี ทางออกที่ 4 เมื่อเข้าไปข้างในคาเฟ่แล้วจะพบว่าเป็นคาเฟ่ที่ได้รับความนิยมจากนักดื่มทั้งหลายเป็นจำนวนมากด้วยสไตล์คาเฟ่ที่มีความร่วมสมัย โดยชื่อร้านมีความหมายมาจากชื่อเจ้าของร้าน 4 พี่น้อง ชื่อว่า A B C และD เป็นชื่อของตัวอักษร โดยคุณเอ คุณบี คุณซี และคุณดีนั้นได้ร่วมกันเปิดคาเฟ่แห่งนี้ให้เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มในเครือ Heritage Group

Alphabet

ที่การันตีได้เลยว่าอาหารอร่อย ตัวร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนด้านหน้าเป็นโซนเปิดโล่งไว้สำหรับลูกค้าที่อยากจะนั่งรับลมชมวิวด้านนอก มีบาร์เล็ก ๆ ให้นั่งชิล ๆ ทางด้านขวามือ โดยปูพื้นหินขัดมันให้ดูยกระดับแบบผู้ดี ส่วนอีกโซนอยู่ภายในจะเป็นห้องแอร์เย็นฉ่ำชื่นใจสำหรับลูกค้าที่หนีร้อนมาเจอรักที่คาเฟ่แหงนี้ เฟอร์นิเจอร์ภายในร้านเป็นไม้สีน้ำตาลเข้มเกือบทั้งหมดที่เข้ากันกับพื้นกระเบื้องทางร้านมีเมนูอาหารง่าย ๆ หลากหลายมากมายให้เลือกอย่าง ข้าวผัดปลาทู ABCD ในราคา 140 บาท ไม่ถูกและไม่แพงจนเกินไป

สำหรับการมานั่งเพลิดเพลินรับบรรยากาศภายในร้าน ที่มีรสชาติเค็มจากปลาทูโดยมีมะนาวให้บีบคลุกเคล้าให้เข้ากันมาดับรสเค็มให้มีความอร่อยยิ่งขึ้น เมื่อมีเมนูไทย ๆ แล้วยังมีเมนูสไตล์ตะวันตกอย่าง สปาเก็ตตี้ครีมซอสไข่กุ้ง ในราคา 170 บาท ให้ความเป็นญี่ปุ่นจากไข่กุ้ง ให้ความหวานของครีมซอสสีละมุนที่ปรุงรสด้วยพริกไทยและเกลืออย่างพิธีพิถัน มีกุ้งตัวโตเป็นท็อปปิ้งอยู่ด้านบน นอกจากจะมีอาหารที่น่าตาน่ารับประทานและอร่อยแล้ว ยังมีของหวานอย่างโรตีกรอบราดน้ำผึ้ง ในราคา 100 บาท แป้งโรตีที่ลงไปทอดกรอบส่งกลิ่นหอมยั่วยวนน้ำลายที่กินคู่กับนมข้นโดยมีน้ำผึ้งที่หวานอยู่แล้ว และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ประจำร้านอย่าง Virgin Colada น้ำสัปปะรอดที่มิกซ์กับน้ำกะทิและน้ำมะพร้าว ให้รสชาติที่แปลกแต่อร่อย ในราคา 120 บาท


เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 6:00 – 2:00 น. สามารถติดต่อสอบถามจองโต๊ะได้ที่เบอร์ติดต่อ 084-432-1758 และ 061-769-5895 หรือติดตามข่าวสารเมนูมาใหม่เพิ่มเติมได้ที่อินาตราแกรม alphabetcafeandbar เฟสบุ๊คแฟนเพจที่ https://www.facebook.com/alphabetcafeandbar/ ซึ่งสถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสส่งผลกระทบให้กับผู้ประกอบการร้านค้าต่าง ๆ มากมาย แต่ทาง Alphabet มีโปรโมชันสุดคุ้มเพื่อให้คุณอยู่บ้านอย่างปลอดภัย สามารถสั่งอาหารผ่าน Line Official ที่ https://lin.ee/vWoRvTH หรือเพิ่มเพื่อน @alphabetcafeandbar (มี@ข้างหน้า)

 

 

# Blue Dye Cafe

 

Nahim Café

Nahim Café

Nahim Café

เมื่อเรานึกถึงร้านคาเฟ่เราก็จะคิดถึงกาแฟที่มีรสชาติดี มุมสวย ๆ ในร้านที่ดึงดูดลูกค้าอย่างเราเข้าไปถ่ายรูป ซึ่งร้านนะฮิม คาเฟ่ แห่งนี้มีทุกอย่างที่คุณต้องการ ร้านนะฮิมตั้งอยู่บน78 ซอยนานา ถนนไมตรีจิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัดกรุงเทพมหานคร อยู่ในย่านไชน่าทาวน์หรือที่เรียกกันว่า “เยาวราช” สามารถเดินทางมาร้านนี้ได้ไม่ยากจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ทางออกที่ 1 เมื่อเรามาถึงจะเห็นป้ายรักน่ารัก ๆ ที่เขียนว่า NAHIM CAFE & HANDCRAFT การตกแต่งภายในร้านจะต้องถูกใจสาว ๆ ที่ชอบความพาสเทลของสีสีนภายในร้านอย่างแน่นอน

ด้วยความฟรุ้งฟริ้งเหมือนห้องนอนเด็กเพราะมีตุ๊กตาอัลปาก้าตัวใหญ่ยักษ์แก้มอมชมพูใส่หมวกปาร์ตี้ยืนเด่นสง่าอยู่ใกล้กับเคาเตอร์สั่งเครื่องดื่ม มีโต๊ะสำหรับลูกค้าแบบสองที่นั่งทั้งหมด 4 โต๊ะ ให้ลูกค้าสามารถนั่งพักผ่อนหย่อนใจ จุดเด่นของร้านคือแพคเกจจิ้งที่มีลวดลายน่ารักน่าซื้อ มีมุมถ่ายรูปคล้ายกับห้องเรียนอนุบาลมีน้อย ให้การมานั่งดื่มกาแฟดูคิ้วท์จนเหมือนแค่มานั่งดื่มนม นอกจากนี้ยังมีของแฮนด์เมดจำหน่ายให้คุณลูกค้าที่ชอบของกระจุกกระจิกซื้อกลับไปถ่ายรูปคู่กับแก้วกาแฟลงโซเชียลอวดเพื่อนที่ชอบแต่งโต๊ะอ่านหนังสือได้อีกด้วย

เมนูแนะนำของร้านมี 5 เมนูคือ Soup Platter, Waffle with Nutella and Strawberry, Iced Nahim Coffee, Veggie Latte และ Cold Brew Tea โดยซุปจะมีให้เลือก 3 อย่าง คือ ซุปผักโขม ซุปแครอท และซุปฟักทอง ราคาอยู่ที่ 165 บาท วาฟเฟิลแป้งหอมกรุ่นที่มีให้เลือกว่าจะทานวาฟเฟิลนูเทลลา หรือวาฟเฟิลสตรอเบอรี่ ราคาอยู่ที่ 145 บาท กาแฟนะฮิมคือกาแฟดริปจากกาแฟคั่วบดอะราบิก้าผสมกับชาไทยน่าลิ้มลอง ราคาอยู่ที่ 90 บาท เครื่องดื่มที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านคือ ลาเต้ผัก ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ เพราะว่านำผักมาทำให้เป็นเครื่องดื่มจริง ๆ มีให้เลือก 4 อย่างคือ มันม่วง ฟักทอง ข้าวโพด และแครอท

ทางร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10:00 – 21:00 น. เช้ายันค่ำไปเลยทีเดียว

เนื่องจากสถานการณ์โคโรนาไวรัสในตอนนี้ทำให้ทางร้านได้ปิดให้บริการหน้าร้านตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 มีนาคมเป็นต้นไปแบบไม่มีกำหนด โดยจะเปิดให้บริการในช่องทางเดลิเวอลี่ทั้งหมด 2 ช่องทางที่ Line Man มีค่าส่งเริ่มต้นที่ 10บาทเท่านั้น! หรือสั่งกับทาง line@ ร้านนะฮิม และสามารถเรียก grab มารับได้ แถมยังมีโปรโมชั่นดี ๆ ในราคาพิเศษ! ซื้อเครื่องดื่มเย็นแก้วละ 60บาท หรือ 4แก้วในราคา 200บาท สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 02 – 623 – 3449

 

 

5 ร้านอาหารแนะนำจังหวัดสมุทรปราการ

My Coffee

My Coffee
ร้านตั้งอยู่ในอารีย์ ซอย 1 พญาไท จังหวัดกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีอารีย์ ทางออกที่ 3 เดินเข้าซอยมา 200 เมตรโดยประมาณ ก็จะถึงจุดหมายปลายทางร้านคาเฟ่ที่เรากำลังจะเข้าไปดื่มดำบรรยากาศ ไม่มีพื้นที่สหนับจอดรอดแต่สามารถจอดได้ข้างทางที่ริมถนนเลย หากผู้ใดขับรถยนต์ส่วนตัวมาเองจากถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าถนนพหลโยธิน 7 ขับตรงไปเพียง 50 เมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอยอารีย์ ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือตรงข้ามโรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง การตกแต่งดีไซน์ร้านอาจจะไม่ถูกใจใครเท่าร้านอื่น ๆ แต่เป็นร้านที่มีมุมเงียบสงบเหมาะกับนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ ประชุมกัน เพราะไม่มีพื้นที่นั่งดื่มภายนอก มีแต่ภายในร้านให้ตากแอร์เย็นฉ่ำพร้อมนั่งดื่มกาแฟชิล ๆ ฟังเพลงเพลิน ๆ ลักษณะของร้านเป็นสไตล์ Loft ด้วยโทนสีน้ำเงินที่โดดเด่นมองเห็นได้ง่าย

My Coffee

หากใครมาตามแผนที่แล้วไม่มีหลงอย่างแน่นอน จำนวนที่นั่งภายในร้านมีทั้งหมด 40 ที่นั่ง เป็นร้านโปร่งโล่งสบายมีหน้าต่างถ่ายเทอากาศติดกับโต๊ะนั่งดื่มกาแฟ ซึ่งมีโซฟาสีน้ำเงินที่เข้ากันกับสีของร้าน ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามานั่งดื่มและถ่ายรูปสวย ๆ ลงโซเชียลมีเดียอีกด้วยซึ่งที่นั่งส่วนใหญ่ติดผนังสามารถพิงหลังได้ มีปลั๊กไฟทั่วทุกมุมให้คุณลูกค้าสามารถเสียบชาร์ทโทรศัพท์มือถือหรือแลปท็อปได้ จุดเด่งของร้านคือเมนูมากมายหลากหลายที่มีทั้งขนมนมเนย อาหารจานเด็ด และเครื่องดื่มหอม ๆ สามารถสั่งมานั่งกินเรื่อย ๆ พร้อมทำงานไปด้วยได้ทั้งวัน เมนูแนะนำคือ Cafe Latte ที่มีลวดลายลาเต้อาร์ทสวย ๆ , Mint Chocolate Frappe เหมาะสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบมินท์ , Raspberry Mojito ค็อกเทลรสลาฟเบอร์รี่หสานอมเปรี้ยว , Affogato ผู้ที่ชื่นชมกาแฟต้องลอง, Almond Pancake สั่งมาทานคู่กับเครื่องดื่มเพิ่มความอร่อยไปอีกหนึ่งระดับ, Choco Berry Pancake เป็นแพนเค้กที่ราดช็อกโปแล็ตพร้อมท็อปปิ่งอย่างเบอรรี่อยู่ด้านบน, Very Berry Pancake เหมาะสำหรับคุณสาว ๆ, Honey Peach Pancake ใครชอบทานติดหวานต้องแพนเค้กน้ำผึ้งตัวนี้เลย, Original Pizza หากใครไม่อยากทานขนมหวานทางร้านมีพิซซ่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก, Tomato Pasta ใครชอบเส้นต้องนี่เลยพาสต้าซอสมะเขือเทศ, Korean Noodle เบื่อ ๆ อาหารตะวันตกก็สั่งมาม่าเกาหลี

ร้านเปิดให้บริการทุกวั้น ตั้งแต่เวลา 9:00 – 21:00 น. สามารถติดต่อสอบถามจองโต๊ะที่นั่งได้ที่เบอร์ติดต่อ 097-952-7665 หรือติดตามข่าวสารของร้านได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจตามลิงค์ https://m.facebook.com/mycoffee1983/ หรือเสิร์ชคำว่า @mycoffee1983 และอีกหนึ่งช่องทางคืออิสสตราแกรม My Coffee Soi Ari

 

 

# Patom Organic Living

Patom Organic Living

Patom Organic Living

———————————————————————–

ถ้าพูดถึงร้านคาเฟ่ นอกจากจะมี กาแฟ เป็นองค์ประกอบสำคัญของร้านแล้วยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย อย่างเช่นที่มาของชื่อร้าน “ปฐม” หรือมีชื่อเต็มว่า ปฐม ออแกนิค ลีฟวิ่ง เพราะทางร้านมีสินค้าออแกนิคที่เป็นผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติประเภทสกินแคร์ต่าง ๆ อย่างยาสระผมบำรุงเส้นผม ลิปบาร์มทาปาก สบู่ฟอกตัว และยาดมชื่นใจ ให้จำหน่าย รสชาติของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่มีรสชาติถูกปากของคนที่แวะเวียนผ่านมาซื้อกลับบ้านหรือนั่งดื่มที่ร้าน การตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านมีลักษณะเป็นกลาสเฮ้าส์มีกระจกมากมาย ทำให้การถ่ายรูปภายในร้านออกมาดูมีมิติ ให้ความรู้สึกโปร่งสบายจากกระจกหลอกตาว่ามีพื้นที่กว้างขึ้น การบริการของพนักงานให้ความเป็นกันเองทำให้ลูกค้าเกิดความคุ้นเคยและอยากกลับมาดื่มอีก ความสอาดของวัสดุอุปกร์ในการชงทำให้ลูกค้าไว้วางใจในการสั่งเครื่องดื่มอย่างมีมาตรฐาน เป็นต้น โดยตัวคาเฟ่นั้นเปิดในกลางทองหล่อที่เป็นแหล่งชุมชนที่มีผู้คนมากมายชอบมาที่นี่

Patom Organic Living

ในเรื่องของเมนูอาหารจะเป็นเมนูออแกนิก เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่รักสุขภาพ เมนูที่รังสรรค์ไปด้วย ผัก ผลไม้นา ๆ ชนิดจากกลุ่มเกษตรกรมูลนิธิสังคมสุขใจที่มีรสชาติอร่อยถูกปากคนทานสายเขียว ผักของทางร้านมีความสดใหม่ทุกวัน ด้วยวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานดีจากเหล่าเกษตรกรของมูลนิธิฯ โดยทางร้านจะหักรายได้ 3 เปอร์เซ็นต์จากรายได้ทั้งหมดเพื่อนำไปสมทบทุนให้กับมูลนิธิสังคมสุขใจ จุดเด่นของร้านคือเสิร์ฟแบบเป็นกล่องพกพาได้สะดวก การห่อใบตองเพิ่มความเป็นไทย

และปิ่นโตเงินให้อารมณ์เหมือนคุณแม่ทำกับขาวให้เราพกไปโรงเรียน เครื่องดื่มที่นี่เป็นผักออแกนิกสดหลากหลายชนิดปั่นละเอียดบรรจุลงขวดทานคู่กับอาหารบอกเลยว่า ออแกนิ๊ก ออแกนิก ในราคา 85 บาท อย่างน้ำฝรั่งออแกนิก น้ำมะนาวน้ำผึ้ง และน้ำฝรั่งออแกนิก

ร้านตั้งอยู่บนซอยสุขุมวิท 49 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09:30 – 19:00 น. สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 202-848-649 หรือติดตามข่าวสารของร้านได้ที่ Facebook fan page หรือ Instagram ชื่อว่า “patom.organics” ไฮไลท์ของที่นี่คือ มุมนั่งรับประทานอาหารภายในร้านที่มีความออแกนิกจากการใช้ไม้เก่ามาทำเฟอร์นิเจอร์ ให้ความสวยงามจากต้นไม้ที่ล้อมรอบโต๊ะ เก้าอี้ เสริมสร้างบรรยากาศในการรับประทานอาหารให้ร่มรื่นอีกด้วย

ซึ่งลูกค้าสามารถบริการตนเองได้เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ที่นี่เป็นชาวต่างชาติจึงมี Self serviceเกิดขึ้นที่เห็นบ่อย ๆ กันในต่างประเทศ ภายในตัวอาคารมีแอร์เย็นช่ำให้ลูกค้าที่หนีความวุ่นวายภายในเมืองเข้าสู่ป่า สู่ธรรมชาติที่งดงามภายในร้าน

 

 

5 ร้านอาหารแนะนำจังหวัดสมุทรปราการ

Blue Dye Cafe

Blue Dye Cafe

Blue Dye Cafe

———————————————————–

         ร้านคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 จังหวัดกรุงเทพมหานคร ย่านชุมชนใกล้สถานี BTS ทองหล่อที่เดินทางสะดวกสบาย ลักษณะของร้านมีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านสไตล์วินเทจด้วยผ้าย้อมสีครามที่มีความแหวกแนวไม่เหมือนร้านอื่น ลงตัวกับความโบฮีเมียน ร้านมีทั้งหมด 2 ชั้น โดยส่วนใหญ่มีมุมขายของเกือบจะครึ่งร้าน ชั้นแรกจะเป็นโซนนั่งดื่มกาแฟชิล ๆ และมีผลิดตภัณฑ์น่ารัก ๆ จำหน่ายให้คุณลูกค้าอุดหนุนกลับบ้านได้อีกด้วยอย่างของจำพวกกระจุกกระจิก เช่น เครื่องประดับ หนังสือเย็บสันเอง และยังมีกิจกรรมเวิร์คช็อปให้ลูกค้าร่วมสนุกทุกเดือนไปพร้อมกับทานอาหารเลิศรสและเครื่องดื่มกลมกล่อมของร้าน โดยมีชิ้นส่วนที่ตกแต่งอยู่บนโต๊ะเป็นเครื่องปั้นดินเผาจากแบรนด์ “Cone Number 9 ” เป็นแบรนด์ของคุณมิ้นท์ผู้เป็นเจ้าของร้าน เป็นอุปกรณ์กาแฟนำเข้าจากต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์เซรามิคอาร์ท ๆ เพิ่มมูลค่าให้กับร้านและชั้นบนจะเป็นร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ “Indigo indian” ของคุณตั้มผู้เป็นเจ้าของร้านอีกคน เป็นเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่ใช้ผ้าฝ้ายย้อมครามที่เป็นที่มาของชื่อร้านมาตัดเย็บให้เป็นชุดที่สวยงาม ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกชุด

Blue Dye Cafe

การเดินทางมาที่ร้านไม่ยากเลย เมื่อเข้าซอยสุขุมวิท 36 มาแล้วให้ตรงไปแล้วเลี้ยวขวาที่ซอยแรก เข้าไป 50 เมตรโดยประมาณ ร้านจะอยู่ทางขวามือ ทางร้านใช้เมล็ดกาแฟคั่วบดของไทยจาก OMNIA ร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ ไฮไลท์ของที่นี่คือกาแฟเอสเปรสโซ่ใส่เต้าฮวย หรือที่เรียกว่า “Chai Latte with Tofu Pudding” มีกลิ่นหอมของรสชาติเครื่องเทศ เพราะว่าร้านมีเมนูที่เป็นเอกลักษณ์จึงทำให้มีลูกค้าประจำเป็นจำนวนมาก ในช่วงกลางวันลูกค้าจะเยอะมากเป็นพิเศษเพราะร้านอยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยทำให้มีผู้คนต่างแวะเวียนเข้ามานั่งดื่มพูดคุยกัน

โดยมีบรรยากาศที่ให้ความอบอุ่นในโทนสีของร้าน ซึ่งสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่ส่งผลกระทบต้องทุกคนในตอนนี้ ทำให้ร้าน ๆ ร้านปิดตัวลง แต่ทางร้าน Blue Dye Café ยังเปิดให้บริการปกติสำหรับ Delivery และ Take Away อยู่ มีเมนูแสนอร่อยหลากหลายเมนูที่ได้คัดสรรมาอย่างดีที่พร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้าน ยิ่งถ้าได้ทาน Earl grey waffle แล้วละก็บอกเลยว่านุ่มละมุนลิ้นเหมือนได้ตักเข้าปาก แถมยังมีกลิ่นหอมของแป้งวาฟเฟิล

หากลูกค้าท่านใดสนใจจะออเดอร์อาหารไปรับประทานที่บ้าน สามารถสั่งได้ 2 ช่องทางค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางLINE OFFICIAL พิมพ์คำว่า @bluedyecafe จะมีข้อความตอบอัตโนมัติและจะมีพนักงานคอยบริการ หรืออีกช่องทางคือติดต่อทางโทรศัพท์มาที่เบอร์ 094-156-6166, 090-991-2274 และ096-695-9901

 

 

 

คาเฟ่น่านั่งดินแดนอีสานบุรีรัมย์

มุมอร่อย

ร้านมุมอร่อย

ร้านมุมอร่อย

———————————————————————————————-

          ร้านมุมอร่อยเป็นร้านที่มีชื่อเสียงมากในจังหวัดชลบุรี ร้านอาหารที่มีทั้งอาหารทะเลรวมถึงเมนูแนะนำอีกมากมายเหมาะกับการมากับครอบครัวหรือมากับเพื่อนๆ มากับออฟฟิศก็ยังได้ ร้านมุมอร่อยมีหลายสาขาให้เลือกใช้บริการ แต่ที่สาขาศรีราชานี่ขนาดร้านค่อนข้างใหญ่ ต่อโต๊ะใหญ่ๆ นั่งกันได้หลายคน ที่นั่งเยอะ แบ่งเป็นโซนด้านบน ลงมาอีกชั้นเป็นชั้น ลอย แล้วลงมาอีกชั้นก็เกือบจะติดหาด บริเวณทางข้างมาร้านมีบ่อปลาเลี้ยงปลาช่อนอเมซอนตัวใหญ่อยู่ฝั่งซ้ายมือ ส่วนฝั่งขวาจะเป็นบ่อเล็ดๆ เลี้ยง กุ้ง ปู ปลา เพื่อจะนำไปปรุงอาหารแบบสดให้ลูกค้านั่นเองครับ ช่วงกลางวันวันธรรมดา ลูกค้ามีหลายโต๊ะ แต่ก็ไม่เยอะจนแน่นร้าน สั่งอาหารรอไม่นานก็มาเสิร์ฟครับ

ร้านมุมอร่อย

เมนูแนะนำก็อย่างเช่น ข้าวผัดปู คะน้าปลาเค็ม ปลากระพงอบเกลือ และอีกมากมายให้ลูกค้ามาลองลิ้มรส อาหารสดใหม่ทุกวัน ไปวันธรรมดาคนไม่ค่อยเยอะอาหารออกเร็วหน่อย อาหารรสค่อนข้างเข้มข้น ทานเสร็จอาจจะปวดท้องสำหรับคนที่ท้องไม่แข็งแรง ถ้ามากันหลายคนร้านนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับจัดเลี้ยง แต่ถ้าคนชอบร้านไซส์เล็กๆ อาจจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ที่จอดรถสะดวก ร้านใหญ่มากอยู่ติดริมหาดมีโซนนั่งหลายโซนทั้งริมหาด ในร้านและห้องแอร์ อาหารทะเลหลากหลาย ทีเด็ดคือ กะหล่ำน้ำปลา กรอบ หวาน หอม อร่อยถูกใจนักชิมอย่างแน่นอน

 

 

ที่ตั้ง ร้านมุมอร่อย ศรีราชา 16/4 ซอย แหลมเกตุ ตำบล ศรีราชา อำเภอศรีราชา ชลบุรี 20110ชลบุรี เบอร์ : 038-771-555 เปิด : 11.00-23.00

รูปภาพ : teerapat

 

 

# แหลมเจริญ ซีฟู้ด ระยอง