จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

 

ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว หรือดอยเชียงดาว มีความสูง 2,225 เมตร เป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากดอยอินทนนท์ที่ความสูง 2,565 เมตร และดอยฟ้าห่มปกที่ 2,288 เมตร ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว อยู่ทางทิศเหนือของเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางหลวงสายเชียงใหม่-ฝางประมาณหลักกิโลเมตรที่ 72  หากผ่านไปตามเส้นทางดังกล่าวจะสังเกตเห็นเทือกเขาสูงชันทางด้านซ้ายมือนั่นล่ะคือ ดอยหลวงเชียงดาว เมื่อถึงยอดดอยหลวงเชียงดาว จะพบกับอีก 2 ดอยอยู่เบื้องหน้า นั่นคือ ดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิด ที่มีทัศนียภาพสวยงามราวกับภาพวาด

 

 

 

จังหวัดเชียงราย

ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

สถานที่ชมทะเลหมอกยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองไทย นั่นคือ ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขา ดอยผาหม่น ติดชายแดนไทยลาว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเบตป่าสงวนแห่งชาติ ทิวทัศน์ของภูเขาเล็กใหญ่สลับไปมา บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” จุดที่สูงสุดของภูชี้ฟ้าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,200 ถึง 1,628 เมตร เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง แขวงไชยบุรี ประเทศลาว เป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยจุดชมวิวจะอยู่บริเวณแนวชะง่อนหน้าผาหลักของภู สามารถเริ่มชมทะเลหมอกกันได้ตั้งแต่ช่วงฤดูฝนไปจนตลอดฤดูหนาว ภูชี้ฟ้า และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม ก็จะเป็นช่วงชม “ดอกเสี้ยว” หรือ “ดอกชงโคป่า” ที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณภูแห่งนี้ เมื่อชมทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้าในตอนเช้าแล้ว ในช่วงบ่ายสามารถรับชมทัศนียภาพของแม่น้ำโขงกับพรมแดนไทย-บาว และป่าเขียวขจีได้ที่ ดอยผาตั้ง อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าไปประมาณ 24 กิโลเมตร หรือสามารถเดินทางไปที่ภูชี้ดาวอยู่ระหว่างภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง เป็นอีกหนึ่งจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม และภูชี้เดือรสามารถเดินเท้าจากภูชี้ดาสได้เพียงไม่ถึงชั่วโมงเหมาะสำหรับการกางเตนท์และพักแรม

ที่ตั้ง : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทาง เชียงราย-เทิง และเทิงปางค่า จานั้นจะเป็นถนนลูกรังจะถึงภูชี้ฟ้า หรือจากสถานีขนส่งเชียงรายเดินทางด้วยรถโดยสาร

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

ดอยแม่ตะมาน สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ จังหวัดเชียงใหม่

ดอยแม่ตะมาน หรือสันป่าเกี๊ยะ ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จากยอดดอยแม่ตะมานสามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงข้ามกัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงาม ทะเลหมอกสีขาว และลมนาวพัดปลิวตามลม นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมากางเต็นท์ เพื่อรอชมทะเลหมอกตอนพระอาทิตย์ขึ้น  กลางคืนจะเห็นดาวเต็มท้องฟ้า นอกจากนี้เรายังสามารถชมความงามของดอกพญาเสือโครง ในมุมมองที่สวยงามในอีกแบบ ซึ่งจะผลิบาน เต็มที่ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม มีอีกหนึ่งจุดที่สวยงามคือ หน่วยจัดการน้ำแม่ตะมาน ห่างจากสถานีเกษตรฯประมาณ 600 เมตร ที่นี่มีบ้านพักและจุดกางเตนท์เช่นเดียวกับาสถานีเกษตรฯ และยังเป็นจุดขมพระอาทิตย์ขึ้นอีกด้วย

การเดินทาง :การเดินทางค่อนข้างลำบากเพราะทางเป็นทางลูกรังเป็นหลุ่มบ่อ สามารถใช้บริการรถรับจ้างของคนในพื้นที่เดินทางเข้าไปได้

 

 

ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวที่ครั้งนึงต้องหาโอกาสมาเดินทางมาท่องเที่ยวสักครั้ง ดอยอ่างขขางมีอากาศเย็นสบาย สามารถขมแปลงดอกไม้และพืชผักเมืองหนาวที่สวยงาม หรือรอชมประพาทิตย์ขึ้นนและทะเลหมอก สามารถสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทยภูเขา ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง”

เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่าก่อน ดอยอ่างขางมีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 17 องศาเซลเซียส สามารถไปเที่ยวดอยอ่างขางได้ตลอดทั้งปี ในช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงหน้าร้อนแต่อากาศไม่ร้อนจัด ส่วนดอยอ่างขางหน้าฝนถือเป็นช่วงโลว์แต่ก็ไม่หนาวมากและได้ชมหมอกสวย ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมเป็นช่วงไฮซีซั่นของที่นี่ เพราะมีอากาศหนาวและนักท่องเที่ยวนิยมไปดูปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็ง

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)
จังหวัดเชียงใหม่

กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่

กิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและจุกชมวิวที่สวยงามของเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจากระดับน้ำ สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้แบบ3  360 องศา อีกทั้งที่สันเขานี้จะมี ต้นกุหลาบพันปี สีแดงสด ออกดอกให้ชมความงามกันด้วย เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินั้นมีระยะทางการเดินอยู่ประมาณ 3 กืโลเมตร แม้เส้นทางของกิ่วแม่ปานจะเดินไม่ยาก และมีนัดท่องเที่ยวเดินอยู่ตลอด แต่ต้องใช้บริการไกด์ท้องถิ่นเพื่อนำทางแนะนำจุดท่องเที่ยวและเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

การเดินทาง : จากตังเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 ถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามถนนสายอิทนนท์

 

 

ห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่

อุทยานฯ แห่งนี้มีชื่อเสียงในการเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว ที่นี่ครอบคลุมท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยตั้งอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัย รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อนที่ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลำธารและมีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมีหลายแห่งด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว ทั้งยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับความงามอันน่ามหัศจรรย์ของทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้ นอกจากนี้ ในช่วงปลายฤดูหนาวจะสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสวยงามหรือห้วยน้ำรู หรือ ดอยสามหมื่น ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว ซึ่งมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ ทัศนียภาพสวยงาม ชมการปลูกกาแฟอาราบิกาและไม้ผลเมืองหนาว

 

 

# Hug Collection เชียงใหม่

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรืออีกชื่อที่คนในพื้นที่เรียกกันก็คือวัดเรืองแสง มีถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยลักษณะพื้นที่ตั้งของวัดเรืองแสงนั้นจะเป็นเนินเขาในอยู่ในอำเภอสิรินธร ความพิเศษคือคนสร้างได้มีการจำลองให้สภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นเหมือนวัดป่าหิมพานต์หรือภูเขาไกรลาศตามนิยายในพระพุทธศาสนา โดยบริเวณด้านบนของยอดเขา ท่านจะได้เห็นถึงความสวยงามของพระอุโบสถสีปัดทองเงางามตั้งเด่นดูมีสง่าราศี ในส่วนของด้านหลังพระอุโบสถนั้นจะเป็นงานจิตรกรรมเรืองแสงที่ส่องประกายออกมาเป็นสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ ต้องบอกเลยจริงๆ ว่าสวยงามแบบสุดๆ เลยทีเดียว

แค่นั้นยังไม่พอถ้าคุณได้เห็นวิวทิวทัศน์ด้านหลังของพระอุโบสถจะต้องบอกว่า Unseen เป็นอย่างมาก เนื่องจากจะอยู่ติดกับแม่น้ำโขงมองเห็น สปป.ลาว และด่านสากลช่องแม็กรวมถึงอ่างเก็บน้ำที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในทะเลสาบ เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวและชาวพุทธศาสนิกชนต่างให้ความสนใจกันมากเลยทีเดียว เป็นจุดที่เหมาะสำหรับดูพระอาทิตย์ตกดินเป็นอย่างมาก ด้วยแสงอำไพที่สาดส่องลงมาสะท้อนกับผิวน้ำต้องบอกเลยว่าสวยมากเลยล่ะ วัดเรืองแสงหรือวัดภูพร้าวนั้นถูกออกแบบโดยช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)

การเดินทางมายังวัดสิรินธรวราราม

ถ้าเริ่มต้นจากตัวจังหวัดอุบลราชธานีให้ขับรถมาทางด่านช่องเม็ก มาทางเขื่อนสิรินธร สังเกตุทางซ้ายมือไว้จะเห็นป้ายทางเข้าก่อนถึงด่านราวๆ 2 กิโลเมตร สำหรับที่ตั้งของ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อยู่ที่ ตำบล ช่องเม็ก อำเภอ สิรินธร อุบลราชธานี 34350

 

 

# วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

อัพวา จังหวัดสมุทรสาคร

อัพวา จังหวัดสมุทรสาคร

อัพวา จังหวัดสมุทรสาคร

อัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ สำหรับใครที่อยากจะพักผ่อนในช่วงวันหยุดแต่อาจจะมีเวลาไม่มากพอ เราขอแนะนำอัพวา เพราะคุณสามารถที่จะพักผ่อนได้แบบเต็มที่ครบรสภายใน 1 วัน เท่านั้น สำหรับวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาทำความรู้จักอัพวาให้มากขึ้นว่ามีจุดเช็คอินที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ

 

 

วัดเพชรสมุทรวรมหาวิหาร

เริ่มต้นกันเลยที่วัดเพชรสมุทรวรมหาวิหาร มากราบหลวงพ่อบ้านแหลมเพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ชาวอัพวาต่างให้ความเคารพบูชากันเป็นอย่างมาก

 

 

เพลินวิวชิวพุง

เป็นร้านอาหารที่ให้ความรู้สึกชิวสมกับชื่อเลยทีเดียว กับบรรยากาศร่มรื่นเหมือนกับเรากำลังนั่งอยู่ในสวนจริงๆ โดยทางร้านจะจัดไว้ 3 โซนด้วยกัน มีที่นั่งจัดไว้ใกล้กับริมคลองขนาดเล็ก สามารถให้อาหารปลาได้อีกด้วย

 

 

พิพิธภัณฑ์ขนมไทย  อุทยานร 2

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด เนื่องจากจะมีการจำลองขนมหวานในสมัยก่อนของไทยมากมาย รวมไปถึงเครื่องเบญจรงค์ ต่างๆ มากมาย รวมถึงหุ่นขี้ผึ้งของผู้คนในยุคสมัยนั้น

 

 

ตลาดน้ำอัมพวา

ถ้ามาเยือนอัมพวาแล้วไม่ได้มาตลาดน้ำ เท่ากับว่าคุณมาไม่ถึง โดยตลาดจะเปิดขายกันในวันศุกร์ , เสาร์ , อาทิตย์ มีร้านค้ามากมายที่น่าสนใจ มีคลองตรงกลางตลาดและชาวบ้านจะพายเรือไปมาเพื่อขายสินค้าเหมือนกับเราได้ย้อนยุคกันจริงๆ เลยล่ะ

การเดินทางมายังอัพวา

สามารถเดินทางมาเที่ยวอัพวาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสาร โดยมายังอำเภออัพวา จังหวัดสมุทรสาคร คุณก็จะได้ครบทุกรสชาติความสุขกลับไปแล้วล่ะ

 

 

คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เราจะพาลงใต้ไปเที่ยวที่หาดใหญ่กัน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เรียกได้ว่าเป็นอำเภอที่เป็นแหล่งการค้าที่ใหญ่ที่สุดทางภาคใต้ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศเดินทางมาเยือนกันทั้งปี โดยเฉพาะเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย  เราลองไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนน่าสนใจกันบ้าง

 

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่

ต้องยอกเลยว่าไม่ได้เป็นแค่สวนสาธารณะธรรมดาทั่วไป เนื่องจากสวนแห่งนี้มีขนาดที่ใหญ่กว่า 914 ไร่ มีความร่มรื่นจากต้นไม้หลายสายพันธ์มากมาย มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนจุดสูงสุดอย่างยอดเขาคอหงส์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะบูชา เท่านั้นยังไม่พอ เพราะคุณสามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชมทั่วเมืองหาดใหญ่ได้อีกต่างหาก และบริเวณเดียวกันยังมีเมืองน้ำแข็งที่มีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นลักษณะต่างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เมืองนอกด้วยความเย็นถึง -15 องศาเลยทีเดียว

 

 

เกาะยอ หาดใหญ่

เกาะยอ หาดใหญ่จะเป็นสถานที่ที่เป็นเกาะ โดยคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่หายากจากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นวิถีการทำประมงพื้นบ้าน การทำเกษตรกรรมมากมาย เช่นการปลูกจำปาดะหรือทุเรียน คุณยังสามารถปั่นจักรยานเที่ยวชมการทอผ้าในพื้นที่รวมไปถึง ฟาร์มเลี้ยงปลา

 

 

น้ำตกโตนงาช้าง

เหมาะสำหรับมานั่งพักผ่อนหย่อนใจจากการเดินเที่ยวในเมืองหาดใหญ่มาทั้งวัน ซึ่งน้ำตกแห่งนี้มีขนาดใหญ่และสูงถึง 7 ชั้น โอบล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี น้ำใสสะอาด

 

 

การเดินทางมายังหาดใหญ่

ถ้ามาด้วยรถส่วนตัวก็สามารถขับตรงมายังอำเภอหาดใหญ่ได้เลยจากกรุงเทพฯ คุณจะนั่งรถทัวร์สายใต้หรือนั่งเครื่องบินมาลงที่หาดใหญ่เลยก็ได้ง่ายๆ

 

 

# คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน)

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยเจ้าปู่แข็ง รวมระยะเวลาประมาณ 500 ปีได้ตั้งแต่ปี พศ.2030 วัดพระธาตุเขาน้อยตั้งอยู่ที่ ต.ดู่ใต้ อ.เมือง ในจังหวัดน่าน อยู่บนดอยเขาน้อย ในทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปสักการะบูชาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความ Unseen คือพระพุทธรูปปรางค์ลีลาองค์ใหญ่ หรือ พระพุทธมหาอุตมมงคมนันทบุรี ขนาด 9 เมตร ยืนหันหน้าออกไป ในตัวเมืองน่าน ด้านบนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงาม ในช่วงเวลาเช้านักท่องเที่ยวจะนิยมมาชมทะเลหมอกที่ต้องบอกเลยว่าสวยงามมากเลยทีเดียว ในช่วงเย็นก็ยังมีจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ไว้ให้นักท่องเที่ยวชมกันอีกด้วย โดยทางขึ้นวัดสามารถขับขึ้นทางดอยเขาน้อยขึ้นมาข้างบนวัดได้ แต่ถ้าอยากจะวัดกำลังขาก็จะมีทางเดินบันไดนาคกว่า 303 ชั้น ให้ท่านเดินขึ้น ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เชื่อกันว่าถ้าใครที่เดินขึ้นมาจนถึงด้านบนสามารถมาขอพรแล้วจะสมหวังกลับไปได้อีกด้วยล่ะ

สำหรับวัดพระธาตุเขาได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. 2523 เนื่องจากว่าเป็นวัดที่สวยงาม มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีวิวทิวทัศน์สวยงามจากบนนอดดอย อีกทั้งยังเป็นที่เห็นพระธาตุจึงทำให้ชาวเมืองน่านให้ความเคารพบูชาเป็นอย่างมาก

การเดินทางมายังวัดพระธาตุเขาน้อย

ถ้าเริ่มจากตัวเมืองน่านให้ขับรถไปทางเส้นไปโลตัส แต่ก่อนถึงจะมีไฟแดงให้เลี้ยวขวาไปทางวัดพญาวัด เลยไปประมาณ 200 เมตร จะเห็นป้ายบอกทางขึ้นดอย ให้ขับตรงไปได้เลย

 

 

# วัดร่องขุ่น

ทองผาภูมิ

ทองผาภูมิ เสน่ห์อันน่าหลงไหลของเมืองในสายหมอก

ทองผาภูมิ เสน่ห์อันน่าหลงไหลของเมืองในสายหมอก

หากจะพูดถึงอำเภอทองผาภูมิแล้ว ที่นี่เป็นอีกหนึ่งอำเภอที่น่าเที่ยวที่สุดในกาญจนบุรี เพราะด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มองไปทางไหนก็มีแต่สีเขียวขจีสดชื่นสบายตา และเป็นเมืองในสายหมอก ที่ตัวเช้าๆ เราจะได้เห็นหมอกลอยๆต่ำๆ อยู่รอบๆตัวเราเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงไหลและเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวมากมายมาเที่ยวชม

ที่ตั้งและประวัติความเป็นมา ทองผาภูมิเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ในภูมิภาคตะวันตกของประเทศไทย และถือว่าเป็นอำเภอที่มีพื้นที่มากที่สุดในจังหวัดเลยก็ว่าได้ ภูมิประเทศส่วนใหญ่จะเป็นป่าไม้ และภูเขาสลับซับซ้อน มีแร่ธาตุมากมาย ในอดีตที่นี่จึงมีโรงแรงเหมืองแร่เกิดขึ้นมากมาย

การเดินทางการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ทองผาภูมินี่เราแนะนำให้คุณเดินทางมาโดยรถส่วนตัวจะสะดวกที่สุด และบางสถานที่ท่องเที่ยวอาจจะยากในการเข้าถึง เพราะต้องใช้รถที่มีแรงม้ามากเป็นพิเศษ ซึ่งในบ้างจุดจะมีรถของเจ้าหน้าที่ไว้คอยบริการเราด้วย

 

กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

– อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิและี่แน่นอนเลยว่าที่ทองผาภูมิมีพื้นที่สีเขียวมากมายและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์นั่นก็เพราะว่าอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาตินั้นเอง ที่นี่คุณสามารถมาเดินสำรวจความสวยงามของธรรมชาติ หรือจะมานอนพักค้างคืนซึมซับธรรมชาติก็ได้เช่นกัน เพราะที่นี่มีทั้ง ห้องพัก และจุดกางเต้นท์ไว้คอยบริการอีกด้วย

 

 

ทองผาภูมิ เสน่ห์อันน่าหลงไหลของเมืองในสายหมอก

– จุดชมวิวเนินกูดดอย และ เนินช้างศึก โดยจุดชมวิวทั้ง 2 แห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ คุณจะได้ชมความสวยงามของธรรมชาติในมุมสูง พื้นที่สีเขียวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ภูเขาน้อยใหญ่ และหมอกจางๆ ให้คุณได้สูดอากาศบริสุทธิ์ที่อยู่รอบตัวคุณได้อย่างชุ่มปอด

 

 

– บ้านอีต่อง หมู่บ้านเล็กๆน่ารักที่ผสมผสานความเป็นไทย และพม่า เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อาคารบ้านเรือน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มุมสวยๆมากมายให้คุณได้เพลิดเพลินกับการเดินเล่นถ่ายรูป อากาศดีๆ และหมอกจางๆในตอนเช้าที่สวยงามราวกับจินตนาการ

 

 

– เหมืองปิล๊อก เหมืองเก่าในอดีตที่อยู่ใกล้กับบ้านอีต่อง ที่ยังมีเครื่องมือ อุปกรณ์การทำเหมืองหลงเหลือให้เราได้เห็นกันอยู่อีกทั้ง ทัศนียภาพที่สวยงามโดยรอบทั้งภูเขา น้ำตก ลำธาร และปลาคราฟตัวใหญ่ที่ว่ายวนอยู่ในบ่อน้ำธรรมชาติ นับว่าเป็นความสวยงามที่ธรรมชาติสรรสร้างเอาไว้จริงๆ

 

 

– เหมืองแร่สมศักดิ์ บ้านป้าเกล็น ที่นี่เป็นเหมืองแร่เก่าที่เคยรุ่งเรืองมาก่อนในอดีต ที่มีทัศนียภาพโดยรอบที่สวยงาม และหากคุณมาที่นี่อย่าลืมมาลองชิมเค้กฝีมือป้าเกล็นภรรยาคุณสมศักดิ์ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังหลงเหลือไว้ซึ่งความรักที่มีให้กันอยู่

 

 

– น้ำตกจ๊อกกระดิ่น ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิหากคุณได้ขับรถเข้าไปอีกสักหน่อยจะได้พบกับน้ำตกจ๊อกกระดิ่น ที่ดูสดชื่นฉุ่มฉ่ำตลอดทั้งปี และน้ำใสแจ๋วที่คุณสามารถลงไปเล่นให้เย็นชื่นใจกันได้เลย

 

 

# สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี 

สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค

สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี 

สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี 

วันนี้เราจะพาคุณไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่ต้องบอกเลยว่าน่าจะถูกอกถูกใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบในเที่ยวสวนสัตว์ แต่พิเศษกว่านั้นคือได้ใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์ชนิดต่างๆ แบบเต็มที่เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสิงโต เสือ และอื่นๆ อีกมายมาย แต่จุดเด่นเราขอยกให้กับเจ้ายีราฟ เนื่องจากว่า จะมียีราฟยื่นหัวเข้ามากินอาหารแบบใกล้ชิดกับคุณจนต้องร้องว้าว ออกมาแน่ๆ

สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี 

สำหรับสวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค กาญจนบุรี ตั้งอยู่ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี ทางสวยสัตว์จะเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวทุกวัน ตั้งแต่ช่วง 9 โมงเช้าเป็นต้นไปจนถึงช่วงเย็น โดยทางสวนสัตว์จะมีรถนำเที่ยว พาทัวร์ภายในสวนสัตว์อีกด้วย ความพิเศษของที่นี่คือจะเป็นสถานที่เปิดจึงทำให้เราสามารถใกล้ชิดกับสัตว์ชนิดต่างๆ ได้เป็นอย่างมาก และอย่างที่บอกคือถ้าใครอยากจะถ่ายรูปสวยๆ กับเจ้ายีราฟคอยาวตัวเป็นๆ ก็สามารถถ่ายได้แบบใกล้ชนิด พร้อมกับอาหารไว้คอยป้อนเจ้ายีราฟได้อีกด้วย โดยเสียเงินเพิ่มแค่ 100 บาทเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีสัตว์ชนิดต่างๆ โดยรถนำเที่ยวจะขับไปตามจุดต่างๆ ทั้ง 7 จุด เพื่อชมสัตว์แต่ละชนิดแบบใกล้ชิด แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีโชว์การแสดงของจระเข้และช้างอีกด้วย ภายในสวนสัตว์ก็มีมุมถ่ายรูปชิคๆ และร้านอาหารมากมายคอยให้บริการลูกค้า

การเดินทาง

คุณขับรถตั้งต้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ขับตรงไปยังถนนลาหญ้า-บ่อพลอย ที่อำเภอบ่อพลอยได้เลย เมื่อเข้าสู่เขตอำเภอก็จะเจอป้ายบอกทางขนาดใหญ่ ที่ตั้ง สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค 99 ถนน ลาดหญ้า-บ่อพลอย ตำบล หนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย กาญจนบุรี 71160

 

 

# เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

วัดถ้ำผาแด่น

วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร

วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร

วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร เป็นวัดที่อาจจะแปลกต่อผู้ที่มาเยี่ยมชมอยู่บ้าง เนื่องจากว่าตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงภูพาน อำเภอเมือง จังหสัดสกลนคร ต้องบอกเลยจริงๆ ว่าวัดแห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างกับที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นวัดที่มีงานแกะสลักหินขนาดใหญ่ ให้คุณค่าวิจิตรศิลป์ที่ท่านจะหาชมที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ และการแกะสลักหินเหล่านี้ยังมีการสอดแทรกเรื่องราวของพระพุทธศาสนาที่น่าจดจำรวมไปถึงหลักธรรมคำสอนมากมาย

วัดแห่งนี้ได้ถือกำเนิดมามากกว่า 100 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2483 บริเวณรอบๆ ได้คงไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติสูง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่ เงียบสงบเหมาะแก่การเจริญภาวนา อีกทั้งวัดแห่งนี้ยังมีพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากมายต่างพากันมาปฎิบัติธรรมอีกด้วย เช่น หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นต้น ในปัจจุบันทางเจ้าอาวาธ พระอาจารย์ปกรณ์ กนฺตวีโร ก็ได้มีการบำรุงและพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่ที่ดึงดูดคนได้ทุกเพศทุกวัย ให้มาเข้าวัดศึกษาธรรมมะมากขึ้นด้วยการมีการจัดสถานที่ที่เป็นธรรมชาติ มีต้นไม้ ดอกไม้ ให้ความร่มรื่น มีจุดถ่ายรูปสวยๆ รวมไปถึงการจัดแสดงโชว์การแกะสลักงานหินด้วยฝีมือที่ปราณีต ให้คนรุ่นหลัง วัยรุ่น ได้เข้าไปชื่นชมกันด้วย โดยจริงๆ พระอาจารย์กล่าวว่าถ้ามีการจัดแาดงงานหินเหล่านี้จะช่วยให้ชาวพุทธศาสนิกชนเข้าใจถึงพระพุทธศาสนาได้มากขึ้นด้วย

การเดินทางมายังวัด

ขับรถจากจังหวัดสกลนครตรงมาเรื่อยๆ จนถึง แยกบ้านศรีวิชา จะเห็นป้ายบอกทางไปวัดถ้ำผาแด่น ให้ตรงไปตามป้ายไม่ไกลนักก็จะเจอวัด ถ้าหาทางขึ้นไม่เจอสามารถสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ได้ ชาวบ้านน่ารักทุกคน สำหรับที่ตั้ง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2339 ตำบล ดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร สกลนคร 47000

 

 

# พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน