แก่งคุดคู้ จังหวัดเลย

แก่งคุดคู้ จังหวัดเลย

แก่งคุดคู้ จังหวัดเลย

แก่งคุดคู้ จังหวัดเลย

แก่งคุดคู้ ตั้งอยู่ใน ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย เป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศของเมืองเชียงคานเลยก็ว่าได้ค่ะ โดยมีนักท่องเที่ยวมากมายเข้ามาชมวิวความสวยงามของธรรมชาติแห่งนี้ และมีบรรยากาศที่โรแมนติกมากในยามเย็น ด้วยวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำที่กว้างขวางไกลสุดลูกหูลูกตา ไปทั้งสองฝั่งของไทยลาว ในช่วงเวลาน้ำลดจะเห็นเกาะต่างๆ ขึ้นมามากมาย โดยท่านจะเห็น ภูควายเงิน ที่ตั้งเด่นเป็นฉากหลังที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ในตอนเช้าท่านสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือสันเขาแห่งนี้ได้ รับรองว่าจะถูกใจท่านอย่างแน่นอนค่ะ

ไฮไลท์ของแหล่งท่องเที่ยวนี้ คือความสวยงามของ แก่งคุดคู้ ที่เกิดจากการทอดตัวของหินลงในแม่น้ำโขง ประกอบด้วยใหญ่หินใหญ่ เป็นจำนวนมาก ตัวแก่งใหญ่กว้างขว้าง กระแสน้ำก็เชี่ยวมาก เวลาที่เหมาะสมดับการไปเที่ยวแก่งคุดคู้ คือช่วงเดือน กุมภาพันธ์จนถึงเดือนพฤษภาคม ถึงจะเป็นเวลาที่เหมาะที่การไปเที่ยว เพราะเป็นเวลาที่น้ำแห้ง และยังมิงเห็นเกาะแก่งได้ชัดเจน และนักท่องเที่ยวสามารถเดินลงไปสัมผัสกับริมน้ำโขงได้ิย่างไกล้ชิดเลยทีเดียว โดยบริเวณนี้จะเป็นหาดที่มีก้อนหินเรียงรายกันอย่างสวยงามมากค่ะ

บริเวณรอบๆ ของ แก่งคุดคู้ ยังมีที่จำหน่ายอาหาร มีทั้งอาหารทะเลต่างๆ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ แก่งคุดคู้ ส่วนใหญ่แล้วนั้น จะมานั่งทานอาหารชิลๆกัน ที่ริมแม่น้ำโขงกันครับ เพราะบรรยากาศแบบนี้ที่ได้นั่งทานอาหารที่ริมแม่น้ำโขง เรียกว่าท่านจะไม่สามารถหาที่ไหนได้นอกจากที่ แก่งคุดคู้ แห่งนี้ และนอกช่วงน้ำแล้วแล้ว ในช่วงที่ปลายฝนต้นหนาว น้ำที่ในแม่น้ำโขงจะมีมาก ทำให้ในช่วงนั้นจะเห็นบรรยากาศของทะเลหมอกหน้าหนาวได้แบบฟินๆกันเลยทีเดียวค่ะ

เราพูดถึงจุดชมวิวของ แก่งคุดคู้ แล้ว เราก็อย่าลืมเรือหางยาวชมทิวทัศน์ทั่งสองฝั่งของชาวไทยลาวด้วยนะครับ และยังสามารถชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ล่องเรือในแม่น้ำโขง และที่สำคัญอย่าลืมซื้อ มะพร้าวแก้ว ของฝากที่ขึ้นชื่อของชาวบ้านไปด้วยนะครับ รับประกันรสชาติ ที่อร่อยอย่างยิ่ง เพราะเป็นสูตรต้นตำรับของชาวเชียงคานเลยทีเดียว และยังมี กุ้งแพ กุ้งทอด ที่มีทีเด็ดไม่แพ้กัน ที่อยากให้ท่านได้มาลองกันดู ที่กล่าวมาทั้งนี้อยากให้ท่านได้มาเที่ยวที่ แก่งคุดคู้ ที่เชียงคาน เป็นที่มีแม่น้ำและธรรมชาติที่สวยงามที่อยากให้ท่านลิ่มลอง

 

การเดินทางไป แก่งคุดคู้ ท่านสามารถไปโดยรถยนต์ได้ และสามารถไปเครื่องบินได้ท่านสามารถลงไปที่ท่าอากาศยานเลยได้ และท่านที่สะดวกไปรถไฟที่สามารถลงสถานีเชียงคานได้ และต่อรถโดยสารไปที่ แก่งคุดคู้ได้ ทั้งนี้ท่านที่ชอบดื่มด่ำกับธรรมชาติแม่น้ำ เราขอแนะนำที่ แก่งคุดคู้ เลยเพราะเป็นที่ที่สวยงามน้ำใส สามารถตอบโจทย์ท่านที่ชอบดื่มด่ำธรรมชาติแม่น้ำ ที่นี้ แก่งคุดคู้ เขียงคาน

 

 

 

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก

ภูทอก จังหวัดบึงกาฬ

ภูทอก จังหวัดบึงกาฬ

ภูทอก จังหวัดบึงกาฬ

ภูทอก มีที่ตั้งอยู่ในวัดเจตยาศรีวิหาร(วัดภูทอก) อยู่ในเขตบ้านนาคำแคน ตำบลนาสะแบง จังหวัดบึงกาฬ ผู้ก่อตั้งคือ พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ภูทอก ในภาษาอีสานแปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว มีจำนวน 2 ลูก คือภูทอกใหญ่กับภูทอกน้อย ส่วนนักปฏิบัติธรรม นักแสวงบุญ และนักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถชมได้คือ ภูทอกน้อย เพราะภูทอกใหญ่จะอยู่ห่างไปมาก ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการ ขึ้นไปสู่ยอดภูทอก ไฮไลท์ของภูทอกคือ สะพานไม้อละบันไดที่สามารถดูทัศนียภาพของ ภูทอก ซึ่งใช้เพียงแรงงานสร้าง เวียนไปมา รอบภูทอก

ขั้นบันไดของภูทอก มีทั้งหมด7ชั้น แต่ละชั้นก็มีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไป อยากให้ท่านได้มาชม

บันได้ชั้นที่ 1-2 เป็นขั้นบันไดขึ้นไปสู่ชั้น3 ซึ่งชั้นที่3 จะเป็นสะพานเวียนรอบเขา สภาพด้านข้างก็จะเป็นสภาพป่าเขามืดครึ้ม มีโขดหินที่สวยงามมาก สิ้นสุดทางของชั้นที่ 3 จะมีทางแยก สองทาง ทางขวาเป็นทางขึ้นชั้นที่4 และทางซ้ายเป็นทางขึ้นชั้นที่5 แต่นักท่องเที่ยวไม่นิยมไปทางนั้นเพราะมันเป็นทางลาดชันมาก  ชั้นที่4 มีสะพานที่ลอยไต่เวียนรอบเขา เมื่อมองไปด่านล่างจะเห็นเป็นเดินเขาเตี้ยๆ สลับกันไป ผูคนเรียนกันว่า ดงขมพู ในทิศตะวันออกกับภูลังกา ของเขตอำเภอเซกา ซึ่งที่นั่นมีสภาพเป็นป่าดิบชื้น มีแม่น้ำลำธาร เหมาะนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่า ในพื้นที่นั้นมีสัตว์มากมายที่อาศัยอยู่ โดยเฉพาะฝูงกาที่มาอาศัยอยู่มากมาย ผู้คนจึงเรียกว่าภูรังกา ชั้นที่ 5 เป็นชั้นกลาง ซึ่งถือว่าเป็นชั้นที่สำคัญที่สุด เพราะมีศาลาขนาดใหญ่และมีพระพุทธรูป กุฏิพระอยู่ และที่สำคัญยังเป็นที่เก็บสังขารของพระอาจารย์จวน   กุลเชฏโฐ อีกด้วย ในพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่กว้างมาก มีบรรยากาศที่ร่มเย็นมาก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยาก สวดมนต์นั่งสมาธิปฏิบัติธรรม และในตลอดทางยังมีถ้ำ อีกมากมาย เช่น ถ้ำแก้ว ถ้ำเหล็กไหล ถ้ำฤาษี และมีที่ให้นักท่องเที่ยวได้พักความเหนื่อยล้า ระหว่างเดินทาง ถ้าท่านเกินทางไปด้านเหนือท่านจะเห็นสะพานหินธรรมชาติที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และถ้าท่านมองไปแนวภูทอกใหญ่ได้อย่างชัดเจน ชั่นที่6 ชั้นนี้จะเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมาก เพราะตลอดทางเดินทางจะเป็นหน้าผายื่นออกมา

โดยแต่ละจุดของหน้าผาจะมีชื่อที่แตกต่างกันออกไป เช่น ผาเทพนิมิต ผาเทพสถิต ผาหัวช้าง เป็นต้น และในช่วงฤดูหนาว ที่นี้จะมีทะเลหมอก ลอยอยู่บนยอดเขา ที่สวยงามมากเหมือนอยู่บนสวรรค์กันเลยทีเดียวครับ จากชั้นที่6 จนไปถึงขั้นที่7 จะเป็นสะพานไม้เวียนรอบเขายาว400เมตร  ชั้นที่7 ชั้นนี้จะมีบันไดพาดขึ้นมา เมื่อเกินผ่านบันไดจะพบกับทางแยก2ทางเพื่อขึ้นไปสู่บนดาดฟ้าของชั้นที่7 ชั้นดาดฟ้านี้เป็นพื้นที่มีป่าไม้ทึบธรรมชาติ มีเนื้อที่ประมาณ5 ไร่ เหมาะสําหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบที่การพิชิตเขาและชมธรรมชาติ และที่กล่าวมา ทั้งนี้อยากแนะนำให้ท่านได้มาเที่ยวชม ภูทอก ซึ่งมาวิวที่สวยงาม และยีงมีธรรมชาติที่งดงาม

การเดินทางไป ภูทอก จังหวัดบึงกาฬนั้น หากท่านใช้รถส่วนตัว ท่านสามารถมาที่ตัวเมืองหนองคายประมาณ 185 กิโลเมตร และขับมาทาง อำเภอศรีวิไล แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านบ้านสันทรายงาม เข้าสู่บ้านนาคำแคน จากนั้นจะถึง ภูทอก ท่านใดที่มีชอบในการพิชิตเขาชื่นชมธรรมชาติ และการสวดมนต์นั่งสมาธิ สถานที่นี้ตอบโจทย์ท่านชนได้ ที่นี้ ภูทอก

 

 

 

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก

ภูบ่อบิด จังหวัดเลย

ภูบ่อบิด จังหวัดเลย

ภูบ่อบิด จังหวัดเลย

 ภูบ่อบิดตั้งอยู่ใน ตำบลกุดป่อง อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย สถานที่นี้เป็นสถานที่นี่มีคนน้อย ที่แห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมือง 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามมาก และยังมีเส้นทางสำหรับเดินทางศึกษาธรรมชาติ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะขึ้นมาชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก และความสวยงามในทะเลหมอกในฤดูหนาว

  ภูบ่อบิด เป็นภูเขาที่สูงประมาณ 500-600 จากน้ำทะเล กันเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นมาชมสวยสวยงามของภูบ่อบิดได้ ท่านสามารถขึ้นมาได้2 ทาง คือใช้บริการรถอีแต๊ก หรือนำรถส่วนตัวของท่านไปเอง ทางขึ้นไปจุดชมวิวภูบ่อบิด ท่านสามารถเดินขึ้นไปทางบันไดเหล็กในระยะทาง 180 เมตร และอีกทั้งยังเป็นทางเดินเท้าตั้งแต่ตีนภู โดยช่วงทางแรกๆนั้นจะเป็นเป็นบันไดดิน แต่เมื่อท่านเดินขึ้รไปอีก20 เมตร ท่านจะได้พบกับศาล เจ้าปู่ภูบ่อบิด อยู่ทางซ้ายมือ แล้วถ้าท่านเดินเดินไปอีก 430เมตร ท่านจะได้พบกับถ้ำภูบ่อบิด แล้วในจุดนี้จะมีพระพุทธรูป ให้ท่านสามารถกราบสักการะได้ ที่นี้ยังเป็นที่พักเหนื่อยของนักท่องเที่ยวกับการเดินทางขึ้นไปยัง ภูบ่อบิด เมื่อท่านเดินขึ้นบันไดเหล็กไปอีก 180เมตร ท่านจะพบกับถ้ำลอด ซึ่งถ้ำลอดนี้เป็นถ้ำที่มีความลึกประมาณ 10 เมตร แล้วสิ่งที่ท่านรอค่อยก็มาถึง เมื่อท่านเกินขึ้นบันไดไปอีก 20 เมตร ก็จะถึงยอดของภูบ่อบิด รวมระยะทางที่ท่านเดินทาง 670 เมตร

บนยอดภูบ่อบิดนั้น มีบรรยากาศที่เย็นสบาย และเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวชมทิวทัศน์ บรรยากาศบนภูเขา ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ดี เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ เว้นวันหยุดจากการทำงาน ท่านยังสามารถขึ้นไปกราบสักการะ เจ้าปู่ภูบ่อบิดได้ ภูบ่อบิดนั้น ติดอันดับอยู่ใน 4 ใน7 ของโลก ที่เป็นจุดชมวิวที่ไกล้กับตัวเมืองที่สวยงาม ที่กล่าวมาทั้งนี้เราอยากแนะนำ สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในจังหวัดเลย ถ้าท่านชอบในการเที่ยวที่มีบรรยากาศดีๆ ชื่นชมทะเลหมอกสวยๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ดี ที่นี้สามารถตอบโจทย์ท่านได้

การเดินทาง ถ้าท่านสะดวกใช้รถส่วนตัว จากตัวเมืองเลย แล้วใช้ทางลาดยางสาย เลย-นาด้วง เลยปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ไปประมาณ 2 กิโลเมตร ระหว่างทางจะมีป้ายบอกอยู่ตลอด แต่ถ้าท่านสะดวกจะไปรถโดยสาร ท่านสามารถนั่งรถจากตัวเมืองเลย ไปยังจุดชมวิวภูบ่อบิดได้เลยครับ ถ้าท่านชอบชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่มีบรรยากาศดี มีทะเลหมอก เราน้ำแนะที่นี้เลยครับ ภูบ่อบิด จังหวัดเลย

 

 

 

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก

The Little Amazon ตะกั่วป่า

The Little Amazon ตะกั่วป่า

The Little Amazon ตะกั่วป่า

สำหรับในช่วงที่เราไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศได้ บางครั้งการที่ได้เดินทางเที่ยวทั่วไทยก็ทำให้เราเจอสิ่งดีๆจากที่นี่ได้เช่นกันนะคะ อย่างสถานที่ท่องเที่ยวที่เราจะมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกันในวันนี้นั่นก็คือ “The Little Amazon” นั่นเอง ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นป่ารกทึบที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก และดูคล้ายกับป่าอเมซอนในทวีอเมริกาใต้ยังไงยังงั้น ซึ่งความน่าสนใจของที่นี่ก็คือต้นไม้ที่มีรูปร่างแปลกตา ความหลากหลายทางชีวภาพที่เราจะได้เห็นสัตว์ป่ามากมาย นับได้ว่าที่นี่แหละคืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจ และคุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ที่ตั้งและประวัติความเป็นมา

สำหรับที่ The Little Amazon แห่งนี้แท้จริงแล้วนั้นเป็นป่ารกทึบที่ปกคลุมอยู่บริเวณโยรอบคลองสังเน่ห์ ในพื้นที่ตำบลบางนายสี อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา นั่นเอง และด้วยความที่ป่าไม้แถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ทำให้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ชาวบ้านในชุมชนคลองสังเน่ห์จึงได้ร่วมมือกันจัดทำเป็นธุรกิจท่องเที่ยวเล็กๆภายในชุมชน คือการล่องเรือนำเที่ยวไปตามคลองสังเน่ห์นั่นเอง

การเดินทาง

สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ The Little Amazon ตะกั่วป่า แห่งนี้ก็สามารถเดินทางมาได้ง่ายๆไม่ยาก โดยหากคุณขับรถมาเองก็สามารถมุ่งหน้ามาตามเส้นทางหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษมกันได้เลย จากนั้นก็ให้ปักหมุดไปที่ชุมชนคลองสังเน่ห์ ที่นี่เค้าจะมีจุดจอดรถให้บริการเป็นอย่างดีด้วยนะคะ

กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

– เมื่อคุณมาถึงที่ The Little Amazon ตะกั่วป่าเรียบร้อยแล้วคุณก็สามารถติดต่อกับชาวบ้านในบริเวณนั้นได้เลย เพราะว่าที่นี่จะมีการพายเรือนำเที่ยวไว้ให้บริการ โดยเรือแคนนู 1 ลำจะสามารถรองรับได้ทั้งหมด 3 คนรวมคนพาย ค่าบริการจะอยู่ที่ลำละ 500 บาท ใช้เวลาในการพายเที่ยวชมธรรมชาติอยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมง การพายก็จะล่องไปตามลำคลองสังเน่ห์เพื่อชมความสวยงามของธรรมชาติริม 2 ฝั่งคลอง การมาที่นี่คุณจะได้เห็นต้นไม้ที่มีอายุเก่าแก่มากมาย บางต้นมีอายุยาวนานเป็นร้อยปีเลยทีเดียว นอกจากนั้นคุณก็ยังจะมีโอกาสได้เจอสัตว์ป่ามากมายจากที่นี่ ทั้ง งู ลิง ปู ปลา นก และตะกวด ซึ่งมีมากมายในผืนป่าที่แสนจะอุดมสมบูรณ์แห่งนี้

– สำหรับใครที่ล่องเรือเสร็จแล้วยังคงอินกับความเป็นธรรมชาติของที่นี่อยู่ก็สามารถลงมาเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่อยู่ใกล้ๆได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางสั้นๆไม่กี่ร้อยเมตร ที่สร้างขนานกับลำคลองสังเน่ห์ ซึ่งคุณจะได้เห็นต้นไม้นานาชนิดได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงลิง และนกสายพันธุ์ต่างๆด้วยเช่นเดียวกัน

 

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก

บ้านม่อนแค้มปิ้ง กางเต็นท์ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ

บ้านม่อนแค้มปิ้ง กางเต็นท์ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ

บ้านม่อนแค้มปิ้ง กางเต็นท์ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ

หากใครที่ชื่นชอบการพักผ่อนแบบสบายๆชืลล์อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ประเทศไทยของเรานั้นมีสถานที่ต่างๆที่ตอบโจทย์กับทุกๆคนได้ดีเลยทีเดียว เพราะประเทศไทยของเรามีที่พักที่บรรยากาศดีอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็นชายทะเล ภูเขา หรือที่ต่างๆ ซึ่งในโซนภาคใต้ ก็มีที่พักสำหรับผักผ่อนหย่อนใจหลายที่เช่นเดียวกัน วันนี้เราจะมานำเสนอที่พักให้ทุกคนรู้จักหนึ่งที่เป็นอีกที่ที่เราได้ไปแล้วเกิดความประทับใจในหลายๆด้าน ที่แห่งนี้อยู่ทางภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีชื่อว่า บ้านม่อนแค้มปิ้ง

     บ้านม่อนแค้มปิ้ง อำเภอร่อนพิบูลย์ อีกหนึ่งที่พักเต็นท์แคมป์ปิ้งบรรยากาศดีเอามากๆเลยทีเดียว เหตุผลที่มีชื่อว่าบ้านม่อนแค้มปิ้งนั้นก็เพราะว่าดีไซน์สุดชิค น่ารักๆตะมุตะมิ ที่สายฮิป จะต้องชื่นชอบเพราะถูกตกแต่งที่พักเต็มไปด้วยตุ๊กตาโดราเอม่อน นั่นเอง จึงตั้งชื่อว่า บ้านม่อนแค้มปิ้ง ที่พักแห่งนี้แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ใน หมู่บ้านคีรีวง แต่ที่นี่ก็อากาศดีไม่แพ้กัน มีทั้งกระท่อมทรงเอ เต็นท์เบล ระเบียงริมน้ำแคมป์ปิ้ง

แต่ละแบบสามารถเข้าพักได้ตั้งแต่ 2-3 คน และบ้านครอบครัว ที่สามารถพักได้ทั้ง 6 คน และ 8 คน สิ่งอำนวยความสะดวกก็มีครบครัน รวมถึงเตาปิ้งย่างสำหรับคนที่ต้องการปิ้งย่างประกอบอาหารเองกันแบบเอ็นจอย สามารถลงเล่นน้ำลำธารฉ่ำๆ ได้เลย หรือหากใครอยากชมทะเลหมอกยามเช้า ที่นี่ก็มีบริการรถพาเที่ยวชมทะเลหมอกบนยอดเขารามโรมอีกด้วยเพราะเป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้กัน อากาศดีมากๆหนาวเย็นสบาย ในส่วนของห้องพักและการบริการของเจ้าของและพนักงานนั้นบริการเป็นอย่างดี โดยห้องนอนบ้านทรง A เหมาะที่จะนอน 2 คน มีความเล็กกระทัดรัด เหมาะกับการนอนกับคนรัก เพื่อรับกลิ่นอายของธรรมชาติยามค่ำคืน อย่างโรแมนติกเลยทีเดียว มีหน้าต่างเพื่อให้เปิดปิดดูบรรยากาศภายนอก ได้ตามใจชอบ มันฟินมากๆเลย

สิ่งอำนวยความสะดวก ในเต้นก็จะมีที่นอนหมอนผ้าห่มให้ และก็มีผ้าเช็ดตัวให้ด้วย นอกจากนี้ยังมีมุ้งกันยุงกัดเวลานอน เพราะนอนท่ามกลางต้นไม้น้อยใหญ่ความรู้สึกเหมือนไปเข้าค่าย แล้วพนักงานมีบริการแจกโลชั่นกันยุงให้ลูกค้าฟรีอีกด้วย ในส่วนของห้องน้ำจะเป็นห้องน้ำรวม แต่ไม่ต้องังวลเพราะมีเพียงพออย่างแน่นอน และก็สะอาดมีพนักงานคอยเช็ดถูทำความสะอาดอยู่ตลอด เพื่อให้ลูกค้าใช้บริการได้โดยไม่ต้องกังวลใดๆ ในส่วนของอาหาร อร่อยมากๆ มีอาหารตามสั่งและอาหารต่างๆที่เหมือนกับที่พักทั่วไปที่เขาบริการ อร่อยเด็ดเผ็ดเพราะเป็น ทหารใต้มาเที่ยวภาคใต้แนะนำให้ทานอาหารใต้จึงได้รับอรรรสในการมาเที่ยวอย่างเต็มที่ ในตอนเช้ามีขนมจีนน้ำแกงเคยปลาให้ลองทาน อร่อยเผ็ดมากๆ

ในส่วนของ การเดินทาง และ ที่จอดรถนั้นลำบากหน่อยเราะด้วยลักษณะทางทัศนียภาพที่อยู่ท่ามกลางป่าและหุบเขา ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับรถ แต่ก็มีพนักงานคอยอำนวยความสะดวกอยู่ สำหรับบ้านม่อนแค้มปิ้งนั้นเหมาะกับคนวัยรุ่นวัยทำงาน เพราะเป็นการได้มาพักผ่อนย่อยใจ คลายความทุกข์ความตึงเครียด แต่ถ้าหากเป็นผู้สูงอายุเราไม่แนะนำให้มาที่นี่ ด้วยความลาดชัน ที่ต้องเดินเพียงเล็กน้อย อันส่งผลอันตรายร้ายแรงได้ แต่ถ้าพูดถึงบรรยากาศกาศนั้นดีมากๆ 10/10 เลยทีเดียว พูดถึงก็อยากไปอีก ค่าใช้จ่าย ก็ไม่เเพงจนเกินไปเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณหนึ่งพันติดๆ งบหลักพันวิวหลักล้าน เงียบสงบเป็นส่วนตัว ห่างไกลจากมลพิษและ ความวุ่นวายจากเมืองกรุง น้ำเย็นสบายต้นไม้สีเขียวขจี อยู่แล้วมีความสุข

บ้านม่อนแค้มปิ้ง กางเต็นท์ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ

 

 

 

บ้านม่อนแค้มปิ้ง กางเต็นท์ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก

ฟาร์มสเตย์ โรงเรียนชาวนา @น่าน

ฟาร์มสเตย์ โรงเรียนชาวนา @น่าน

ฟาร์มสเตย์ โรงเรียนชาวนา @น่าน

     สำหรับใครที่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน อ่อนแรง และต้องการออกไปทีองเที่ยวต่างจังหวัดเพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ คลายเคลียด เติมพลังแห่งความสุขให้กับตนเองและคนรักแน่นอนว่าการท่องเที่ยวในสถานที่ที่มีบรรยากาศดีๆ สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากที่เราควรคำนึงหากไปท่องเที่ยวพักผ่อน่นก็คือหาที่พักสวยๆ พักผ่อนชาร์จพลังกันแล้วละก็ ขอแนะนำหนึ่งที่พักใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นและเป็นที่พักท่ามกลางธรรมชาติ น้องใหม่มาแรง ของจังหวัดน่าน นั่นก็คือ ฟาร์มสเตย์โรงเรียนชาวนา มีวิวท้องทุ่งนาให้มาสวยๆ กว้างขวางสุดลิบตาอยู่รอบๆห้องพัก เห็นทุ่งนาสีเขียวขจีโดนลมอ่อนๆต้นข้าวพลิ้วไหวไปตามสายลม มองแล้วสบายหูสบายตาและสบายใจขึ้นอย่างมากๆเลยทีเดียว พร้อมกับการสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริงสูดโอโซนได้อย่างเต็มปอด

 

     เป็นสถานที่ในบรรดาเหล่าที่พักที่น้ามาพักผ่อนที่สุดอีกที่หนึ่งซึ่งอยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสกับบรรยากาศของที่นี่ดู ท่องเที่ยวเมืองไทย ไปให้รอบแล้วจะเห็นความแตกต่างที่ลงตัวเพิ่มมากขึ้น ไปพบเจอกับโลกของธรรมชาติ ภายนอก ที่กว้างขวางกว่าเก่า ใครบ้าง ที่ไม่อยากไป สำหรับ ฟาร์มสเตย์โรงเรียนชาวนา นั้นเหมาะกับผู้พักอาศัยทุกเพศทุกวัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุหากได้เห็นบรรยากาศแล้วท้องทุ่งนาแบบนี้ จะทำให้นึกถึงครั้งสมัยยังเป็นเด็กเล็กำลังวิ่งเล่นกับเพื่อนๆพี่น้องอยู่ที่ท้องทุ่งนา หากนึกถึงเรื่องราวเหล่านี้รับรองต้องยิ้มชื่นบานขึ้นมาทันที ลูกๆก็พลอยมีความสุขไปด้วย

นอกจากนี้ฟาร์มสเตย์โรงเนียนชาวนา จองจังหวัดน่านนั้นไม่ใช่เป็นเฉพาะที่พักที่มีอากาศและธรรมชาติรอบๆดีอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวนา การทำนา และความเป็นอยู่ของพวกเขาตั้งแต่อดีตจรถึงปัจจุบัน นับว่าได้ทั้งการพักผ่อนและความรู้ประกับสมองจิตใจไปเลทีเดียว นอกจากนี้ยังมี กิจกรรมต่างๆที่สนุกให้ทำทำอีกมากมายเลยทีเดียว ซึ่งไม่แค่นั้นนะ นอกจากที่พักจะอยู่กลางท้องทุ่งนาแล้ว หากใครที่ชื่นชอบกับอะไรที่แตกต่าง ที่นี่ยังมีที่พักให้เลือกเป็น้องแบบอื่นๆอีกด้วยโดยห้องพักของโรงเรียนชาวนา มี 4 แบบด้วยกัน (มีเพียงอย่างละหลังเท่านั้น) คือกระโจมหิ่งห้อย

บ้านดูดาว บ้านไม้ไทลื้อ เรือนรจนา เป็นห้องพักที่มีบรรยากาศและให้อรรถรสในการพักที่แตกต่างกันออกไป แต่ละห้องก็จะมีความพิเศษอยู่ในตัว แต่ไม่ว่าจะเลือกพักห้องแบบใดก็ไม่ผิดหวังแน่นอน มาให้ครบ 4ครั้ง จะได้ชมกับบรรยากาศให้ครบ นอกจาก โรงเรียนชาวนา จะเปิดให้บริการที่พักแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจ ให้ได้เรียนรู้กันอีกด้วยค่ะ เช่น เรียนรู้การทำนา ร่วมกับเด็กๆ ตั้งแต่ ไถนา ดำนา เกี่ยวข้าว ฟาดข้าว และปลูกผักปลอดสารพิษ เป็นต้น สำหรับราคาของห้องพักนั้นก็ถือว่าถูกเอามากๆงบน้อยสามารถมาพักได้ไม่ต้องกังวลใดๆทั้งสิ้น ในส่วนของการบริการของพนักงานงาน พนักงานแต่ละคนรวมถึงเจ้าของฟาร์มสเตย์โรงเรียนชาวนาแห่งนี้ให้การต้อนรับและดูแลพนักงานได้เป็นอย่างดี ขาดคกบกพร่องอะไรสามารถสอบถามได้ทุกเรื่อง มีการบริการที่น่าประทับใจและเป็นมิตรอีกทั้งยังให้ความรู้เกี่ยวกับต้นข้าว การทำนา อาชีพชาวนา และวิถีชีวิตที่เราไม่เคยได้พบเจอได้เป็นอย่างดี สำหรับการเดินทางมาพักที่นี่นั้นก็ไม่ลำบาก สามารถขับรถมาตามเส้นทางได้อย่างสะดวกสบาย สอบถามชาวบ้านระอวกใกล้คียงได้ โดย โรงเรียนชาวนาตั้งอยู่ที่ ตำบลศิลาเพชร 225 หมู่1 บ้านนาคำ .ศิลาเพชร .ปัว .น่าน 55120

ฟาร์มสเตย์ โรงเรียนชาวนา @น่าน

 

ฟาร์มสเตย์ โรงเรียนชาวนา @น่าน

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก

เที่ยวสันป่าเกี๊ยะ ดอยตะมาน เชียงใหม่

เที่ยวสันป่าเกี๊ยะ ดอยตะมาน เชียงใหม่

เที่ยวสันป่าเกี๊ยะ ดอยตะมาน เชียงใหม่

หากใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ ที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก และถือว่าเป็นแหล่งที่เที่ยวลับแบบ exclusive สามารถสัมผัสบรรยากาศความงดงามของ ธรรมชาติป่าไม้ ทิวเขาต่าง ๆ ได้อย่างเป็นส่วนตัวแล้วล่ะก็ สันป่าเกี๊ยะ คือคำตอบ กับสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะที่สุดสำหรับการเดินทางไปในช่วงฤดูหนาว ปลายปีเช่นนี้ ด้วยความสูงของ พื้นที่ท่องเที่ยว สันป่าเกี๊ยะ ดอยตะมาน จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้เวลานักท่องเที่ยวเดินทางไปถึง จะได้รับอากาศบริสุทธิ์อันเย็นฉ่ำ พร้อมม่านหมอกที่สวยงามในยามเช้านั่นเอง

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว สันป่าเกี๊ยะ แท้จริงแล้วมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ดอยตะมาน ตั้งอยู่ในอำเภอ เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของหน่วยงานมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นพื้นที่สูงบนภูเขาที่สามารถมองเห็นถึงทัศนียภาพของ ดอยตะมาน ได้แบบ 360 องศา สามารถเห็นทิวเขาอันสวยงาม ตั้งเด่ดเป็นสง่าขนาดใหญ่ ที่ในยามเช้าจะถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกอันงดงาม มาพร้อมอากาศบริสุทธิ์ กับพื้นที่ที่เงียบสงบ เหมาะกับการมาเที่ยวแบบ พักผ่อน ตากอากาศอย่างแท้จริง และหากใครที่เดินทางมาในช่วงฤดูหนาวแล้วล่ะก็ คุณอาจได้พบกับดอกซากุระเมืองไทย อย่างดอกพญาเสือโคร่ง สีชมพูอ่อนหวานเบ่งบานเต็มทั่วพื้นที่ได้อีกด้วย เพิ่มบรรยากาศความโรแมนติกแสนอบอุ่นใจไปอีกหนึ่งเท่าตัว

ซึ่งภายในพื้นที่ของบริเวณ สันป่าเกี๊ยะ นั้นจะมีเหล่าสวนแปลงพืชไม้เมืองหนาวหลากหลายสายพันธ์ ให้เหล่านักท่องเที่ยวได้ รับชมความงาม หรือถ่ายรูปเก็บความงดงามไว้ตลอดไปได้เช่นกัน แต่หากนักท่องเที่ยวที่ต้องกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม หรือร้านอาหาร คาเฟ่สวย ๆ ไว้ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลแล้วล่ะก็ ต้องบอกเลยว่า แหล่งท่องเที่ยวอย่าง สันป่าเกี๊ยะ นั้นไม่มีใหบริการในตอนนี้ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ที่เน้นคงอนุรักษณ์ความงามตามแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง อยากให้นักท่องเที่ยวได้มากางเต้นท์สัมผัสบรรยากาศจากธรรมชาติแท้ ๆ ที่ไม่สามารถรับชมความงามเช่นนี้ได้จากที่อื่นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ภายในพื้นที่ สันป่าเกี๊ยะ ยังมีให้บริการบ้านพัก แบบ 1 หลัง พักได้ 5-6 คน ในราคา 1000 บาท หรือจะพักเป็นห้องพักในราคา 500 บาท แต่หากใครที่ต้องการรัยชมความงามจากธรรมชาติแบบใกล้ชิด ก็สามารถตั้งแคมป์เก๋ ๆ ไปกับการกางเต็นท์ส่วนตัวก็ได้เช่นกัน หรือจะเช่าจากพื้นที่ในราคา 100 บาท ก็มีให้บริการเช่นเดียวกัน

และสำหรับการเดินทางไปยัง สันป่าเกี๊ยะ นั้นต้องบอกก่อนว่ามีความลำบากพอสมควร เพราะยังเป็นพื้นที่ตามแหล่งธรรมชาติของจริง หากมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวควรเป็นรถกระบะยกสูง 4×4 เท่านั้น หรือจะเดินทางโดยรถโดยสาร และติดต่อกับแหล่งที่พัก หรือเจ้าหน้าที่ให้นำรถกระบะยกสูง มารับขึ้นไปนั่นเอง หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 086-191-6149 สำหรับสอบถามเส้นทาง และเบอร์ 053-222-014 สำหรับติดต่อบ้านพัก หรือหากใครสนใจการกางเต็นท์ในพื้นที่ ติดต่อสอบถามได้ที่ 083-321-3300

 

เที่ยวสันป่าเกี๊ยะ ดอยตะมาน เชียงใหม่

 

 

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก

อ่างเก็บน้ำวังบอน จังหวัดนครนายก

อ่างเก็บน้ำวังบอน จังหวัดนครนายก

อ่างเก็บน้ำวังบอน จังหวัดนครนายก

หากใครที่กำลังมองหาสถานที่สวยๆ แบบใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ว่ามีเวลาในช่วงวันหยุดไม่มากนัก และไม่อยากจะขับรถไกลๆแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณมาออกทริปเที่ยวง่ายๆในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบสบายๆกันที่ “อ่างเก็บน้ำวังบอน” กันได้เลยค่ะ เพราะหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังหวนหาความสุขสงบท่ามกลางธรรมชาติ คุณก็สามารถขับรถมาเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก็จะมาถึงที่นี่เเล้ว สถานที่ที่โอบล้อมไปด้วยภูเขา ป่าไม้ แล้วอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เพิ่มความเย็นฉ่ำชื่นใจให้คุณได้อีก เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่กางเต็นท์ในจังหวัดนครนายกที่คุณไม่ควรพลาด เพราะทั้งความสวยงาม ความชิลล์ และกิจกรรมสนุกๆได้รอคุณอยู่ที่นี่แล้ว อย่ารอช้ารีบหาวันว่างแล้วมาออกทริปกันเลยดีกว่า

ข้อมูลสถานที่กางเต็นท์

ที่อ่างเก็บน้ำวังบอนแห่งนี้ เป็นสถานที่กางเต็นท์ที่อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งที่นี่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดกางเต็นท์ที่คุณจะไปมาออกทริปแคมป์ปิ้งท่ามกลางธรรมชาติ มองไปทางไหนก็จะได้เห็นแต่สีเขียวขจีของภูเขา ทุ่งหญ้า และป่าไม้ เสริมทัพความสนุกด้วยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีกิจกรรมให้คุณได้ทำมากมาย ทั้งการพายเรือคายัคเที่ยวชมธรรมชาติ การปั่นจักรยานชมทัศนียภาพโดยรอบ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของที่นี่ก็มีครบครัน ทั้งจุดชาร์จแบต ร้านค้าสวัสดิการ ร้านอาหาร ห้องอาบน้ำ ห้องสุขา ส่วนค่าบริการก็แสนจะย่อมเยาว์ตามสไตล์อุทยานแห่งชาติ หากคุณนำเต็นท์มาเองก็เสียเพียงแค่ค่ากางเต็นท์ท่านละ 50 บาท หรือหากคุณอยากจะเช่าเต็นท์ของทางอุทยานก็อยู่ที่ 350 บาทเท่านั้นเองนะคะ หรือหากคุณต้องการที่จะติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถโทรมาได้ที่หมายเลข : 061 646 5740

การเดินทาง

สำหรับท่านที่ต้องการจะเดินทางมาเที่ยวแคมป์ปิ้งที่อ่างเก็บน้ำวังบอนแห่งนี้ คุณสามารถขับรถออกจากกรุงเทพฯโดยใช้เส้นทางหมายเลข 33 รังสิต-นครนายกกันได้เลย จากนั้นก็ขับตรงมาเรื่อยๆ และเปลี่ยนมาใช้เส้นทางหมายเลข 4005 ซึ่งเป็นเส้นที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัดนครนายก และจังหวัดนครราชสีมา นั่นเอง

 

ที่ตั้ง อ่างเก็บน้ำวังบอนแห่งนี้จะตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก

กิจกรรมที่น่าสนใจ

ที่อ่างเก็บน้ำวังบอนแห่งนี้ถือว่ามีกิจกรรมมากมายให้คุณได้ทำค่ะ ทั้งการพายเรือเที่ยวชมความสวยงามของอ่างเก็บน้ำที่อยู่ติดกับลานกางเต็นท์ หรือคุณจะเช่าจักรยานปั่นเที่ยวชมบริเวณโดยรอบอ่างเก็บน้ำก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะว่ามรทัศนียภาพที่แสนสวยงามและอุมสมบูรณืของธรรมชาติ ขุนเขา ป่าไม้ ส่วนอีกหนึ่งสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดเลยนั่นก็คือการชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกจากอ่างเก็บน้ำค่ะ เพราะบอกเลยว่าสวยงามไม่แพ้ใครเลยจริงๆ

 

 

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก

สวนลุงโชย ตำบลสาริกา นครนายก

สวนลุงโชย ตำบลสาริกา นครนายก

สวนลุงโชย ตำบลสาริกา นครนายก

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนนึงที่ชอบธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความสงบสุขเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณลองพาตัวเองออกจากกรุงเทพฯ เพื่อมาสัมผัสอากาศที่แสนบริสุทธิ์กันที่นี่เลย “สวนลุงโชย”  จังหวัดนครนายก  เพราะว่าที่นี่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ทำให้มีนักท่องเที่ยวสายแคมป์มากมายจากในเมืองกรุงต่างพากันมุ่งหน้ามาที่นี่ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อมานอนภายใต้อ้อมกอดของขุนเขา ป่าไม้ ลำธาร และสายหมอก ซึ่งนับว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดกางเต็นท์ในฝันของสายแคมป์ปิ้งเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งสถานที่ บรรยากาศ สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ถือว่าทุกอย่างนั้นเป็นใจแบบสุดๆเลยทีเดียว และถ้าคุณเป็นคนนึงที่สนใจอยากจะมาออกทริปที่นี่กันแล้วล่ะก็ เตรียมแพคกระเป๋าแล้วมาที่นี่ได้เลย

ข้อมูลสถานที่กางเต็นท์

ที่สวนลุงโชยเเห่งนี้เป็นสถานที่กางเต็นท์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะด้วยปัจจัยของสถานที่ที่ถือว่าเป็นใจเป็นอย่างมาก ทั้งลานหญ้ากว้างที่มีต้นไม้ใหญ่มากมายคอยให้ร่มเงาเหมาะสำคัญการมากางเต็นท์แคมป์ปิ้ง หรือคุณจะกางเต็นท์ที่ริมลำธารก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจากจุดกางเต็นท์คุณก็สามารถมองเห็นภูเขาและสสายหมอกได้ด้วยเช่นเดียวกันซึ่งถือว่ามีทัศนีภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก ที่วสวนลุงโชยแห่งนี้นอกจากจะเปิดเป็นสถานที่กางเต็นท์แล้วก็ยัง เป็นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเล่นน้ำแบบไป เช้า-เย็น กลับได้อีกด้วย สำหรับสิ่งอวยนวยความสะดวกสบายที่นี่จะมี ห่วงยางให้เช่า ร้านค้า ร้านอาหาร ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ไฟฟ้าคอยให้บริการ หากคุณสนใจที่จะมาออกทริปกันที่นี่ก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข : 081 985 6734

การเดินทาง

หากคุณต้องการที่จะเดินทางมาที่สวนลุงโชยแห่งนี้คุณสามารถขับรถออกจากกรุงเทพฯได้ง่ายๆ โดยใช้เวลาเพียงแค่ ชั่วโมงเศษๆเท่านั้น โดยการมุ่งหน้ามาตามเส้นทางสาย รังสิต-นครนายก เส้นทางหมายเลข 33 จากนั้นคุณสามารถเปลี่ยนมาใช้เส้นทางหมายเลข 3049 เพื่อตรงมายังที่สวนลุงโชยกันได้เลย

ที่ตั้ง

ที่สวนลุงโชยแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

ข้อมูลสถานที่กางเต็นท์

สำหรับใครที่ต้องการจะเดินทางมาที่สวนลุงโชยแห่งนี้คุณสามารถมาชมบรรยากาศสวยๆของธรรมชาติกันได้เลย เพราะจากที่จุดกางเต็นท์คุณสามารถมองเห็นป่าไม้ ภูเขา และในช่วงเช้าคุณจะมีโอกาสได้เห็นสายหมอกจางๆที่ลอยอยู่บนยอดเขากันอีกด้วย ส่วนไฮไลท์สำคัญของที่นี่เลยนั่นก็คือ ธารน้ำจากน้ำตกสาริกา ที่มีน้ำที่ใสสะอาด ให้คุณสามารถมาเอาเท้าแช่น้ำ หรือลงเล่นน้ำคลายร้อน ได้เลยเช่นเดียวกัน และถ้าคุณอยากจะชิลล์ก็สามารถเช่าห่วงยางแล้วล่องตามลำน้ำไปได้เลย

 

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก

สวนคัยวะ บ้านนา นครนายก

สวนคัยวะ บ้านนา นครนายก

สวนคัยวะ บ้านนา นครนายก

ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดกางเต็นท์ในจังหวัดนครนายกที่เชื่อว่าหลายๆน่าจะรู้จัก และเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามกันมาบ้างพอสมควร ด้วยความที่ “สวนคัยวะ” แห่งนี้เพราะพื้นที่ของเอกชนและได้เปิดเป็นสถานที่กางเต็นท์พักผ่อนหย่อนใจด้วยทำเลที่ดี และสภาพแวดล้อมโดยรอบที่แสนจะสวยงาม มีทั้งป่าไม้ ลานหญ้า ลำธาร และน้ำตก ซึ่งรับรองได้เลยว่าคุณจะมีวันหยุดพักผ่อนที่แสนจะมีความสุขสนุกสนานกันอย่างแน่นอน อีกอย่างที่นี่ก็ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบถ้วนเหมาะกับชาวแคมป์เป็นอย่างมาก ที่สำคัญที่นี่ก็ยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯอีกด้วยนะคะ ใช้เวลาขับรถเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าจะมาเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์สั้นๆก็ได้ หรือจะมาเที่ยวเพลินๆในช่วงวันหยุดยาวก็ดี

 

 

ข้อมูลสถานที่กางเต็นท์

ที่สวนคัยวะเเห่งนี้เป็นสถานที่กางเต็นท์ที่มีลานหญ้ากว้างขวาง มีต้นไม้ใหญ่มากมายที่คอยให้ร่มเงา เหมาะมากๆสำหรับการมาออกทริปแคมป์ปิ้ง หรือใครที่ไม่อยากจะนอนกางเต็นท์ก็สามารถมานอนที่บังกะโลก็ได้เช่นเดียวกัน และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือ บรรยากาศใจกลางธรรมชาติที่แสนสวยงาม เพราะมีทั้งวิวภูเขา ป่าไม้ ลำธารที่ไหลผ่าน และน้ำตกเล็กๆไหลเย็นชื่นใจให้คุณได้มานอนแช่เล่นน้ำคลายร้อนกันได้อีกด้วย ที่สำคัญน้ำที่นี่เป็นสีฟ้าใสเล่นได้แบบฟินๆกันเลยทีเดียว ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกสบายก็มีครบถ้วนทั้ง ไฟฟ้า ร้านค้า ร้านอาหาร ห้องน้ำ ห้องสุขา อุปกรณ์การกางเต็นให้เช่า ซึ่งอัตราค่าบริการก็จะอยู่ที่ท่านละ 100 บาท ใครที่อยากนอนบังกะโลก็จะตกคืนละ 600 บาท นอนได้ถึง 2-3 คนเลยทีเดียว และหากใครสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือโทรจองก่อนล่วงหน้าได้ที่หมายเลข : 098 441 4662 ได้เลยนะคะ

การเดินทาง

สำหรับการเดินทางมาที่สวนคัยวะแห่งนี้ก็สามารถมาได้ง่ายๆ โดยคุณสามารถขับรถออกจากกรุงเทพฯโดยการใช้เส้นทางสาย รังสิต-นครนายก เส้นทางหมายเลข 33 ตรงมายังอำเภอบ้านนาจากนั้นให้คุณเปลี่ยนไปใช้เส้นทางหมายเลข  2003  เพื่อตรงเข้าสู่ตำบลศรีกะอาง จากนั้นให้คุณเลี้ยวขวาเข้าไปทางที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตรงไปตามทางเรื่อยๆ ก็จะพบกับ “สวนคัยวะ” ได้แล้วค่ะ

ที่ตั้ง  ที่จุดกางเต็นท์สวนคัยวะแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก

 

 

กิจกรรมที่น่าสนใจ

สำหรับกิจกรรมของที่นี่นักท่องเที่ยวจะนิยมมาเล่นน้ำกับที่ลำธารและน้ำตก เพราะที่นี่มีน้ำที่ใสและเย็นชื่นใจให้คุณมาคลายร้อนได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นก็ยังมีแคร่ไม้ไผ่ ซุ้มไม้ไผ่ให้คุณได้มานั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจกันอีกด้วย ส่วนวิวทิวทัศน์โดยรอบบริเวณจุดกางเต็นท์ก็สวยงามไม่แพ้ใครคุณสามารถมาเดินเล่น ชมบรรยากาศและถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันได้เลย

 

 

# เที่ยวทั่วไทย

# เที่ยวทั่วโลก