Hug Collection

Hug Collection เชียงใหม่

Hug Collection เชียงใหม่

วันนี้เราจะมาแนะนำที่พักสุดชิลล์ที่ตั้งอยู่ในเมืองเชียงใหม่ San Pareni ตั้งอยู่ที่ ถนนนิมานเหมินทร์ ซอย 1 อำเภอเมืองเชียงใหม่ เรียกได้ว่าเป็นทั้งที่พักสุดแนว มีมุมถ่ายรูปสวยๆมากมายตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ห้องพักก็สวยมีให้เลือกมากถึง 11 แบบแตกต่างกันไป ภายในที่พักมีอุปกรณ์ครบครันและยังมี Hug Coffee Bar ไว้รับรอบนักท่องเที่ยวที่ชอบดื่ม คอกเทลหรือไวน์อีกด้วย มีมุมก่อฟสดให้บรรยากาศชิลล์ใจกลางเมืองเชียงใหม่ พร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักหรือชิมกาแฟอร่อยๆได้ทุกเมื่อ ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นเหตุผลที่ทำไมคุณต้องมาลองพักที่ Hug Collection แห่งนี้ เปื่อเอาไว้เป็นตัวเลือกอีกหนึ่งที่พักที่อยู่ในตัวเมืองเชียงให้ เดินทางจากสนามบินก็ใช้เวลาไม่นาน

Hug Collection เชียงใหม่

ที่ตั้ง : ถนน ศิริมังคลาจารย์ ซอย 1 อำเภอเมือง, อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200
เบอร์โทรศัพท์ : +66 53 223 361 / +66 86 668 1414

 

Phtot : Mthai

# วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

วัดบางคลาน

วัดบางคลาน

วัดบางคลาน

วัดหิรัญญาราม หรือ วัดบางคลาน ชื่อเดิมของวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดท่าตะโก” อยู่ติดกับแม่น้ำน่านเก่า ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้มี โบราณวัตถุต่างๆ ที่ทางวัดได้สะสมซึ่ง เป็นวัตถุที่มีผู้นำมาถวาย เช่น พระพุทธรูป พระพิมพ์ รูปปั้นดินเผา พิพิธภัณฑ์ไชยบวร ซึ่งเป็นอาคารมณฑป 2ชั้น ข้างบนได้ประดิษฐานรูปหล่อเหมือนองค์จริงของ หลวงพ่อเงินที่ประชาชนชาวไทยรู้จักและเคารพศรัทธา ไว้ให้ประชาชนเคารพบูชา  และยังมีศูนย์บูชาพระเครื่องหลวงพ่อเงิน เด่นดังทางด้าน คงกระพัน ปลอดภัย และลาภลอย เป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมชมชอบในหมู่ผู้คนทั่วประเทศ

ประวัติหลวงพ่อเงิน

หลวงพ่อเงิน ท่านเกิด วันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2353 ตรงกับวันศุกร์ เดือน 10 ปีฉลู บิดาชื่อ อู๋ มารดาชื่อ ฟัก ท่านเกิด ที่บ้านบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร บิดาเป็นชาวบางคลาน มารดาเป็นชาวบ้านแสนตอ อ.ขาณุวรลักษณ์บุรี จ.กำแพงเพชร ตอนอายุ 3 ขวบ ได้ไปอยู่กับลุง ชื่อนายช่วง ที่กรุงเทพมหานคร เข้าเรียนที่ บ้านตองปุ วัดชนะสงคราม จ.พระนคร พออายุ 12 ในปี พ.ศ.2365 จึงบวชเป็นสามเณร ศึกษาธรรมะ  เวทย์วิทยาการหลายด้าน ใกล้จะอุปสมบทท่านจึงสึกจากสามเณร แล้วจึงอุปสมบท จำพรรษาอยู่ในวัดชนะสงคราม ศึกษาวิปัสสนาอยู่ 3 พรรษา ถึงได้ย้ายมาอยู่วัดบางคลานใต้ อีก 1 พรรษา ส่วนพระอุปัชฌาย์ที่เป็นเจ้าอาวาสอยู่ท่านเก่งเรื่องวิชาชอบเล่นแร่แปลธาตุ  ฝ่ายหลวงพ่อเงินนั้นท่านเคร่งธรรมวินัยชอบความสงบ ท่านจึงย้ายไปอยู่บ้านวังตะโก

จากวัดคงคารามก็มาปลูกกุฏิไม้ไผ่หลังคามุงด้วยหญ้าแฝก ท่านได้นำกิ่งโพธิ์มาปักไว้ที่ริมตลิ่งของหน้าพระอุโบสถ มาปลูกอธิษฐานไว้ว่า ถ้าท้องถิ่นนี้จะเจริญรุ่งเรืองเป็นอารามต่อไป ขอให้โพธิ์ต้นนี้งอกงามกิ่งก้านสาขาของกิ่งโพธิ์นี้เป็นนิมิตดี  เหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดเป็นจริงตามท่านอธิษฐานไว้ ซึ่งพระอารามแห่งนี้ ท่านได้เป็นผู้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2377 ครั้นต่อมาวัดหิรัญญารามได้เจริญอย่างรวดเร็ว มีผู้คนเคารพนับถือและถวายตัวเป็นศิษย์ขอมาฟังธรรม ขอเครื่องรางของขลัง มากมาย หลวงพ่อได้ช่วยรักษาโรค  ต่อมาท่านได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณ ด้านฝ่ายวิปัสสนาธุระ

กิจการงานต่างๆของหลวงพ่อเงินเป็นที่ยอมรับ พุทธศาสนิกชนต่างเคารพศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อสร้างศาสนสถานต่างๆ การรักษาโรค การสอนวิปัสสนา หรือการปลุกเสกวัตถุมงคลเพื่อแจกเป็นเมตตาให้กับคนทั่วไป นอกจากบรรดาลูกศิษย์จะเดินทางเข้าไปเพื่อศรัทธาหลวงพ่อเงินแล้ว ยังสามารถที่จะเข้าไปชื่นชมสถาปัตยกรรมที่สวยงามต่างๆของวัดบางคลาน ตามรอยศรัทธาหลวงพ่อเงินแล้วเดินทางไปยังจังหวัดพิจิตรกันได้เลย

 

# วัดภูมินทร์

 

วัดภูมินทร์

วัดภูมินทร์

วัดภูมินทร์

วัดภูมินทร์เป็นวัดเก่ามีอายุถึง 400 ปี ตั้งอยู่ที่จังหวัดน่าน เดิมทีมีชื่อว่าวัดพรหมมินทร์ ได้ตั้งตามชื่อของผู้ครองนครน่านในสมัยนั้น นามว่า เจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ ได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2139 ภายหลังจากการครองนครน่านของเจ้าพรหมมินทร์ ต่อมาผู้คนได้เรียกชื่อวัดแห่งนี้ผิดเพี้ยนกันมาจนเป็น “วัดภูมินทร์” ในปัจจุบัน

พระอุโบสถจัตุรมุขเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเป็นที่รู้จักกันมาก ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสวยงามผสมผสานความเป็นเอกลักษณ์ในตัวของ วิหาร เจดีย์และตัวอุโบสถไว้อย่างลงตัว มีพระพุทธรูปที่เป็นองค์พระประธานในตัวอุโบสถได้มีสี่องค์ หันหน้าออกไปสี่ทิศ ปางมารวิชัย มีนาคสะดุ้งแห่งอุโบสถเทินไว้กลางลำตัวเปรียบเหมือนกับการอุ้มชูทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาไว้  ประดิษฐานไว้ภายในอุโบสถ เป็นที่สักการะกราบไหว้ ขอพร สำหรับผู้คนที่หลั่งใหลไปเยี่ยม

ความสวยงามของวัดภูมินทร์นั้นไม่เหมือนที่อื่นคือ ตัวพระอุโบสถกับพระวิหารสร้างเป็นอาคารเดียวกัน ซึ่งเป็นทรงจตุมุขมีประตูอยู่ 4 ด้าน  และด้านข้างของอุโบสถ ได้มีสถูปเจดีย์พระมาลัยโปรดโลก ซึ่งได้สร้างขึ้นตามความเชื่อของคนโบราณในสมัยนั้นว่าพระมาลัยไปเห็นทั้งนรกและสวรรค์ แล้วกลับมานำเรื่องราวต่างๆที่ประสบพบเจอมาสอนให้แก่อุบาสก อุบาสิกา ได้รู้ว่าทำบาปอย่างนี้ ๆ ย่อมนำไปสู่นรกขุมนี้ ๆ และทำความดีอย่างนี้ ๆ จะได้ไปสู่สวรรค์ชั้นนี้ ๆ เป็นต้น

วัดภูมินทร์

ส่วนจิตรกรรมฝาผนังมีลวดลาย แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ

–  เรื่องชาดกต่างๆ คำสอนเกี่ยวกับเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา เรื่องกรรมดี กรรมชั่ว

– วิถีชีวิตของชาวพื้นบ้าน

– ความเป็นอยู่ของชาวเมืองน่าน ในอดีต อาทิ การแต่งกายด้วยผ้าซิ่นลายน้ำไหล การทอ    ผ้าขึ้นใช้เองด้วยที่ทอมือ และยังมีการติดต่อซื้อขายทางการค้ากับชาวต่างชาติด้วย

ภาพจิตรกรรมฝาผนังยังเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไปทั่วประเทศ

บานประตูที่แกะสลักทั้ง4 ทิศมีความสวยงามพลิ้วไหวของดอกไม้ เถาวัลย์ อีกทั้งบรรดาสัตว์น้อยใหญ่ ที่แกะสลักลงบนไม้สักทองซึ่งมีความหนาขนาด4นิ้ว แผ่นเดียวเท่านั้น ส่วนจิตรกรรมฝาผนังภายในของวิหารที่เรียกกันว่า ฮูปแต้ม ได้เขียนขึ้นใน  พ.ศ.2410 ซึ่งตรงกับสมัยของเจ้าอนันตวรฤทธิเดช ได้ใช้เวลาซ่อมแซ่มถึง 7 ปี

แล้วยังมีภาพกระซิบรักบันลือโลก หรือเรียกแบบดั่งเดิมก็คือ ภาพปู่ม่านย่าม่าน ประกอบคำกลอนที่สุดแสนโรแมนติกเป็นภาษาเหนือเพื่อได้บรรยายถ้อยคำการกระซิบบอกรักของท่านทั้งสอง ซึ่งแปลแล้วได้ใจความว่า ความรักของน้องนั้น พี่จะเอาฝากไว้ในน้ำก็กลัวเหน็บหนาว จะฝากไว้กล้างท้องฟ้าอากาศกลางหาว ก็กลัวเมฆหมอกมาปกคลุมรักของพี่ไปเสีย หากเอาไว้ในวังในคุ้ม เจ้าเมืองมาเจอก็จะเอาความรักของพี่ไป เลยขอฝากเอาไว้ในอกในใจของพี่ จะให้มันร้องไห้รำพี่รำพันถึงน้อง ไม่ว่ายามพี่นอนหบลับหรือสะดุ้งตื่น ซึ่งอาจารย์ สมเจตน์ วิมลเกษม ได้เป็นผู้แต่งคำกลอนขึ้น

วัดภูมินทร์ ยังได้สร้างพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไว้ภายนอกของวิหารจัตุรมุขทางทิศใต้ ซึ่งได้เก็บข้าวของเครื่องใช้ของชาวท้องถิ่นน่าน มีทั้งเครื่องปั้นดินเผา เรือจำลอง พระพุทธ และยังมีการจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ของชุมนุมไว้เป็นของฝาก

# วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

เบตง

เบตง เมืองแห่งสายหมอกใต้สุดแดนสยาม

เบตง เมืองแห่งสายหมอกใต้สุดแดนสยาม

วันนี้เราจะพาคุณไปเที่ยวที่เบตง ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว เบตงเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดยะลา อยู่ใต้สุดของภาคใต้ มีดินแดนติดกับประเทศมาเลเซีย เบตงเป็นอำเภอที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก บ้านเมืองสะอาดสะอ้าน สถานที่ท่องเที่ยวมากมายรวมไปถึงอาหารการกินที่คุณจะต้องบอกว่าอร่อยจนลืมไม่ลง วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับจุดเช็คอินของเบตงกันเลยดีกว่าว่ามีที่ไหนน่าสนใจบ้าง

เบตง เมืองแห่งสายหมอกใต้สุดแดนสยาม

ตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ครั้งหนึ่งเบตงเคยมีตู้ไปรษณีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางเมืองก่อนจะโดนทำลายสถิติในภายหลัง ถ้ามาถึงเบตงแล้วแนะนำว่าต้องไปถ่ายรูปคู่ให้ได้สักครั้ง

วงเวียนนกนางแอ่น

บริเวณแห่งนี้จะมีร้านอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผัดหมี่เบตง หรือไก่ต้มเบตงที่เป็นอาหารขึ้นชื่อแล้วแต่จุดเด่นๆ เลยก็คือ จะมีร้านโรตีชาชักตั้งโต๊ะไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยชาชักและโรตีของเบตงนั้นรสชาดอร่อยมากต่างจากชาชักทั่วไป ในขณะที่คุณนั่งดื่มชากินโรตี อยู่นั้นคุณก็จะได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของคนในพื้นและบรรยากาศดีๆ ของเมืองเบตงและคุ๊ทราบหรือไม่ว่าทำไมที่ตรงนี้จึงมีชื่อเรียกว่าวงเวียนนกนางแอ่น เพราะเป็นวงเวียนที่มีนกนางแอ่นจำนวนมากบินมาเกาสายไฟในทุกๆ เย็น จนเคยมีคำกล่าวไว้ว่าถ้าไปเบตงแล้วไม่โดนนกขี้ใส่เหมือนกับไปไม่ถึงเลยทีเดียว

ทะเลหมอกอัยเยอร์เวง

สำหรับทะเลหมอกอัยเยอร์เวงนั้นเรียกได้ว่าสวยมากจริงๆ บรรยากาศขุนเขาแห่งเมืองเบตง ในช่วงเวลาเช้าคุณตื่นขึ้นมาสัมผัสกับบรรยากาศดีๆ ดูทะเลหมอกสวยๆ พร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้น แลัวคุณทราบหรือไม่ว่าทะเลหมอกอัยเยอร์เวงไม่จำเป็นต้องมาในช่วงหน้าหนาวก็มีให้เห็นได้ทั่งปีจนได้ชื่อว่าเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดในดินแดนภาคใต้เลยทีเดียว

ล่องแก่ง

แม่น้ำปัตตานีแห่งนี้มีกิจกรรมสุดแอดเวนเจอร์ไว้รอให้บริการทุกท่านกันด้วย นั่นก็คือการล่องแก่งแบบสนุกไปตามสายน้ำ และขอบอกเลยว่าแต่ละช่วงของสายน้ำนั้นมีความยากที่ต่างกันมากเรียกได้ว่าท้าทายพวกคุณให้ได้ไปสัมผัสกันเลยนั่นเอง และอีกเช่นเคยไม่ว่าจะในช่วงไหนก็สามารถล่องแก่งได้ทั้งปี

บ่อน้ำร้อนเบตง

บ่อน้ำร้อนเบตง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านจะเราะปะไร ตำบลตาเนาะแมเราะ จังหวัดยะลา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. คุณสามารถไปแช่น้ำแร่เบตงได้ด้วย เพื่อคลายความเหนื่อยล้า มีเครื่องดื่มและบริการต่างๆ ไว้บริการคุณด้วย และจุดไฮไลท์ของที่นี่ก็คือการลวกไข่ลงไปในบ่อน้ำร้อนตามธรรมชาติที่ไม่ได้ถูกสร้างมาแต่อย่างใด ถ้าไปเบตงคุณต้องไปเยือนบ่อน้ำร้อนเบตงให้ได้

 

# พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วัดที่สำคัญของไทยมีเพียงไม่กี่วัดเท่านั้นที่เป็นศาสนสถานสำคัญและมีประวัติความเป็นมามากมาย ใจกลางกรุงเทพมหานคร ใจกลางเมืองหลวงของไทย ใครว่ามีแต่ตึกรามบ้านช่องเท่านั้น แต่ยังมีศาสนสถานสำคัญที่ควรค่าแก่การรักษาและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่งเป็นศาสนสถานสำคัญและมีประวัติความเป็นมามากมาย ใจกลางกรุงเทพมหานคร ใจกลางเมืองหลวงของไทย ใครว่ามีแต่ตึกรามบ้านช่องเท่านั้น แต่ยังมีศาสนสถานสำคัญที่ควรค่าแก่การรักษาและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ความเก่าแก่โบราณและความเป็นมาที่สำคัญของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จะเป็นจุดเด่นของเมืองหลวง ทำให้คนกรุงรักและศรัทธาอยากที่จะรักษามากยิ่งขึ้น

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เดิมนั้นมีชื่อว่า “วัดพระแก้ว” ซึ่งเป็นวัดที่ชาวบ้านเรียกกันมาตั้งแต่เก่าก่อน ในปัจจุบันนี้คนสมัยใหม่ก็ยังเรียกว่าวัดพระแก้วอยู่ เพราะจำง่าย และชินกับชื่อนี้ ใครๆก็รู้จัก วัดนี้เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเมื่อครั้งกรุงรัตนโกสินทร์ประมาณปี พ.ศ. 2325 ใช้เวลาในการสร้างประมาณ 2 ปีและเสร็จสิ้นในปีพ.ศ 2327 ถือเป็นวัดที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์วัดนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวังอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก เป็นวัดเดียวที่เป็นวัดคู่กรุงแต่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ก็คือใช้สำหรับประชุมข้าทูลละอองพระบาทและการถือน้ำพระพิฒน์สัตยา พิธีการสำคัญทางศาสนาส่วนใหญ่จัดขึ้นที่นี่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สถาปัตยกรรมที่สำคัญของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

  • พระอุโบสถ สถาปัตยกรรมที่สำคัญ และมีความสวยงาม ซึ่งจุดเด่นจะอยู่ตรงที่ผนังพระอุโบสถนั้นมีลายรดน้ำอยู่ด้วย ตัวพระอุโบสถก็ทีระเบียงซึ่งสามารถทำให้เดินได้สะดวก ความสวยงามละเอียดมาก ใครที่ชื่นชอบความละเอียด ต้องได้ลองเข้าไปสัมผัสสักครั้ง ภายในพระอุโบสถนั้นประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตปฏิมากรเอาไว้ เรียกว่าพระแก้วมรกต
  • ยังมีอาคารและสิ่งประดับอื่นๆอยู่อีกมากมาย ทั้งหอพระนาก หรือหอมณเฑียรธรรม เป็นสถาปัตยกรรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายให้ศึกษา ทุกสถาปัตยกรรมถูกสร้างขึ้นมาให้สวยงาม ถือเป็นหนึ่งวัดที่สวยที่สุดในไทย

ตามประวัติศาสตร์แล้ว ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามนั้นมีการบูรณะมาตลอด แต่มีการบูรณะครั้งใหญ่ก็เมื่อสมัยรัชกาลที่ 3 โดยเฉพาะในส่วนของพระอุโบสถ

เรื่องราวต่างๆที่แฝงอยู่ในวัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สำหรับในแง่ของการศึกษาประวัติศาสตร์และวรรณกรรม มีภาพจิตรกรรมฝาผนังให้นักเรียนนักศึกษาและผู้ที่สนใจเดินทางเข้าไปศึกษา ฝาผนังเป็นเรื่องราวรามเกียรติ์ ถูกวาดขึ้นมาเป็นเรื่องราวต่อกันไป ปัจจุบันนี้คนทั่วไปก็สามารถเข้าชมได้ อีกทั้งยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเข้าชมอยู่บ่อยๆด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน แต่อาจจะยกเว้นบางวันที่เป็นวันสำคัญหรือมีพิธีกรรมทางศาสนาที่อาจจะไม่สะดวกในการเข้าไปชม

 

# วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

มุกดาหาร

มุกดาหารเมืองแห่งริมโขง

มุกดาหารเมืองแห่งริมโขง

มุกดาหาร เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสานของไทยตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งโขง ต้องบอกเลยจริงๆ ว่าเป็นจังหวัดที่มีความคราสสิคสูงเลยทีเดียว เพราะมุกดาหารถือได้ว่าเป็นเมืองเก่าอีกแห่งหนึ่งที่คงไว้ซึ่งประติมากรรมมากมายเกี่ยวกับพญานาค เนื่องจากคนในพื้นที่จะมีความเชื่อในเรื่องของพญานาคนั่นเอง วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านเดินทางไปเที่ยวกันในจังหวัดมุกดาหารกันเลยดีกว่าว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจกันบ้าง

มุกดาหารเมืองแห่งริมโขง

ภูผาเทิบ

เริ่มต้นกันเลยที่ภูผาเทิบ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติซึ่งเป็นอุทยานที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือนกันเป็นจำนวนมาก มีประติมากรรมเกี่ยวกับหินต่างๆ ที่มีลักษณะสวยงามแปลกตาต่อผู้พบเห็น เจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลว่าหินเหล่านี้นั้นเกิดจากการที่ลมและน้ำ ที่กัดเซาะและพัดซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่อดีตจนรูปร่างได้เปลี่ยนไป บางคนที่เห็นก็จะจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเป็น สัตว์รูปร่างๆ ต่างๆ เครื่องบิน

วัดภูมโนรมย์

ชื่อที่คนในพื้นที่ใช้เรียกกันก็คือวัดรอยพระพุทธบาท เนื่องจากว่าในสมัยก่อนนั้นมีประวัติตามความเชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้เคยมาเยือนในพื้นที่บริเวณนี้ จึงทำให้ชาวบ้านให้ความเคารพบูชาวัดแห่งนี้กันมากเลยทีเดียว และจุดเด่นที่สำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจนั่นก็คือมีรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ ที่เปิดให้เข้าไปสักการบูชาถ้าใครที่มีโอกาสได้ไปเยือนมุกดาหารต้องเข้าไปกราบไหว้พญานาคที่วัดภูมโนรมย์ให้ได้

จุดชมวิวสะพานมิตรภาพไทยลาว

เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของมุกดาหารกันเลยก็ว่าได้สำหรับสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งนี้ เพราะเป็นสถานที่พักผ่อนที่คุณสามารถมานั่งรับประทานอาหารพร้อมดูวิวสวยๆ ของแม่น้ำโขง รวมไปถึงประติมากรรมรูปปั้นพญานาคขนาดใหญ่ที่สวยงามมีร้านค้า ร้านอาหารมากมายที่จะคอยให้บริการทั้งอาหารและเครื่องดื่ม

แก่งกระเบา

จุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในบามเช้าต้องยกให้แก่งกระเบาแห่งนี้ ในช่วงที่คุณตื่นนอนขึ้นมาแล้วมายืมตรงบริเวณแก่งกระเบา มองดูพระอาทิตย์ขึ้นแสงกระทบกับผืนน้ำ รับรองได้เลยว่าคุณจะได้รับความประทับใจไม่รู้ลืมเลยทีเดียว เมื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว บริเวณรอบก็ยังมีร้านอาหารเช้าเปิดให้คุณหาซื้อรับประทานกันมีทั้งอาหารในพื้นที่ และข้าวต้ม เมนูที่เรียกแขกได้เป็นอย่างที่ของแก่งกระเบาของยกให้เป็นหมูหันหนังกรอบ ที่อร่อยแบบสุดๆ มีรสชาดที่ไม่เหมือนใคร

หอแก้วมุกดาหาร

สถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง รัชกาลที่ 9 มีการรวบรวมประวัติศาสตร์มากมายของชาวมุกดาหารตั้งแต่สมัยอดีต รวมไปถึงเครื่องมือเครื่องใช้ในประวัติศาสตร์มากมาย มีค่าเข้าชมไม่แพงเพียงแค่คนละ 50 บาทเท่านั้นเอง

 

# พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

ความสวยงามของศาสนสถานที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของวัดไทยบ้านเรา ยังมีอีกหลายวัดที่มีที่ตั้งอยู่บนเขา และมีที่ตั้งอยู่ติดกับธรรมชาติที่สวยงามน่ามอง วัดที่เราจะพาไปรู้จักในวันนี้ก็คือ “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” จังหวัดเพชรบูรณ์ ศาสนสถานสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนน้านี้เคยเป็นแหล่งศูนย์รวมจิตใจเพื่อประกอบพิธีการสำคัญทางศาสนา แต่ในปัจจุบันนี้มีประวัติความเป็นมาที่น่าศึกษา และความสวยงามแวดล้อมที่เป็นเขา ทำให้วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ไปแล้ว

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ชื่อเดิมที่เคยถูกเรียกนั้นมีชื่อว่า วัดผาซ่อนแก้ว เป็นเจดีย์วัดที่ถูกดกสร้างขึ้นบนเนินเขาสูง สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ใครที่เดินทางไปเขาค้อในช่วงหน้าหนาวอาจจะต้องแวะไปกราบสักการะสักครั้งหนึ่ง วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วนั้นเด่นในเรื่องของการออกแบบที่วิจิตรงดงาม ใครก็ตามที่ได้ไปก็ไม่พลาดที่จะถ่ายรูปและเช็คอินกลายเป็นอีกหนึ่งแลนมาร์คสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ไปแล้วในตอนนี้

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วกับสถานที่สำคัญ

  • เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว ถ้ามองในระยะไกลจะรู้สึกได้ถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรมชนิดนี้มากๆ ถูกสร้างขึ้นมาในครั้งที่เฉลิมฉลองให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี เป็นปีที่มีการจัดเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ ถือเป็นฤกษ์ดีในการจัดสร้าง เป็นมงคลที่จะทำให้พระพุทธศาสนาอยู่คู่คนไทยสืบไป บนยอดเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วจะบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเอาไว้ ถือเป็นมงคลยิ่ง และใต้ฐานเจดีย์จะเป็นแหล่งรวบรวมหลักธรรมคำสอนต่างๆ ภาพต่างๆทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้สืบทอด
  • มหาวิหารพระพุทธเจ้า 5 องค์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ให้เห็นแต่ไกล จุดถ่ายภาพที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปถ่ายภาพได้เยอะมากที่สุด สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ 85 ปี มหาวิหารแห่งนี้ใหญ่มาก ภายในมีทั้งหมด 6 ชั้นด้วยกัน ซึ่งสามารถนำเอามาใช้ประโยชน์ได้มากมาย ทั้งเป็นที่ประกอบพิธีการทางศาสนา ประกอบศาสนกิจต่างๆ และเป็นที่พักสำหรับผู้เข้าปฏิบัติธรรมด้วยเช่นเดียวกัน จุดมหาวิหารพระพุทธเจ้า 5 องค์เป็นจุดที่ดึงดูดสายตามากที่สุด

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วไม่เพียงแต่เป็นวัดที่เป็นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่สำหรับนักปฏิบัติธรรมทั้งหลายทั่วทุกสารทิศที่เข้ามาปฏิบัติธรรมในสถานที่อันสงบติดกับธรรมชาติป่าเขาเช่นนี้ เพราะอากาศดี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่จะมีอากาศเย็นมากเป็นพิเศษ ฤดูแห่งหมอกที่สวยงาม เพราะเมื่อเดินทางไปแล้วจะได้สัมผัสกับหมอกไปด้วย ปัจจุบันนี้ได้ถูกฟื้นฟูและพัฒนาไปเยอะมาก แต่ก็ยังคงความสงบและเป็นที่สำหรับพุทธสาสนิกชนทุกคนสืบต่อไป

 

# วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

เพรชบุรี

พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

วันนี้เราจะพาคุณไปเที่ยวที่ บางตะบูน บ้านแหลม ซึ่งอยู่ในจังหวัดเพรชบุรี ใกล้ๆ กรุงเทพฯนั่นเอง ต้องบอกเลยว่าคุ้มจริงๆ ถ้าคุณได้ไปเยือนที่บางตะบูน เพราะมีธรรมชาติและวิวสวยๆ ไว้ให้คุณได้ถ่ายรูปกันด้วย รวมถึงร้านอาหารอร่อยๆ ของกินในพื้นที่ที่น่าสนใจอย่างอาหารทะเลสดๆ มีนาเกลือกว้างไกลสุดสายตา  แต่แค่นั้นยังไม่พอเนื่องจากวันนี้เราได้รวบรวมจุดเช็คอินสวยๆ ที่คุณจะพลาดไม่ได้ไว้ให้แล้ว

พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

ชื่นชมธรรมชาติไปกับป่าชายเลนแหลมผักเบี้ย

เริ่มกันเลยที่ป่าชายเลนแหลมผักเบี้ย เป็นสถานที่ที่ไว้ให้คุณได้ศึกษาธรรมชาติความอุดมสมบูรณ์ของเขตป่าระบบนิเวศ ที่น่าสนใจ มีต้นไม้ที่ให้ความร่มเย็นอย่างต้นแสมและต้นโกงกาง และที่น่าสนใจที่สุดคือคุณจะได้เห็นสัตว์ในพื้นที่อย่าง ปลาตีน ปูแสม รวมถึงสัตว์น้ำ สัตว์หน้าดินชนิดอื่นๆ อีกมากมาย แค่นั้นยังไม่พอเมื่อคุณได้เดินไปจนสุดระยะทาง 850 เมตรของพื้นที่แล้วล่ะก็คุณจะได้เห็นวิวทะเลสุดสวยอีกด้วย และสำหรับเส้นทางไป ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางเลียบชายทะเลจากอำเภอบ้านแหลมไปยังหาดเจ้าสำราญ ระยะทางประมาณ 15 กม. ทางเข้าโครงการแหลมผักเบี้ยอยู่ข้างวัดสมุทรโคดม เวลาเปิดทำการ : 06.00 – 18.00 ( เปิดทำการทุกวัน )

ยุ้งเกลือ

บางตะปูนนั้นขึ้นชื่อในเรื่องของการทำตาเกลืออยู่แล้ว และถ้านักท่องเที่ยวท่านใดอยากจะหาสถานที่นั่งเล่นชิลล์ๆ ดูนาเกลือแบบเต็มๆ ตาแล้วห้ามพลาดเด็ดขาดกับยุ้งเกลือ เพราะที่แห่งนี้ได้มีอาหารอร่อยๆ จุดนั่งเล่นสบายๆ พร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ ไว้บริการให้ท่านแล้ว

โอ้โหปูอร่อย

ต่อกันเลยที่ร้านอาหารทะเลชื่อดังแห่งบางตะปูน นั่นก็คือร้าน โอ้โหปูอร่อย ตั้งอยู่ที่ ตำบล แหลมผักเบี้ย อำเภอ บ้านแหลม จังหวัด เพชรบุรี 76100 นั่นเองสำหรับคนที่ชื่นชอบอาหารทะเล ไม่ว่าจะกั้ง ปู หอย ปลา หมึก กุ้ง ต้องแวะมาที่นี่ให้ได้ และต้องบอกก่อนเลยนะว่ารสชาดของร้านนี้ไม่เหมือนใครจริงๆ ส่วนหนึ่งก็คงเพราะทางร้านใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ รวมถึงของสดใหม่ทุกวัน จึงทำให้มีคนมากินที่ร้านนี้เยอะมาก

สปาเกลือ

เหนื่อยๆ มาทั้งวันจากการท่องเที่ยวก็ต้องมาต่อกันเลยที่ กังหันทอง สปาเกลือ คุณสามารถเข้ามานวดสปาเพื่อผ่อนคลายร่างกายจากอาการเมื่อยล้า แต่สปาที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น เนื่องจากว่าใช้ดอกเกลือในการช่วยทำสปา มีการนวดสปาทั้งแบบไทยและนวดน้ำมัน

นาเกลือ

อย่างที่เราบอกไปแล้วว่าบางตะปูนขึ้นชื่อในเรื่องของการทำนาเกลือ ดังนั้นคุณจะเห็นสองข้างทางส่วนใหญ่เป็นวิวนาเกลือ แต่จริงๆ คุณเข้าไปดูวิถีชีวิตชาวบ้านกับการทำนาเกลือได้แบบใกล้ชิดได้เลยล่ะ แล้วคุณจะได้เห็นในสิ่งที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน ชาวบ้านที่นี่น่ารักมาก ยิ้มแย้มแจ่มใส แถมยังสอบถามได้ถึงที่มาในการทำนาเกลือในพื้นที่ได้อีกด้วยล่ะว่ามีอดีตความเป็นมาอย่างไร

 

# เที่ยวเมืองเก่าเข้าเมืองน่าน

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

ขึ้นเหนือไปที่จังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือ เกือบจะเหนือสุดในสยามประเทศ ในตัวเมืองเชียงใหม่บนเขาสูงยังมีวัดที่มีชื่อเสียงมากในจังหวัดเชียงใหม่ “วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร” ใครที่เดินทางมายังเมืองเชียงใหม่แล้ว ถ้าไม่ขึ้นไปกราบสักการะพระธาตุดอยสุเทพ ถือว่ามาไม่ถึงเชียงใหม่ก็คงจะเป็นเรื่องจริง เพราะหลายคนขึ้นไปสักการะและขอพรกับพระธาตุแล้วกลับมามีชีวิตที่สุขสมหวัง สงบกายใจมากขึ้น อาจจะเป็นแค่เพียงความเชื่อเท่านั้น แต่อย่างน้อยก็เป็นศาสนสถานที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใของชาวเชียงใหม่รวมไปถึงนักท่องเที่ยวไปไปเยือนเชียงใหม่ด้วย

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ตามประวัติความเป็นมาของวัดพระธาตุดอยสุเทพ ได้มีการกล่าวไว้ว่า เมื่อประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 19 พระเจ้ากือนาได้ทรงสร้างพระธาตุขึ้นบนยอดเขา ซึ่งปัจจุบันนี้ก็คือดอยสุเทพ ได้นำเอาสิ่งมงคลคือพระบรมสารีริกธาตุได้นำเอามาบรรจุไว้ในพระธาตุ เพื่อให้ชาวเมืองเชียงใหม่ได้มีโอกาสกราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต บ้างก็กล่าวถึงความเป็นมาของชื่อดอยสุเทพ ว่าแต่ก่อนแต่เดิมนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของฤๅษีที่มีนามว่าสุเทวะ ซึ่งชื่อนั้นหมายความว่าเทพเจ้าผู้ปฏิบัติดี หลังจากนั้นสถานที่แห่งนี้ก็ได้ชื่อว่า “สุเทพ” กลายเป็นตำนานที่เล่าต่อๆกันมา

สถาปัตยกรรมที่สำคัญของวัดพระธาตุดอยสุเทพ

  • ที่เป็นจุดเด่นคือบันไดนาค ที่เป็นทางขึ้นสู่พระธาตุ เป็นสัญลักษณ์สำคัญเป็นสถานที่สำคัญที่ทุกคนต้องเดินขึ้นไปสู่ด้านบน ถูกสร้างขึ้นมาอย่างสวยงาม มีศิลปะที่ทรงคุณค่าแบบนี้ที่เมืองเหนือของไทยเรา เป็นจุดถ่ายภาพที่ทำให้พระธาตุดอยสุเทพของเรามีชื่อเสียงไปยังประเทศอื่นๆ เมื่อขึ้นไปถึงตัวพระธาตุ จะสัมผัสได้ถึงความขลังและความสวยงามของตัวพระธาตุที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1053 เมตร สีทองอร่ามตา บางช่วงอาจจะได้เห็นว่ามีจีวรห่มพระธาตุด้วย

ในสมัยก่อน การขึ้นไปบนพระธาตุดอยสุเทพนั้นมีความยากลำบากมาก เพราะว่าทางขึ้นไม่ได้ดีเหมือนทุกวันนี้ ทำให้ทุกคนศรัทธาและอยากขึ้นไปกราบสักการะ แม้จะลำบากเพียงใดก็เลือกที่จะขึ้นไปเพื่อเป็นสิริมงคลกับตัวเอง ด้วยภูมิภาคที่เป็นเขาสูง การขึ้นไปบนดอยสุเทพในปัจจุบันก็ยังต้องใช้การเดินขึ้นอยู่ แต่ก็มีรถรับจ้างเป็นตัวช่วยเพื่อให้เดินทางได้สะดวกมายิ่งขึ้น แต่ถนนหนทางสำหรับทางขึ้นก็มีความสูงชันและคดเคี้ยวเป็นอย่างมาก แต่ก็คุ้มค่าที่ได้ขึ้นไปกราบสักการะและเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

 

# วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

เมืองน่าน

เที่ยวเมืองเก่าเข้าเมืองน่าน

เที่ยวเมืองเก่าเข้าเมืองน่าน

ถ้าคุณมีความหลงใหลในการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ได้สัมผัสกับความเป็นเมืองเก่า จังหวัดน่านก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดหนึ่งที่มีทั้ง ประวัติศาสตร์ ศีลปะวัฒนธรรม ธรรมชาติที่สวยงาม จังหวัดน่านตั้งอยู่ทางภาคเหนือของไทยเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและความเป็นเมืองเก่า มีประวัติศาสตร์ยาวนาน อีกทั้งยังมีป่าไม้ ภูเขา ดอยต่างๆ ที่สวยงามเป็นอย่างมาก ถ้าใครที่ต้องการเดินทางเพื่อไปพักผ่อนแล้วล่ะก็คุณจะได้ความประทับใจกลับมาไม่รู้ลืม เราลองไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ

เที่ยวเมืองเก่าเข้าเมืองน่าน

วัดพระธาตุแช่แห้ง

ตั้งอยู่ที่ หมู่ 3 บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตี๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน เดิมเป็นวัดราษฎร์ ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวง ประดิษฐานอยู่ ณ อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองกับจังหวัดน่านมาอย่างยาวนานถึง 600 ปีแล้ว เป็นที่เคารพรักของคนในจังหวัดมาก มีพระธาตุสำหรับคนที่เกิดปีเถาะหรือปีกระต่าย ในทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือนเป็นจำนวนมาก เพราะความสวยงามของพระธาตุนั้นสวยมากจริงๆ มีสีทองผ่องอำไพสะดุดตาต่อผู้พบเห็น

วัดพระธาตุเขาน้อย

ตั้งอยู่ที่ ตำบล ดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน หลายๆ ท่านคงจะต้องเคยเห็นรูปภาพที่มีพระพุทธรูปยืนหันหลังพร้อมกับวิวสุดสวยกันมาบ้าง ใช่แล้วล่ะเรากำลังพูดถึงวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสวยงามและประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน จุดเด่นของที่นี่คือคุณสามารถมองเห็นวิว บรรยากาศทั่วทั้งเมืองน่านได้เลยล่ะ ยิ่งในช่วงฤดูหนาวแล้วล่ะก็ตอนเช้าๆ คุณสามารถตื่นมาดูทะเลหมอกพร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆ ยามเช้าได้อีกด้วย

วัดภูมินทร์

คุณเคยได้ยินเรื่องกระซิบรักเมืองน่านหรือไม่ ที่เป็นรูปภาพจิตรกรรมฝาผนังใช่แล้วล่ะ เรื่องราวนี้เป็นเรื่องจริงในสมัยก่อนและภาพจิตรกรรมนั้นก็อยู่ข้างกำแพงวัดภูมินทร์นั่นเอง วัดภูมินทร์เป็นวัดประจำจังหวัดน่านที่มีเรื่องราวมากมายให้คุณได้ศึกษากันอย่างมากมาย ช่วงเย็นทุกวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็จะมีถนนคนเดินที่สวยงามขายสินค้าพื้นเมืองรวมถึงอาหารมากมาย มีลานดนตรีให้นักท่องเที่ยวไปนั่งรับประทานอาหารกันอีกด้วย

อำเภอปัว

ควาดกันว่าตั้งอยู่ที่ฝั่งด้านใต้ของแม่น้ำย่าง ใกล้เทือกเขาดอยภูคาในเขตบ้านเสี้ยว ตำบลยม อำเภอท่าวังผาเป็นอำเภอที่มีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นวัดภูเก็ต และสถานที่ใกล้เคียงอย่างวัดศรีมงคล สัมผัสวิถีชีวิตชาติพันธุ์กับกาแฟไทลื้อ ไปนั่งเล่นบนดอยที่ดอยสกาด รับประทานกาแฟดิ๊ฟกันได้เลยล่ะ

อำเภอนาน้อย

ที่อยู่  ที่ว่าการอำเภอนาน้อย เลขที่ 52 หมู่ที่ 1 ถนนเจ้าฟ้า ตำบลนาน้อย อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน ดอยเสมอดาว ดอยสุดสวยที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่านที่จะสร้างบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกให้กับคุณได้แบบไม่รู้ลืม ด้วยวิวสุดสวย ในช่วงกลางคืนถ้าคุณได้กางเต๊นนอนแล้วมองขึ้นไปบนฟ้าคุณจะได้เห็นดาวเป็นล้านๆ ดวงเหมือนมาอยู่ต่อหน้าคุณเลยทีเดียว

อำเภอบ่อเกลือ

ที่ว่าการอำเภอบ่อเกลือ ถนนบ่อหลวง-ยอดดอยฯ ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน นอกจากจะเด่นในเรื่องของการทำเกลือภูเขาที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว คุณจะได้เห็นภูเขา ป่าไม้ ดอยต่างๆ ในอำเภอบ่อเกลือที่สวยมาก เรียกได้ว่าสวยจนทำให้คุณไม่อยากจะกลับบ้านเลยล่ะ ถ้าใครมีโอกาสได้ไปเยือนเมืองน่านต้องไปให้ได้เลยกับอำเภอบ่อเกลือ

 

# วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร