ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

บทความนี่เรายังอยู่กับจุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติเรามาดูกันว่าเราจะสองจังหวัดไหนมาอวดวิวทะเลหมอกกัน

 

 

ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

ดอยเมี่ยง

—————————————————————————–

ตั้งอยู่บนความสูง 1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นมะค่า จุดที่สูงที่สุดบนดอยเมี่ยง จะเห็นหมอกหนาขึ้นบนดอย มีลักษณะเป็นแอ่งกะทะจุดชมวิวที่นี่สามารถมองเห็นทัศนียภาพทิวทัศน์ของเมืองปายได้อย่างสวยงาม แบบสุดสายตา 360 องศา ท่ามกลางมวลอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดเย็นสบายในทุกฤดู ไม่ไกลจากดอยเมี่ยงยังมีจุดชมพระอาทิตย์ และยอดดอยธงซึ่งเป็นจุดสูงสามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้สูงกว่าดอยเมี่ยงซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 400 เมตร บนดอยเมี่ยงมีบ้านพักให้บริการ รวมถึงเต้นท์รองรับนักท่องเที่ยว การเดินทางขึ้นดอยเมี่ยงต้องใช้บริการรถของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เนื่องจากมีเส้นทางที่แคบ บาช่วงเป็นหลุ่มบ่อต้องใช้ความชำนาญในการเดินทาง

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 1095 เชียงใหม่-ปาย ดอยเมี่ยงอยู่ห่างจากตัวเมืองปายประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอเมืองปาย ให้เลี้ยวซ็ายเข้าหมู่บ้านแพมบก 7 กิโลเมตร จะถึงตัวหมู่บ้าน สามารถจอดรถไว้ และใช้บริการรถรับจ้างขึ้นไปบนดอย

 

 

ภูชี้เพ้อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

—————————————————————————–

ภูชี้เพ้อ ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด อำเภอขุนยวม ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,18 เมร ภูชี้เพ้อเป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยงาม ทั้งยังใกล้กับทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อู่คอและสามารถมองเห็นวิวทุ่งดอกบัวตองเหลืองอร่ามได้จากภูแห่งนี้ด้วย ถือเป็นจุดชมธรรมชาติอันซีนที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักกันมากนัก การขึ้นไปชมวิวทะเลหมอกที่นี่จะต้องเดินทางมาชมก่อนรุ่งสาง ไม่สามารถกางเต็นท์พักแรมบนภูชี้เพ้อได้ แต่สามารถพักแรมได้ที่ดอยแม่อู่คอซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน และรถกระบะหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นสมบุกสมบันเท่านั้นจะสามารถขึ้นภูได้ ทั้งนี้จะต้องเดินเท้าขึ้นด้านบนอีกร่วม 1 กิโลเมตร หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยดยังไม่มีบริการบ้านพัก แต่มีจุดกางเต้นท์ที่ไม่ค่อยสะดวกมากนัก หากต้องการมาภูชี้เพ้อ แนะนำให้พักตามที่พักหรือลานกลางเต้นทุ่งดอกบัวตอง

การเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับการเดินทางไปยังทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด จะอยู่ก่อนถึงทุ่งดอกบัวตอง 5 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางอยู่ตรงทางเข้า และการเดินทางจากยังจุดเดินเท้าต้องเดินทางต่อด้วยรถกระบะเท่านั้น

 

 

# ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

บทความนี่เรายังอยู่กับจุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติเรามาดูกันว่าเราจะสองจังหวัดไหนมาอวดวิวทะเลหมอกกัน

 

 

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำน่าน มีพืชพรรรณนานาชนิดและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีจุดชมวิวที่มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เป็นดอยสูงสมชื่อ “เสมอดาว” ที่นอกจากจะเป็นจุดชมดาวยามค่ำคืนแล้ว ยังเป็นทั้งจุดชมแสงแรกและแสงสุดท้ายแห่งวัน และเป็นจุดชมทะเลหมอกสวยงามในยามเช้าอีกด้วย ที่สำคัญในบริเวณไม่ไกลกันก็ยังมีจุดชมวิวอีกแห่งที่ผาหัวสิงห์ซึ่งในบริเวณนี้สามารถมองเห็นวิวได้ไกลแบบรอบด้าน 360 องศา และสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำน่านและตัวอำเภอนาน้อยได้อีกด้วย ที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย

 

 

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ. นาน้อย จ. น่าน

การเดินทาง : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1083 สายนาน้อย-ปางไฮ หรือเดินทางด้วยรถประจำทางจากอำเภอเวียงสา และต่อรถประจำทางสาย เวียงสา-นาน้อย-นาหมื่น ไปลงที่สามแยกบ้านใหม่และเหมารถเข้าอุทยานศรีน่าน

 

 

ภูลังกา จังหวัดพะเยา

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของอำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหยวนและป่าน้ำลาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยม วนอุทยานภูลังกานั้น มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยววนอุทยานภูลังกาแห่งแรกที่คุณจะองไม่ควรพลาดไปเยือน คือ “ภูเทวดา” เป็นยอดดอยที่สวยงาม มีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้นลงและดอกไม้ป่าสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว และฤดูหนาว และไม่ควรพลาด ดอยภูลังกา เป็นสันเขาแคบๆ ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบ เขาทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมรหญ้าปกคลุมและ ลมพัดแรง สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในตอนเช้า ยังสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของฝั่งลาวได้อีกด้วย และที่สุดท้ายคือดอยหัวลิง มีลักษณะคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมลมพัดแรง เหมาะแก่การชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น แต่วนอุทยานแห่งนี้ไม่มีห้องพักให้บริการ แต่สามารถนำเต้นท์และอาหารไปเองได้ สามารถติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่วนอทยานภูลังกาโดยตรง

การเดินทาง : จากจังหวัดพะเยาผ่านอำเภอปง ถึงแยกเชียงคำ 26 กิโลเมตร ไปทุ่งหล่มใหม่ 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนืออีก 12 กิโลเมตร หรือจากจังหวัดเชียงราย ใช้ทรงหลวงหมายเลข 1148 ประมาณ 64กิโลเมตร ถึงอำเภอเทิง 26 กิโลเมตร ถึงอำเภอเชียงคำ ไปบ้านทุ่งหล่มใหม่อีก 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ็ายไปทางทิศเหนือถึงบ้านแอธ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีก 5 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายไปอีก 12 กิโลเมตร จะถึงวนอุทยานภูลังกา

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

 

ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย

ดอยผาตั้ง มีสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,635 เมตร เป็นยอดดอยในเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นเส้นแบ่งเขตไทย-ลาว อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าประมาณ 30 กิโลเมตร ลักษณะเป็นเป็นสันเขาสลับซับซ้อนทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม  ดอยผาตั้ง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และพระอาทิตย์ตกที่งดงามในช่วงเดือนมกราคมอาจมีโอกาสได้ชมดอกพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งไปทั่วทั้งดอย ชาวท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ คือ ชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา เป็นหนึ่งสีสันแห่งวัฒนธรรมชนเผ่า จึงทำให้มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวผาบ่องประตูสยาม เป็นผาขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็นเนินช่อเขาเป็นเหมือนประตู หรือจุดชมวิวช่องผาขาด เป็นจุดชมวิวที่อยู่ใกล้ผาบ่องประตูสยาม ลักษณะเป็นผาหินที่ขาดแยกจากกันเป็นช่องสามารถมองเห็นทัศนียภาพฝั่งลาวและแม่น้ำโขงได้ชัดเจน หรือจุดชมทะเลหมอกเนิน 102 เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ยมแห่งหนึ่งบนดอยผาตั้ง

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านเต่า 50กิโลเมตร บ้านเต่า-บ้านท่าเจริญ 45กิโลมตร บ้านท่าเจิรญ-เวียงแก่น-ผางหัด 17 กิโลเมตร แบะปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร แล้วจึงเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรจะถึงจุดชมวทะเลหมอก103

 

 

 

 

จังหวัดน่าน

ดอยแม่จอก อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน

เป็นดอยที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,424 เมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ของเขาน้อยใหญ่ที่เรียงรายสลับกันมากมาย ที่เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้าแบบ 360 องศา มีเมฆหมอกปกคลุมเขาน้อยใหญ่ด้านล่าง และสามารถชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า บริเวณดอยแม่จอกแห่งนี้มีบริการบ้านพักและสามารถทำเรื่องขออนุญาตกางเต็นท์พักแรมค้างคืนได้

การเดินทาง : จากจังหวัดน่าน ไปตามทางหลวงหมายเลข 101 ถึงอำเภอเวียงสา-อำเภอนาน้อย ประมาณ 35 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1216 ประมาณ 31 กิโลเมตร

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

ดอยแม่ตะมาน สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ จังหวัดเชียงใหม่

ดอยแม่ตะมาน หรือสันป่าเกี๊ยะ ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว จากยอดดอยแม่ตะมานสามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาวตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงข้ามกัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงาม ทะเลหมอกสีขาว และลมนาวพัดปลิวตามลม นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมากางเต็นท์ เพื่อรอชมทะเลหมอกตอนพระอาทิตย์ขึ้น  กลางคืนจะเห็นดาวเต็มท้องฟ้า นอกจากนี้เรายังสามารถชมความงามของดอกพญาเสือโครง ในมุมมองที่สวยงามในอีกแบบ ซึ่งจะผลิบาน เต็มที่ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมกราคม มีอีกหนึ่งจุดที่สวยงามคือ หน่วยจัดการน้ำแม่ตะมาน ห่างจากสถานีเกษตรฯประมาณ 600 เมตร ที่นี่มีบ้านพักและจุดกางเตนท์เช่นเดียวกับาสถานีเกษตรฯ และยังเป็นจุดขมพระอาทิตย์ขึ้นอีกด้วย

การเดินทาง :การเดินทางค่อนข้างลำบากเพราะทางเป็นทางลูกรังเป็นหลุ่มบ่อ สามารถใช้บริการรถรับจ้างของคนในพื้นที่เดินทางเข้าไปได้

 

 

ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวที่ครั้งนึงต้องหาโอกาสมาเดินทางมาท่องเที่ยวสักครั้ง ดอยอ่างขขางมีอากาศเย็นสบาย สามารถขมแปลงดอกไม้และพืชผักเมืองหนาวที่สวยงาม หรือรอชมประพาทิตย์ขึ้นนและทะเลหมอก สามารถสัมผัสวิถีชีวิตชาวไทยภูเขา ที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง ตั้งอยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง”

เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่าก่อน ดอยอ่างขางมีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 17 องศาเซลเซียส สามารถไปเที่ยวดอยอ่างขางได้ตลอดทั้งปี ในช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงหน้าร้อนแต่อากาศไม่ร้อนจัด ส่วนดอยอ่างขางหน้าฝนถือเป็นช่วงโลว์แต่ก็ไม่หนาวมากและได้ชมหมอกสวย ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมเป็นช่วงไฮซีซั่นของที่นี่ เพราะมีอากาศหนาวและนักท่องเที่ยวนิยมไปดูปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็ง

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)
จังหวัดเชียงใหม่

กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่

กิ่วแม่ปาน ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและจุกชมวิวที่สวยงามของเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตรจากระดับน้ำ สามารถมองเห็นทะเลหมอกได้แบบ3  360 องศา อีกทั้งที่สันเขานี้จะมี ต้นกุหลาบพันปี สีแดงสด ออกดอกให้ชมความงามกันด้วย เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินั้นมีระยะทางการเดินอยู่ประมาณ 3 กืโลเมตร แม้เส้นทางของกิ่วแม่ปานจะเดินไม่ยาก และมีนัดท่องเที่ยวเดินอยู่ตลอด แต่ต้องใช้บริการไกด์ท้องถิ่นเพื่อนำทางแนะนำจุดท่องเที่ยวและเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง

การเดินทาง : จากตังเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 108 ถนนสายเชียงใหม่-ฮอด ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามถนนสายอิทนนท์

 

 

ห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่

อุทยานฯ แห่งนี้มีชื่อเสียงในการเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว ที่นี่ครอบคลุมท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยตั้งอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัย รวมเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 179.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 112,187.5 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไป เป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อนที่ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลำธารและมีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมีหลายแห่งด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดัง (ดอยกิ่วลม) อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว ทั้งยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับความงามอันน่ามหัศจรรย์ของทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้ นอกจากนี้ ในช่วงปลายฤดูหนาวจะสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสวยงามหรือห้วยน้ำรู หรือ ดอยสามหมื่น ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว ซึ่งมีหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ ทัศนียภาพสวยงาม ชมการปลูกกาแฟอาราบิกาและไม้ผลเมืองหนาว

 

 

# Hug Collection เชียงใหม่

อำเภอกัลยาณิวัฒนา

อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

อำเภอกัลยาณิวัฒนเภา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอำเภอที่มีความน่าสนใจ โดยเป็นพื้นที่อยู่บนเทือกเขาสูงชัน มีความเป็นธรรมชาติสูง มีป่าสนที่ร่มรื่น อากาศดีตลอดปี เป็นอำเภอที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ถ้าใครที่กำลังเหนื่อยล้าจากการทำงานแล้วรู้สึกว่ายากจะพักผ่อน ห้ามพลาดเด็ดขาด และวันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวกันรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

 

 

อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

บ่อน้ำพุร้อนเหมืองแร่

เป็นบ่อน้ำพุร้อนเหมืองแร่อยู่ข้างทางก่อนถึงอำเภอปาย นักท่องเที่ยวมักจะแวะมานั่งเล่นลวกไข่น้ำแร่กัน โดยบริเวณรอบๆ จะเป็นกระท่อมที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งได้จัดไว้บริการนักท่องเที่ยว มีสินค้าเล็กๆ น้อยๆ ขาย แต่บ่อน้ำแร่ไม่สามารถที่จะลงไปแช่ได้

 

 

โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์

โครงการหลวงป่าสนบ้านวัดจันทร์  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การไปเดินรับโอโซนจากธรรมชาติเป็นอย่างมาก มีลักษณะของพื้นที่เป็นป่าสนที่เขียวขจีในช่วงหน้าหนาวต้นสนจะทำการผลัดใบตัดกับหมอกจางๆ จึงเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาชมที่ไหนได้ยาก

บ้างฉางข้าว

ถัดมาอีกนิดจะเป็นบ้านฉางข้าว เป็นพื้นที่ธรรมชาติเช่นกัน มีการทดลองปลูกข้าวในพื้นที่ทำให้คุณได้เห็นทุ่งนาที่สวยงาม ใกล้ๆ กันก็จะมีต้นเมเปิ้ลจำนวนมากปลูกอยู่ให้ความรู้สึกที่เหมาะกับฤดูหนาวมากเลยล่ะ

 

 

อ่างเก็บน้ำ

แนะนำให้มาช่วงเช้า คุณจะได้เห็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ตัดกับสีเขียวธรรมชาติพร้อมกับหมอกจางๆ โดยคุณยังสามารถปั่นจักรยานเที่ยวชมรอบๆ ได้อีกด้วยล่ะ

 

 

การเดินทาง

ขับรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ตรงที่ไปเส้นอำเภอปายก่อนถึงก็จะเจออำเภอกัลยาณิวัฒนเภา สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์หรือสาย Biker ก็สามารถขี่รถคู่ใจมาได้เลยครับ

 

 

# Hug Collection เชียงใหม่

อัพวา จังหวัดสมุทรสาคร

อัพวา จังหวัดสมุทรสาคร

อัพวา จังหวัดสมุทรสาคร

อัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ สำหรับใครที่อยากจะพักผ่อนในช่วงวันหยุดแต่อาจจะมีเวลาไม่มากพอ เราขอแนะนำอัพวา เพราะคุณสามารถที่จะพักผ่อนได้แบบเต็มที่ครบรสภายใน 1 วัน เท่านั้น สำหรับวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาทำความรู้จักอัพวาให้มากขึ้นว่ามีจุดเช็คอินที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ

 

 

วัดเพชรสมุทรวรมหาวิหาร

เริ่มต้นกันเลยที่วัดเพชรสมุทรวรมหาวิหาร มากราบหลวงพ่อบ้านแหลมเพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ชาวอัพวาต่างให้ความเคารพบูชากันเป็นอย่างมาก

 

 

เพลินวิวชิวพุง

เป็นร้านอาหารที่ให้ความรู้สึกชิวสมกับชื่อเลยทีเดียว กับบรรยากาศร่มรื่นเหมือนกับเรากำลังนั่งอยู่ในสวนจริงๆ โดยทางร้านจะจัดไว้ 3 โซนด้วยกัน มีที่นั่งจัดไว้ใกล้กับริมคลองขนาดเล็ก สามารถให้อาหารปลาได้อีกด้วย

 

 

พิพิธภัณฑ์ขนมไทย  อุทยานร 2

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด เนื่องจากจะมีการจำลองขนมหวานในสมัยก่อนของไทยมากมาย รวมไปถึงเครื่องเบญจรงค์ ต่างๆ มากมาย รวมถึงหุ่นขี้ผึ้งของผู้คนในยุคสมัยนั้น

 

 

ตลาดน้ำอัมพวา

ถ้ามาเยือนอัมพวาแล้วไม่ได้มาตลาดน้ำ เท่ากับว่าคุณมาไม่ถึง โดยตลาดจะเปิดขายกันในวันศุกร์ , เสาร์ , อาทิตย์ มีร้านค้ามากมายที่น่าสนใจ มีคลองตรงกลางตลาดและชาวบ้านจะพายเรือไปมาเพื่อขายสินค้าเหมือนกับเราได้ย้อนยุคกันจริงๆ เลยล่ะ

การเดินทางมายังอัพวา

สามารถเดินทางมาเที่ยวอัพวาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสาร โดยมายังอำเภออัพวา จังหวัดสมุทรสาคร คุณก็จะได้ครบทุกรสชาติความสุขกลับไปแล้วล่ะ

 

 

คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เราจะพาลงใต้ไปเที่ยวที่หาดใหญ่กัน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เรียกได้ว่าเป็นอำเภอที่เป็นแหล่งการค้าที่ใหญ่ที่สุดทางภาคใต้ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศเดินทางมาเยือนกันทั้งปี โดยเฉพาะเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย  เราลองไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนน่าสนใจกันบ้าง

 

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่

ต้องยอกเลยว่าไม่ได้เป็นแค่สวนสาธารณะธรรมดาทั่วไป เนื่องจากสวนแห่งนี้มีขนาดที่ใหญ่กว่า 914 ไร่ มีความร่มรื่นจากต้นไม้หลายสายพันธ์มากมาย มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนจุดสูงสุดอย่างยอดเขาคอหงส์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะบูชา เท่านั้นยังไม่พอ เพราะคุณสามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชมทั่วเมืองหาดใหญ่ได้อีกต่างหาก และบริเวณเดียวกันยังมีเมืองน้ำแข็งที่มีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นลักษณะต่างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เมืองนอกด้วยความเย็นถึง -15 องศาเลยทีเดียว

 

 

เกาะยอ หาดใหญ่

เกาะยอ หาดใหญ่จะเป็นสถานที่ที่เป็นเกาะ โดยคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่หายากจากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นวิถีการทำประมงพื้นบ้าน การทำเกษตรกรรมมากมาย เช่นการปลูกจำปาดะหรือทุเรียน คุณยังสามารถปั่นจักรยานเที่ยวชมการทอผ้าในพื้นที่รวมไปถึง ฟาร์มเลี้ยงปลา

 

 

น้ำตกโตนงาช้าง

เหมาะสำหรับมานั่งพักผ่อนหย่อนใจจากการเดินเที่ยวในเมืองหาดใหญ่มาทั้งวัน ซึ่งน้ำตกแห่งนี้มีขนาดใหญ่และสูงถึง 7 ชั้น โอบล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี น้ำใสสะอาด

 

 

การเดินทางมายังหาดใหญ่

ถ้ามาด้วยรถส่วนตัวก็สามารถขับตรงมายังอำเภอหาดใหญ่ได้เลยจากกรุงเทพฯ คุณจะนั่งรถทัวร์สายใต้หรือนั่งเครื่องบินมาลงที่หาดใหญ่เลยก็ได้ง่ายๆ

 

 

# คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

วัดถ้ำผาแด่น

วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร

วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร

วัดถ้ำผาแด่น จ.สกลนคร เป็นวัดที่อาจจะแปลกต่อผู้ที่มาเยี่ยมชมอยู่บ้าง เนื่องจากว่าตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงภูพาน อำเภอเมือง จังหสัดสกลนคร ต้องบอกเลยจริงๆ ว่าวัดแห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างกับที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นวัดที่มีงานแกะสลักหินขนาดใหญ่ ให้คุณค่าวิจิตรศิลป์ที่ท่านจะหาชมที่ไหนไม่ได้ง่ายๆ และการแกะสลักหินเหล่านี้ยังมีการสอดแทรกเรื่องราวของพระพุทธศาสนาที่น่าจดจำรวมไปถึงหลักธรรมคำสอนมากมาย

วัดแห่งนี้ได้ถือกำเนิดมามากกว่า 100 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2483 บริเวณรอบๆ ได้คงไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติสูง มีต้นไม้ขนาดใหญ่ในพื้นที่ เงียบสงบเหมาะแก่การเจริญภาวนา อีกทั้งวัดแห่งนี้ยังมีพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากมายต่างพากันมาปฎิบัติธรรมอีกด้วย เช่น หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นต้น ในปัจจุบันทางเจ้าอาวาธ พระอาจารย์ปกรณ์ กนฺตวีโร ก็ได้มีการบำรุงและพัฒนาวัดให้เป็นสถานที่ที่ดึงดูดคนได้ทุกเพศทุกวัย ให้มาเข้าวัดศึกษาธรรมมะมากขึ้นด้วยการมีการจัดสถานที่ที่เป็นธรรมชาติ มีต้นไม้ ดอกไม้ ให้ความร่มรื่น มีจุดถ่ายรูปสวยๆ รวมไปถึงการจัดแสดงโชว์การแกะสลักงานหินด้วยฝีมือที่ปราณีต ให้คนรุ่นหลัง วัยรุ่น ได้เข้าไปชื่นชมกันด้วย โดยจริงๆ พระอาจารย์กล่าวว่าถ้ามีการจัดแาดงงานหินเหล่านี้จะช่วยให้ชาวพุทธศาสนิกชนเข้าใจถึงพระพุทธศาสนาได้มากขึ้นด้วย

การเดินทางมายังวัด

ขับรถจากจังหวัดสกลนครตรงมาเรื่อยๆ จนถึง แยกบ้านศรีวิชา จะเห็นป้ายบอกทางไปวัดถ้ำผาแด่น ให้ตรงไปตามป้ายไม่ไกลนักก็จะเจอวัด ถ้าหาทางขึ้นไม่เจอสามารถสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ได้ ชาวบ้านน่ารักทุกคน สำหรับที่ตั้ง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2339 ตำบล ดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร สกลนคร 47000

 

 

# พักผ่อนหย่อนใจชิลล์ไปกับบางตะบูน

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร (เขาชีจรรย์)

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร (เขาชีจรรย์)

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร (เขาชีจรรย์)

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร (เขาชีจรรย์) ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากพัทยามากนัก โดยเป็นวัดที่คนในจังหวัดชลบุรีให้ความสนใจมาเที่ยวชมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากวัดจะเป็นพระอารามหลวง ยังเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยทางวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร (เขาชีจรรย์) นั้นมีพื้นที่รวมกว่า2,500 ไร่ โดยได้แบ่งผังวัดเป็น 4 เขตด้วยกัน แต่ละเขตก็จะถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงาม

เขตที่ 1 มีชื่อว่า เขตพุทธาวาส

จะเป็นเขตพื้นที่ที่มีอุโบสเก่าแก่ รวมไปถึงโบราณสถานมากมาย

เขตที่ 2 มีชื่อว่า เขตสังฆาวาส

ในเขตนี้จะมีการแบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกัน ด้านล่างคือเขตเขาชีโอน ส่วนด้านบนคือเขตเขาชีจรรย์ รวมถึงการก่อสร้างเสนาสนะกุฏิ และเป็นกุฏิของพระสงฆ์และเณร

เขตที่ 3 มีชื่อว่า เขตโครงการพระราชดำริ

วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร (เขาชีจรรย์)

ในเขตนี้จะเป็นเขตพื้นที่ที่น่าสนใจ เนื่องจากจะมีทั้งวนอุทยาน อ่างเก็บน้ำเพื่อเกษตรกรรมของเกษตรกร รวมไปถึงโรงพยาบาลเรียกได้ว่ามีความเป็นธรรมชาติสูงเลยทีเดียวสำหรัลบเขตโครงการพระราชดำริ

เขตที่ 4 มีชื่อว่า เขตอุบาสกอุบาสิกา

มีไว้สำหรับเป็นที่พักของเหล่าชาวพุทธที่ต้องการมาเจริญธรรมมะสติปัญญาสมาธิ เป็นศาลาโรงธรรมที่มีชาวพุทธศาสนิกชนแวะเวียนกันมาเป็นจำนวนมาก

การเดินทางมาวัด

ให้ขับรถมาทางสัตหีบไปทางเส้นพัทยาใต้ ตรงถนนสุขุมวิท และเลี้ยวซ้ายไปทางกิโลเมตรที่ 160 หลังจากนั้นขับรถไปต่ออีกราว 6 กิโลเมตร แล้วคุณจะพบกับทางเข้าวัด

 

 

# วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร