เกาะหลักแรด

เกาะหลักแรด

เกาะหลักแรด

เกาะหลักแรด

แค่ชื่อเกาะก็น่าสนใจแล้ว ซึ่งเป็นเกาะที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ให้คล้ายกับสัตว์ป่าชนิดหนึ่ง นั่นคือ แรด เนื่องจากรูปทรงของเกาะไปละม้ายคล้ายคลึงกับแรด ชาวบ้านในระแวกนั้นจึงเรียกขานเกาะนี้ว่า “เกาะอีแรด” หรือ “เกาะหลักแรด” เกาะแห่งนี้เป็นภูเขาหินขนาดใหญ่ หรือเกาะหินปูน ไม่มีพื้นที่ราบหรือชายหาดสำหรับให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปบนเกาะได้ โดยด้านล่างของเกาะเป็นโขดหินและมีแนวปะการังที่สวยงาม ดอกไม้ทะเลและฝูงปลา นานาชนิดเป็นจำนวนมาก จึงเป็นอีกหนึ่งจุดดำน้ำยอดนิยมของหมุ่เกาะทะเลชุมพร บนน่านน้ำของทะเลชุมพรนอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิดแล้ว ซึ่งมาถึงกลางทะเลชุมพรทั้งที เราก็ไม่รอช้าให้เสียเวลา รีบคว้าสน็อกเกิลและเสื้อชูชีพไปดำดิ่งลงสู่ผืนน้ำกันดีกว่า

เกาะหลักแรด

นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบการดำน้ำและเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มาทำกิจกรรมทางทะเลกันอย่างสนุกสนาน เช่น ดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก กลุ่มครอบครัวก็จะมาพักผ่อนหย่อนใจ เอนกายนอนอาบแดดรับลมชมวิวทิวทัศน์เสียมากกว่า หรือคู่แฟนที่มาสวีทจะเน้นการเก็บภาพตามโขดหินต่าง ๆ ไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งเป็นเกาะที่ต้องมาเช้าเย็นกลับ เพราะไม่มีทีพักแรมอยู่บนเกาะจึงไม่สามารถนอนค้างคืนได้ หากขึ้นเรือมาแล้วที่ชุมพรมีโรงแรมมากมาย เช่น Chumphon Cabana Resort & Diving center, Rubrom chomklong Stay และอื่น ๆ อีกมากมาย

การเดินทางด้วยรถยนต์จากตัวเมืองมาจังหวัดชุมพรไปตามทางหลวงของจังหวัด หมายเลข 4001 ระหว่างอำเภอเมืองกับปากน้ำชุมพร โดยมีระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ก่อนจะถึงปากน้ำชุมพร จะเห็นสามแยกทางไปหาดทรายรี ให้เลี้ยวขวา เข้ามาอีก 20 เมตรโดยประมาณ จะพบทางแยกให้เลี้ยวขวาอีกครั้งไปตามถนนกรมการเร่งรัดพัฒนาชยบท สายบ้านมัทรี – หาดทรายรี 9 กิโลเมตรโดยประมาณ เลี้ยวขวาอีกรอบ ประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จอดรถทิ้งไว้แล้วทำการติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อลงเรือนำเที่ยวไปตามเกาะต่าง ๆ ซึ่งมีทัวน์นำเที่ยวหลายเจ้าหเลือกมากมาย

ซึ่งสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อกิจการต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทำให้ไม่สามารถออกไปเที่ยวได้เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อและสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นอีกด้วย ใครที่วางแผนมาเที่ยวไว้จึงต้องเปลี่ยนแผนกักตัวอยู่บ้านแทน ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรเองจึงทำการปิดการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยกเลิก หากสถานการณ์ดีขึ้นแล้วสามารถโทรมาติดต่อสอบถามเกี่ยวกับทัวร์นำเที่ยวได้ที่เบอร์ 095-0297615

 

# เกาะรังกาจิว

เกาะมาตรา

เกาะมาตรา

เกาะมาตรา หรือบางคนก็เรียกว่าเกาะมัตรา ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร มีชายหาดที่มีเม็ดทรายขาวสะอาดตาสลับกับโขดหินเล็กใหญ่เรียงรายกันหน้าเกาะ นักท่องเที่ยวต่างนิยมมาเที่ยวที่นี่กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะทำกิจกรรมดำน้ำ ดูปะการัง เพราะมีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงามอยู่มากมายใต้ผืนน้ำ และมีฝูงปลาชุกชุมอยู่เต็มไปหมด เนื่องจากเกาะมาตรามีพื้นที่แนวปะการังชายฝั่งก่อตัวอยู่รอบ ๆ เกาะ ซึ่งมีระดับความลึกประมาณ 8 เมตร แนวปะการังมีสภาพสมบูรณ์ดีถึงดีมากจากการอนุรักษ์ธรรมชาติของเจ้าหน้าที่

เกาะมาตรา

เพราะเป็นเขตที่รับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติ และไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่บนเกาะแต่มีพี่เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติประจำอยู่บนเกาะจึงเป็นแหล่งดำน้ำที่มีนักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวชมดูปะการังกันอย่างล้นหลาม เป็นเกาะที่เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่อยากใส่บิกินนี่ถ่ายรูปสวย ๆ ไว้ลงโซเชียลอวดเพื่อน ๆ เพราะทัศนียภาพ ณ เกาะแห่งนี้งดงามจนต้องเดินทางมาให้เห็นกับตาของตัวเองเลย เพราะขนาดดูในรูปภาพแล้วยังสวยขนาดนี้ถ้าไปเห็นสถานที่จริงจะสวยขนาดไหน จึงทำให้เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความเป็นธรรมชาติ ที่นี่เป็นเขต ซึ่งแรกเลยที่เห็นบนเกาะมาตราก็คือมุมถ่ายรูปตรงท่าเรือนี่แหละ เป็นแพพลาสติกที่ทอดยาวออกมาในทะเล พอได้ขึ้นไปยืนบนเกาะ แล้วมองออกมาจะเห็นภาพแพพลาสติกทอดยาวออกไปสวยงามมาก

หากนักท่องเที่ยวคนไหนสนใจอยากพักค้างคืนบนฝั่งสามารถติดต่อใช้บริการนำเที่ยวหมู่เกาะทะเลชุมพรได้โดยบริษัททัวร์นำเที่ยว ทะเลชุมพร ซึ่งมีบริการอยู่หลายเจ้า เช่น เกาะมาตรา ดำน้ำเกาะหลักแรด เกาะละวะ เกาะง่ามใหญ่ และ เกาะลังกาจิว เป็นต้น แล้วแต่ว่าเราจะเลือกแพคเกจว่าจะไปเที่ยวที่เกาะไหน สามารถติดต่อขอเช่าเรือนำเที่ยวกับทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะทะเลชุมพรได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 077-558-144 ซึ่งจะคิดค่าบริการแบบเหมาลำไม่ว่าจะมามากมาน้อย ราคาก็เท่ากันหมด จะเป็นเรือยนต์ลำใหญ่ นั่งได้ 10 -15 คนโดยประมาณ

ซึ่งสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่กำลังระบาดอยู่ขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อทุกคนทั่วโลกทำให้ไม่สามารถออกไปไหนได้เพราะอาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อและสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นอีกด้วย ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรเองก็ได้ปิดการท่องเที่ยว ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศยกเลิก แต่เพื่อน ๆ คนไหนวางแผนที่จะมาท่องเที่ยวที่เกาะมาตราแห่งนี้ สามารถอ่านบทความนี้เพื่อเป็นข้อมูลในการมาเที่ยวหลังจากสถานการณ์ดีขึ้น

 

 

# เกาะกุลา

เกาะกุลา

เกาะกุลา

เป็นหนึ่งในเกาะที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร อำเภอสวี จังหวัดชุมพร ที่อยู่ห่างจากฝั่งเพียงแค่ 20 นาทีโดยประมาณ ปกติเรานั่งเรือไปเกาะจะนานเป็นชั่วโมง ๆ กันเลยทีเดียว ดังนั้นการการมาเที่ยวกุลาก็ทำให้ใช้เวลาในการเดินทางไม่นานมากนัก มีหาดทรายขาวสะอาดตาเหมาะแกการปูผ้าวางของถ่ายรูปปิกนิกสวย ๆ น้ำทะเลใสจนสามารถมองเห็นแนวปะการังที่สวยงาม เมื่อถึงเกาะแล้วเราจะเห็นนั่งท่องเที่ยวดำน้ำดูปะกะรังกันแล้ว ซึ่งใต้ท้องทะเละของเกาะนั้นเป็นแหล่งที่อยู่ของปะกะรังนิ้วมือ ปะกะรังสมอง หอยเม่น และหอยมือเสืออาศัยอยู่ เวลาดำนั้นจะต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้หอยเม่นเสียบเพราะไม่อย่างนั้นจะทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อได้ไม่สะดวกเท่าที่ควร

เกาะกุลา

นอกเหนือจากการดำน้ำแล้วยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมคือ พายเรือคายักรับลมชมวิวทิวทัศน์รอบเกาะกุลา สามารถพายจากอ่าวหน้าที่พักแล้วพายอ้อมไปยังท่าเทียบเรือได้ อาหารของที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นบ้านของชาวเกาะอย่างอาหารทะเล เช่น ปูม้านึ่ง ใบเหลียงผัดไข่ ปลากหมึกนึ่งมะนาว แกงส้มปลา โดยเจ้าหน้าที่อุทยานเป็นคนรังสรรค์ออกมาให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานกัน ช่วงเวลาที่ควรมาเที่ยวคือเดือนมกราคมพฤษภาคม เป็นช่วงที่น้ำทะเลใสที่สุด หากใครจะมาถ่ายรูปควรรู้ไว้จะได้มีรูปสวย ๆ กลับไป

ข้อควรปฏิบัติบนเกาะกุลา

1. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงทุกชนิดขึ้นมาบนเกาะ

2. ห้ามนำภาชนะโฟมทุกชนิดขึ้นมาบนเกาะ

3. ห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกชนิดขึ้นมาบนเกาะ

4. นำขยะทุกชนิดกลับไปทิ้งบนเกาะ

อัตราค่าบริการในการเข้าชมเกาะ

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

ผู้สูงอายุไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆสามารถเข้าได้ฟรี

หากต้องการติดต่อบ้านพัก สามารถโทรติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 087-272-2238 (คุณลุงประสงค์), 089-970-0504 (คุณลุงสำเริง) บนเกาะมีบ้านพักห้องพัดลม 3 หลัง ราคาหลังละ 1500 บาท สามารถนอนได้ 6 คน และมีลานกางเต็นท์ริมหาด ราคาเต๊นท์ละ 300 บาท นอนได้ 2 คน ต่อ 1 เต็นท์พร้อมพัดลม ใครที่จะมาพักบนเกาะนี้จะต้องเตรียมอาหารการทานมาเอง เนื่องจากไม่มีร้านค้าหรือร้านอาหารอยู่ภายในเกาะ สามารถสั่งกับเจ้าหน้าที่ได้แต่จะต้องสั่งล่วงหน้าเพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จะต้องคำนวณวัตถุดิบให้ถูกกับจำนวนผู้สั่ง ค่าอาหาร 2 มื้อ 550 บาท ต่อคน หรือค่าอาหาร 3 มื้อ 750 บาท ต่อคน หากต้องการเช่าเรือหางยาวข้ามเกาะกุลา สามารถเหมาลำไปกลับในราคา 1000 บาท นั่งได้ทั้งหมด 8 คน สามารถโทรจองเรือได้ที่เบอร์ 061-229-9372 (คุณเอ็กซ์) 

 

 

# เที่ยวอันดามัน

เที่ยวอันดามัน

เที่ยวอันดามัน

เที่ยวอันดามัน

เที่ยวอันดามัน

เกาะพยาม

———————————————————————————-

ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะพยาม อำเภอมือง จังหวัดระนองเกาะพยามมีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร มีเรื่องเล่ากันว่าสมัยก่อนการเดินทางไปยังเกาะแห่งนี้ แต่ละวันมีเรือออกจากฝั่งเพียงเที่ยวเดียว ถ้าพลาดก็ต้องรอวันถัดไป ในขณะที่ขากลับนั้นก็ต้องอาศัยการโบกเรือที่แล่นผ่านไปแวะกลับฝั่งเป็นหลักนับเป็นเกาะที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการไปมาสู่ ชาวบ้านจึงเรียกเกาะๆนี้ ว่า “เกาะพยายาม” แต่ในภาษาใต้นิยมพูดห้วนๆสั้นๆ เกาะพยายาม จึงกร่อนเสียงเป็น “เกาะพยาม” มาจนทุกวันนี้ โดดเด่นด้วยที่พัก “เดอะ บลู สกาย รีสอร์ท เกาะพยาม” ที่เป็นบังกะโลยื่นไปกลางทะเล สามารถพายเรือคายัคสมความสวยงามและความสมบูรณ์ของธรรมชาติ เกาะพยามเป็นเกาะที่มีความหลากหลายทางธรรมชาติ เพราะมีทั้งสวนมะพร้าว สวนยาง และป่าชายเลน เหมาะกับผู้ที่ต้องการเดินทางมาพักผ่อนและซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติได้อย่างดีที่สุด เกาะพยาม มีอ่าวขึ้นชื่อคือ อ่าวกวางปีบ เป็นเกาะที่มีความสวยงามที่สุดของเกาะพยาม สามารถดำน้ำดูปะการัง นั่งชิงช้า เดินเล่นชมปูลมได้อีกด้วย

การเดินทาง

จากตัวเมืองระนอง สมารถนั่งรถสองแถวไปยังท่าเรือเทศบาลตำบลปากน้ำ จากนั้นต่อเรือไปยังเกาะพยาม มีเรือให้เลือก 2 แบบ คือเรือธรรมดา และเรือสปีดโบ๊ท

 

 

เกาะห้อง

———————————————————————————-

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เกาะห้อง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะเหลาบิเละ เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพ สวยงามมาก ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีคราม มีกัลปังหาและปะการังรอบเกาะ โดยมีจุดที่น่าสนใจได้แก่ “ อ่าวบิเละ ” เป็นอ่าวที่มี หาดทรายโค้งเป็นรูปนกบิน ทรายละเอียดขาวสะอาด น้ำทะเลใส  สีเขียวมรกต มีฝูงปลาเล็กๆ แหวกว่ายให้เห็นอยู่ทั่วไป ห่างจาก ชายหาดลงไปในทะเลมีกัลปังหาและปะการังหลากชนิด ชายทะเลเหมาะแก่การเล่นน้ำ  ถือว่าเป็นแหล่งพายเรือคายัคและ แหล่งดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นที่สวยงามจนได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 เกาะ ที่มีหาดน่าเที่ยวและสะอาดที่สุดในโลก

การเดินทาง

สามารถเดินทางด้วยเรือเช่าเหมาลำจากอ่าวนาง หรือสามารถเลือกซื้อทัวร์จากอ่าวนางหรือสอบถามได้จากที่พัก และสามารถใช้บริการเรือหางยาวท่องเที่ยวเกาะต่างๆในกระบี่ของสหกรณ์เรือหางยาว ติดต่อได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา

 

 

# 5 คาเฟ่น่านั่งเมืองในฝันจังหวัดกระบี่

N10 Cafe

N10 Cafe

เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส หรือเรียกอีกอย่างว่าภาวะโรค Covid-19 ทางร้าน N10 café จึงปิดให้บริการชั่วคราว และเปิดให้บริการอีกครั้งในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม แต่อาจมีการเปลี่ยนแปลงหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ซึ่งคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 342 ซอยอรุณอมรินทร์ 18 ถนนอรุณอมรินทร์ บางกอกน้อย จังหวัดกรุงเทพมหานคร มีทำเลดีมากเพราะอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งร้านอยู่ในตลาดวังหลังข้างล่างโรงแรมบ้านวังหลังริเวอร์ไซต์ ไม่สามารถเดินทางเข้ามาด้วยรถไฟฟ้า BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ต้องนั่งเรือข้ามฟากมาจากท่ามหาราช และท่าพระจันทร์

N10 Cafe

หากใครเดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถจอดรถได้ที่ลานจอดรถของโรงแรมบ้านวังหลังริเวอร์ไซต์ หรือหลังโรงพยาบาลศิริราช หากใครเดินทางด้วยรถประจำทางสามารถขึ้นได้หลายสาย เช่น สาย 57 , 149 , 146 , 80 . 81 มาลงที่ป้ายหน้าโรงพยาบาลเดินเข้าในตรอกวังหลังเท่านั้นเอง ใคร ๆ ก็ว่าเป็นร้านแค่หักสิบ แต่วิวหลักล้านที่สามารถนั่งรับลมชมวิวกรุงเทพฯได้ย่างเพลิดเพลิน แต่หากวันใดฝนตกขึ้นมาก็ต้องย้ายเข้าไปข้างในไปนั่งตากแอร์เย็น ๆ ให้ชื่นใจกันไป ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน เป็นช่วงที่ท้องฟ้าสวยมาก เหมาะแก่การนั่งจิบกาแฟพรางแหงนมองดูธรรมชาติ โต๊ะนั่งสำรองลูกค้าเป็นโต๊ะไม้ที่ดูเข้ากันเมื่อถ้วยกาแฟเสิร์ฟลงบนโต๊ะสีน้ำตาล

นอกเหนือจากคาเฟ่ที่มีในตอนเช้า อาหารที่มีทั้งวัน ยังมีบาร์ที่เปิดในตอนกลางคืน เรียกได้ว่าตอบโจทย์ผู้ที่มาพักโรงแรมและลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารเอามาก ๆ เพราะคาเฟ่แห่งนี้มีเมนูน่าลิ้มลองหลากหลายประเภทโดยเฉพาะเมนูแนะนำอย่าง Chocolate Truffle ใครที่ชอบช็อกโกแล็ตต้องลองเมนูนี้เลย, Crepe Cake with Strawberry ใครที่ชอบทานสตรอเบอรี่ควรลองเครปเค้ก, Sauce Spinach Cheese Croissant หาใครไม่อยากทานเค้กทางร้านมีขนมปังครัวซองค์, Hot Latte เสิร์ฟร้อน ๆ พร้อมความกลมกล่อม, Spaghetti Bacon ที่อร่อยถูกปากใครหลาย ๆ คนจนมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

จนการเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนที่อยู่ในระแวกนี้ โดยมีนักเรียน นักศึกษามานั่งอ่านนั่งสือกันที่นี่ และคนวัยทำงานมานั่งเล่นโน้ตบุ๊คพลางจิบกาแฟในวันสบาย ๆ เปิดให้บริการทุกวันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 9:00 – 20:00 น. และวันศุกร์ – วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 22:00 น. สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ติดต่อ 088-000-8342 และติดตามข่าวสารของร้านว่ามีโปโมชั่นอะไรใหม่ ๆ ได้ที่เฟสบุ๊คแฟนเพจจากลิงค์ https://www.facebook.com/N10cafebangkok/

 

 

Blue Dye Cafe

Hubba-to ( April Story )

Hubba-to ( April Story )

เป็นร้านคาเฟ่แบบ co-working space ในย่านศูนย์การค้า habito mallแถวอ่อนนุช ทุกคนต่างเรียกคาเฟ่นี้ว่า Hubba แต่ไม่รู้เลยว่าชื่อคาเฟ่จริง ๆ นั้นมีชื่อว่า ‘April Story’ ซึ่งก็อยู่ในโครงการ Habito Mall สุขุมวิท 77 จังหวัดกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีอ่อนนุช ทางออกที่ 2 คาเฟ่เหมาะแก่การมานั่งทำงาน นัดประชุมเป็นอย่างมากเพราะจัดสรรพื้นที่ได้ดี เป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานออฟฟิศที่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศอุดอู้อยู่ภายในอาคารออกมาสูดอากาศพร้อมจิบกาแฟร้อน ๆ ขนมหวาน ๆ ทำให้มีไฟในการทำงานมากยิ่งขึ้น หรือฟรีแลนซ์ทั้งหลายที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ขอแค่มีคอมกับอินเทอร์เน็ต เป็นร้านที่เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการใช้สมาธิจึงมีความเงียบสงบ ภายในร้านมีผนังเป็นสีเทา

Hubba-to ( April Story )

ตกแต่งด้วยท่อสีฟ้าน้ำทะเลให้ร้านดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น ลักษณะของร้านเป็นบ้าน 2 ชั้น มีถอดจอดรถให้จอด มีเรือนกระจกที่สามารถปะชุมได้ทั้งแผนกสามารถจุคนได้ 25 คน โดยมีต้นไม้ตกแต่งล้อมรอบให้ความร่มรื่นสบายตา หากใครสนใจจะมาประชุมที่คาเฟ่แห่งนี้ สามารถจองกับทางร้านล่วงหน้าด้วยราคา 1600 บาท ต่อ 1 ชม. กับแบบเหมา 9500 บาท ต่อ 8 ชั่วโมง แต่หากประชุมกันกลุ่มเล็ก ๆ ก็มีห้องภายในเป็นปูนขัดมัน พื้นกระเบื้องสีขาว มีจอทีวีในราคา 310 บาท ต่อ 1 ชั่วโมง หรือแบบเหมา 1900 บาท ต่อ 8 ชั่วโมง และในส่วนของคนที่มาคนเดียวมีโต๊ะที่มีที่นั่งเดี่ยว ๆ เหมือนอยู่ในห้องสมุดอีกเพียบ โดยคิดเป็น 1 คน ต่อ 1 วัน ในราคา 299 บาท มีไวไฟฟรีเน็ตความเร็วสูง สามารถดูหนังฟังเพลงแบบไม่สะดุด พรีเซนต์งานได้อย่างมืออาชีพ


นอกจากจากการนั่งทำงานแล้วยังมีเรื่องของเครื่องดื่มและอาหารทานง่ายอีกหลายเมนูให้ได้ออเดอร์กันระหว่างทำงาน หากใครไม่อยากเสียเงินเพิ่มในส่วนของอาหาร มีไมโครเวฟ และตู้น้ำดื่มฟรี ให้เราเดินไปหยิบได้เลย กาแฟของที่นี่มีความพิถีพิถันในการชงเพราะยังคงคอนเซ็ปต์ของการชงแบบ Aeropress โดยมีลูกค้าที่เป็นชาวต่างชาติเสียส่วนใหญ่ ซึ่งHubbaมีทั้งหมด 4 สาขา อีก 3 สาขามีดังนี้น  HUBBA Ekkamai – ซอยเอกมัย 4 ถนนสุขุมวิท 63 พระโขนงเหนือ วัฒนา, HUBBA Silom – ติด BTS ศาลาแดง ชั้น 19 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์, HUBBA Sathorn – ใกล้ BTS ช่องนนทรี ชั้น 2 ของศูนย์อาหาร Siamnara Food Work ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 – 20:00 น.

สามารถโทรติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ติดต่อ 097-979-6495 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook fanpage ได้ที่ลิงค์ https://www.facebook.com/aprilstorycafe/

 

 

# Patom Organic Living

Factory Coffee

Factory Coffee

Factory Coffee

เป็นร้านคาเฟ่ยอดนิยมตั้งอยู่ที่ 49 ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี จังหวัดกรุงเทพมหานคร อยู่ในซอยข้างสถานี Airportrailink พญาไท ถัดจากโรงแรมtranz สามารถเดินทางโดยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีพญาไท ทางออกที่ 4 เป็นร้านคาเฟ่ที่มีวัตถุดิบได้มาตรฐานทำให้ถูกปากนักดื่มกาแฟทั้งหลาย ทำให้กาแฟทุกแก้วที่ชงออกมามีความนุ่มละมุนลิ้นพร้อมละลายในปาก จุดเด่นของร้านคือรสชาติของกาแฟโดยฝีมือบาริสต้าฝีมือยอดเยี่ยมที่ได้รับรางวัลระดับโลกจากการรังสรรค์กาแฟออกมา ตัวร้านไม่ได้ใหญ่แต่ทำไมถึงมีผู้คนจำนวนมากต่างเข้ามาสั่งเครื่องดื่มกันอยู่เรื่อย ๆ คอนเซ็ปของร้านคือรวบรวมาริสต้ามืออาชีพที่ได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งหนึ่งในบาริสต้าได้คว้ารางวัล World Barista Championship 2018 เป็นที่ไว้วางใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาซื้อ และเป็นร้านคาเฟ่ที่ได้รับการแนะนำโดยผู้ใช้แอพลิเคชัน Wongnai user choice

Factory Coffee

ภายในร้านมีถ้วยรางวัลมากมายวางอยู่บนตู้โชว์ เผยให้เห็นความสำเร็จของร้าน ในตอนนี้ Factory Coffee มีทั้งหมด 3 สาขา ซึ่งสาขาที่เราพูดถึงอยู่นี้คือสาขาที่ 3 ที่สามารถขยายธุรกิจกาแฟให้ใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิมเพราะว่าทางร้านดริปกาแฟคั่วบดเองทั้งหมด โดยมีขวดที่มีสติกเกอร์ร้านลวดลาดเท่ ๆ ให้ถ่ายรูปกัน ไฮไลท์ของที่นี่คือ Smoked Black Cocoa ที่มีรสชาติเข้มข้นของช็อคโกแล็ตที่มีกลิ่นควันจาง ๆ เป็นที่มาของชื่อเมนู นอกจากจะมีกาแฟที่เป็นตัวชูโรงร้านแล้ว ยังมีเครื่องดื่มประเภทอื่นที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ ค็อกเทลอย่าง Honolulu กาแฟผสมนมเย็นและชาโฮจิฉะให้รสชาติผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว

โดยร้านที่มีหุ้นส่วนด้วยกันทั้งหมด 5 คน มีความฝันว่าจะเปิดร้าน Factory Coffee ในต่างประเทศซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยแต่ก็ไม่ยากสำหรับคาเฟ่แห่งนี้ ซึ่งประเทศที่อยู่ในการวางแผนที่จะขยายสาขาคือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าอีกไม่นานเกินรอ เพื่อน ๆ จะได้พบคาเฟ่แห่งนี้ได้เปิดตัวที่ประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างแน่นอน การตกแต่งภายในร้านค่อนข้างไปทางสไตล์ล๊อฟ ด้วยเคาน์เตอร์ที่เป็นปูนขัดมัน และการจัดวางโต๊ะนั่งดื่มข้างกระจกของร้านที่สามารถมองออกไปชมวิวภายนอกได้ ให้บรรยากาศเงียบสงบสามารถนำโน้ตบุ๊คมานั่งทำงานภายในร้านได้ หรือจะมานัดประชุดได้เช่นกัน หากใครได้แวะมาแถวพญาไทต้องลองเข้ามาสั่ง Black Cocoa Yenดูสักครั้ง

เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08:30 – 18:00 น. สามารถติดต่อสอบถามหรือจองโต๊ะได้ที่เบอร์ 085-145-4184 หรือ080-958-8050 และติดตามข่าวสารเมนูต่าง ๆ ทั้งเก่าและใหม่ได้ที่อินสตราแกรม @factorybkk หรือ fanbook fanpage ที่ www.facebook.com/factorybkk

 

 

Blue Dye Cafe

ภูกระดึง

วัดใจด้วยการขึ้นภูกระดึง

วัดใจด้วยการขึ้นภูกระดึง

——————————————————————————–

ถ้าพูดถึงจังหวัดเลยคนส่วนใหญ่จะนึกถึงผีตาโขน เชียงคาน หรือ “ภูกระดึง” เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักเดินป่าต่างมากันในวันหยุดสุดสัปดาห์ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง บ้านศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย มีเส้นการเดินทางเก่าแก่มาช้านาน เมื่อเริ่มเดินขึ้นเขาและจะมีที่พักเหนื่อยเป็นช่วง ๆ ในแต่ละช่วงจะเรียกว่า “ซำ” มีความหมายว่าพื้นที่ที่มีน้ำขังอยู่ เป็นบริเวณที่มีสัตว์ป่าออกมากินน้ำ โดยมีทั้งหมด 7 ซำ ได้แก่ ซำแฮก ซำบอน ซำกกกอก ซำกกหว้า ซำกกไผ่ ซำกกโดน ซำแคร่ เป็นต้น

วัดใจด้วยการขึ้นภูกระดึง

  1. ซำแฮก : ในภาษาท้องถิ่นมีความหมายว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นจุดพักเหนื่อยจุดแรก
  2. ซำบอน : เป็นพื้นที่ที่มีต้นบอนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
  3. ซำกกกอก : เป็นพื้นที่ที่มีต้นมะกอกเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
  4. ซำกกหว้า : เป็นพื้นที่ที่มีต้นหว้าเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
  5. ซำกกไผ่ : เป็นพื้นที่ที่มีต้นไผ่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก
  6. ซำกกโดน : เป็นจุดพักเหนื่อยจุดเกือบสุดท้ายโดยห่างจากซำกกไผ่ 300 เมตรโดยประมาณ
  7. ซำแคร่ : เป็นจุดพักเหนื่อยจุดสุดท้ายก่อนถึงยอดภูกระดึ

ภูกระดึงจะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นเขาได้ในช่วงฤดูหนาวประมาณต้นเดือนตุลาคมจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม มีนักท่องเที่ยวมากมายต่างขึ้นมาที่นี่เพื่อชมทะเลหมอกและรอดูพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าตรู่ โดยมีเส้นทางการเดินขึ้นเขาที่ยาวนานแต่เมื่อได้ขึ้นไปถึงยอดภูกระดึงแล้วเราจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เนื่องจากมีป้ายขนาดใหญ่มี่เขียนว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิตเราคือผู้พิชิตยอดกระดึง” ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกว่ามาถึงแล้วจริง ๆ นอกจากนี้ยังมีทัศนียภาพที่สวยงามรอคอยเราอยู่มากมายบนยอดภูกระดึง ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกถ้ำสอเหนือที่มีใบเมเปิ้ลร่วงหล่นสู่พื้นให้ได้เก็บไปไว้คั่นหนังสือไดอารี่ เมื่อใบแห้งแล้วจะเป็นอะไรที่คลาสสิคมาก ๆ  หากเราไม่ได้เตรียมแก๊สปิกนิกมาด้วยบนภูกระดึงจะมีร้านค้าต่าง ๆ ให้เราไปสั่งอาหารรับประทานได้ ไฮไลท์ของภูกระดึงคือ “ผานกแอ่น” ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากไปหย่อนขาที่หน้าผาถ่ายรูปช่วงพระอาทิตย์กำลังตก เป็นช่วงเวลาที่แสงงดงามมาก แถมยังมีน้ำให้เล่นที่ น้ำตกวังกวาง น้ำตกพ่วงพบ น้ำตกโผนพบ น้ำตกเพ็ญพบ เป็นต้น

หากเราไม่ได้เตรียมเต็นท์มากางพักแรมสามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงเกี่ยวกับการจองที่พักได้ที่เบอร์ 042 – 810 – 833 โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08:00 – 16:30 น.

 

 

# เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

เขาช้างเผือก

เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

—————————————————————————————

หากใครเป็นผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าปีนเขาไม่ควรพลาดกับการไปพิชิตเขาช้างเผือก ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเขาที่มีชื่อละม้ายคล้ายดาราจักรในวิชาดาราศาสตร์คือทางช้างเผือก โดยเขาแห่งนี้เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับยอดเขาอื่น ๆ เพราะเส้นทางการเดินขึ้นเขานั้นมีความหวาดเสียวและท้าทายเป็นอย่างมาก เนื่องจากความสูงที่ห่างจากระดับน้ำทะเล 1,249 เมตรโดยประมาณ มีลักษณะเป็นป่าโปร่ง ๆ ที่มีทุ่งหญ้าเขียวขจีล้อมรอบ จุดเด่นของที่นี่คือสันเขาที่เรียกกันว่า “สันคมมีด” เพราะระหว่างทางที่เดินขึ้นไปนั้น เมื่อมองลงมาข้างล่างจะเสียวสันหลังวาบเพราะความสูงชันของเขาช้างเผือกเล่นเอาหัวใจนักเดินป่าหล่นไปยังตาตุ่ม การมาเที่ยวครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนการมาเล่นรถไฟเหาะ

เราคือผู้พิชิตเขาช้างเผือก

เขาช้างเผือกไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาได้ตลอดทั้งปี เพราะเขาแห่งนี้จะเปิดให้ขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงสิ้นเดือนมกราคม ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูหนาวแต่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเพราะบางปีทางอุทยานก็ไม่เปิดเลย หากใครมีความประสงค์ที่จะพิชิตเขาช้างเผือก จะต้องมีการเตรียมความพร้อมมาก่อนแล้วด้วยการติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวไม่สามารถที่จะขึ้นเขาได้มากกว่าจำนวนที่ทางอุทยานกำหนดเอาไว้ จะต้องมาการจองทริปล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์เนื่องจากการเดินขึ้นไปนั้นสามารถขึ้นได้ไม่เกิน 60 คน และจะต้องฟิตร่างกายมาให้พร้อมเพราะมีระยะที่ต้องเดินทางเท้าเกือบ 8 กิโลเมตรเลยทีเดียว ใช้เวลาในการเดินอย่างเร็วที่สุดที่ 3 – 4 ชั่วโมงและอย่างช้าที่สุดที่ 6 ชั่วโมงโดยประมาณ

การพักแรมที่นี่จะตั้งแคมป์ได้แค่คืนเดียวเท่านั้น โดยจะมีเจ้าหน้าที่อุทยาน 5 คนคอยดูแล โดยจะดูแลเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 12 คน บนยอดเขาจะไม่มีสิ่งปลูกสร้างเพราะจะคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้แต่จะมีเต็นท์ให้กางค้างคืนแทน นักท่องเที่ยวคนไหนที่มีสัมภาระเยอะมากเกินไปแล้วไม่สามารถที่จะแบกขึ้นมาได้ ทางอุทยานฯมีลูกหาบช่วยขนสัมภาระให้จ้างในราคาที่สมควร โดยการขึ้น – ลงเขานี้จะมีเชือกให้จับเพราะมีความเสี่ยงที่จะผลัดตกลงจากเขาได้ ดังนั้นขณะปีนจะต้องคอยระมัดระวังเป็นอย่างมาก ไม่ว่านักเดินป่าได้ผ่านเขาช้างเผือกไปได้ เขาอื่น ๆ ก็กล้วยไปเลยเมื่อเทียบกับการเดินพิชิตเขาช้างเผือกแห่งนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 034 – 510 – 979 ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมีค่าเข้าอุทยานเพียงแค่ 40 บาทเท่านั้น สำหรับเด็กเพียงแค่ครึ่งราคาคือ 20 บาท

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 1)

Blue Whale

Blue Whale

Blue Whale

ร้านคาเฟ่ที่มีโทนสี ฟ้า – ขาว ไล่สีน้ำเงินเข้มขึ้นมาเป็นสีฟ้าไปจนถึงสีขาวให้อารมณ์เหมือนไปเที่ยวทะเลด้วย โดยมีลวดลายปลาวาฬที่ผนังเหมือนกับชื่อร้าน คาเฟ่ตั้งอยู่บน 392/37 ถนนมหาราช เขตพระนคร จังหวัดกรุงเทพมหานคร หลังมิวเซียมสยาม หรือซอยเพ็ญพัฒน์ 1 ตรงข้ามวัดโพธิ์ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา หากเดินมาจากท่าพระจันทร์หรือท่าช้าง สามารถเดินตรงไปเรื่อย ๆ 10 นาทีโดยประมาณ สามารถเดินทางได้จากสถานีรถไฟ BTS หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ตัวร้านมีทั้งหมด 3 ชั้น มีความโดดเด่นที่มองเห็นได้ง่ายด้วยสีสันของร้านที่ไม่เหมือนร้านไหน เมื่อเข้าไปในร้านจะพบกับพนักงานสุดหล่อยืนให้บริการอยู่ที่เคาน์เตอร์ชงกาแฟ โดยมีคุณอคพจน์ ธีรพงษกร หรือคุณเบสต์เป็นเจ้าของร้าน จุดเด่นภายในร้านคือกระเบื้องทรงคลื่นที่กำแพงด้านหนึ่งเหมือนอยู่ในท้องมหาสมุทร โดยมีผนังอีกด้านหนึ่งมีรูปเพ้นท์ลวดลายปะการังและดอกไม้ทะเลสีขาวบนพื้นสีน้ำเงิน โดยแต่ละชั้นมีมุมนั่งดื่มทุกชั้นทั้งโต๊ะ เก้าอี้ หรือแบบเบาะนั่งดื่มบนพื้น

นอกเหนือจากความสวยงามภายในร้านก็ยังมีเมนูสีฟ้าน่ารักมากจนไม่กล้าทานกันเลยทีเดียว เมนูแนะนำคือ Salmon Teriyaki Rice เป็นแซลมอนกริวที่มีซอสเทอริยากิราดอยู่ข้างบนให้รสชาติหวาน ทานคู่กับข้าวหอมมะลิร้อน ๆ ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัว และ Blueberry Coffee Mascarpone เมนูของหวานทำมาจากขนมปังอบกรอบสีถ่านอย่างชาโคล ให้รสชาติขมปนหวานของกาแฟเอสเปรสโซ่มิกซ์กับไซรัปกับชีสมาสคาโปเน่ ได้ความกรุบกรอบเวลาทานเข้าปากจากเมล็ดบักวีต

บลู เวล เป็นคาเฟ่ยอดนิยมในท่ามหาราชที่มีความคลาสสิคและลาเต้อาร์ทสีฟ้า ทำให้นักดื่มกาแฟทั้งหลายต่างพากันแวะเวียนมาที่นี่เพื่อลิ้มรสชาติหอมกรุ่นของโทสต์และละมุนลิ้นของเครื่องดื่ม แม้ข้างนอกจะจอกแจกจอแจที่เมื่อเข้ามาข้างในแล้วเงียบสงบ สามารถมานั่งอ่านหนังสือจิบกาแฟได้อย่างสบายอารมณ์ คาเฟ่แห่งนี้เหมาะสำหรับคุณสาว ๆ ที่ชอบถ่ายรูปฮิป ๆ ลงโซเชียลไปอวดเพื่อน ๆ ด้วยสีของร้านที่ถ่ายแล้วเข้ากั๊น เข้ากันกับทุกชุด

ใครที่ผ่านมาแถวท่ามหาราชแล้วละก็ ถ้าเดินผ่านเลยไปจะต้องถอยหลังย้อนกลับมาเดินเข้าร้านอย่างแน่นอน ซึ่งคาเฟ่เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัสตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น. สามารถติดตามข่าวสารได้ที่อินสตราแกรม @bluewhalebkk หรือโทรมาสอบถามรายละเอียดได้ที่ 096-997-4962 หรือ Fanbook fan page : Blue Whale Maharaj-Wat Pho ที่โพสต์เป็นภาษาอังกฤษโฆษณาให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เข้ามาลิ้มลองรสชาติกัน

 

# Alphabet