Blue Dye Cafe

Blue Dye Cafe

Blue Dye Cafe

Blue Dye Cafe

———————————————————–

         ร้านคาเฟ่แห่งนี้ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 36 จังหวัดกรุงเทพมหานคร ย่านชุมชนใกล้สถานี BTS ทองหล่อที่เดินทางสะดวกสบาย ลักษณะของร้านมีการตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ภายในร้านสไตล์วินเทจด้วยผ้าย้อมสีครามที่มีความแหวกแนวไม่เหมือนร้านอื่น ลงตัวกับความโบฮีเมียน ร้านมีทั้งหมด 2 ชั้น โดยส่วนใหญ่มีมุมขายของเกือบจะครึ่งร้าน ชั้นแรกจะเป็นโซนนั่งดื่มกาแฟชิล ๆ และมีผลิดตภัณฑ์น่ารัก ๆ จำหน่ายให้คุณลูกค้าอุดหนุนกลับบ้านได้อีกด้วยอย่างของจำพวกกระจุกกระจิก เช่น เครื่องประดับ หนังสือเย็บสันเอง และยังมีกิจกรรมเวิร์คช็อปให้ลูกค้าร่วมสนุกทุกเดือนไปพร้อมกับทานอาหารเลิศรสและเครื่องดื่มกลมกล่อมของร้าน โดยมีชิ้นส่วนที่ตกแต่งอยู่บนโต๊ะเป็นเครื่องปั้นดินเผาจากแบรนด์ “Cone Number 9 ” เป็นแบรนด์ของคุณมิ้นท์ผู้เป็นเจ้าของร้าน เป็นอุปกรณ์กาแฟนำเข้าจากต่างประเทศ ผลิตภัณฑ์เซรามิคอาร์ท ๆ เพิ่มมูลค่าให้กับร้านและชั้นบนจะเป็นร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ “Indigo indian” ของคุณตั้มผู้เป็นเจ้าของร้านอีกคน เป็นเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่ใช้ผ้าฝ้ายย้อมครามที่เป็นที่มาของชื่อร้านมาตัดเย็บให้เป็นชุดที่สวยงาม ให้ลูกค้าได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกชุด

Blue Dye Cafe

การเดินทางมาที่ร้านไม่ยากเลย เมื่อเข้าซอยสุขุมวิท 36 มาแล้วให้ตรงไปแล้วเลี้ยวขวาที่ซอยแรก เข้าไป 50 เมตรโดยประมาณ ร้านจะอยู่ทางขวามือ ทางร้านใช้เมล็ดกาแฟคั่วบดของไทยจาก OMNIA ร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่ ไฮไลท์ของที่นี่คือกาแฟเอสเปรสโซ่ใส่เต้าฮวย หรือที่เรียกว่า “Chai Latte with Tofu Pudding” มีกลิ่นหอมของรสชาติเครื่องเทศ เพราะว่าร้านมีเมนูที่เป็นเอกลักษณ์จึงทำให้มีลูกค้าประจำเป็นจำนวนมาก ในช่วงกลางวันลูกค้าจะเยอะมากเป็นพิเศษเพราะร้านอยู่ใกล้แหล่งที่อยู่อาศัยทำให้มีผู้คนต่างแวะเวียนเข้ามานั่งดื่มพูดคุยกัน

โดยมีบรรยากาศที่ให้ความอบอุ่นในโทนสีของร้าน ซึ่งสถานการณ์โคโรนาไวรัสที่ส่งผลกระทบต้องทุกคนในตอนนี้ ทำให้ร้าน ๆ ร้านปิดตัวลง แต่ทางร้าน Blue Dye Café ยังเปิดให้บริการปกติสำหรับ Delivery และ Take Away อยู่ มีเมนูแสนอร่อยหลากหลายเมนูที่ได้คัดสรรมาอย่างดีที่พร้อมส่งตรงถึงหน้าบ้าน ยิ่งถ้าได้ทาน Earl grey waffle แล้วละก็บอกเลยว่านุ่มละมุนลิ้นเหมือนได้ตักเข้าปาก แถมยังมีกลิ่นหอมของแป้งวาฟเฟิล

หากลูกค้าท่านใดสนใจจะออเดอร์อาหารไปรับประทานที่บ้าน สามารถสั่งได้ 2 ช่องทางค่ะ ไม่ว่าจะเป็นทางLINE OFFICIAL พิมพ์คำว่า @bluedyecafe จะมีข้อความตอบอัตโนมัติและจะมีพนักงานคอยบริการ หรืออีกช่องทางคือติดต่อทางโทรศัพท์มาที่เบอร์ 094-156-6166, 090-991-2274 และ096-695-9901

 

 

 

คาเฟ่น่านั่งดินแดนอีสานบุรีรัมย์

ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

บทความนี่เรายังอยู่กับจุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติเรามาดูกันว่าเราจะสองจังหวัดไหนมาอวดวิวทะเลหมอกกัน

 

 

ภูชี้เพ้อ vs ดอยเมี่ยง

ดอยเมี่ยง

—————————————————————————–

ตั้งอยู่บนความสูง 1,600 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ต้นสน ต้นพญาเสือโคร่ง ต้นมะค่า จุดที่สูงที่สุดบนดอยเมี่ยง จะเห็นหมอกหนาขึ้นบนดอย มีลักษณะเป็นแอ่งกะทะจุดชมวิวที่นี่สามารถมองเห็นทัศนียภาพทิวทัศน์ของเมืองปายได้อย่างสวยงาม แบบสุดสายตา 360 องศา ท่ามกลางมวลอากาศหนาวเย็นและมีลมพัดเย็นสบายในทุกฤดู ไม่ไกลจากดอยเมี่ยงยังมีจุดชมพระอาทิตย์ และยอดดอยธงซึ่งเป็นจุดสูงสามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกได้สูงกว่าดอยเมี่ยงซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 400 เมตร บนดอยเมี่ยงมีบ้านพักให้บริการ รวมถึงเต้นท์รองรับนักท่องเที่ยว การเดินทางขึ้นดอยเมี่ยงต้องใช้บริการรถของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เนื่องจากมีเส้นทางที่แคบ บาช่วงเป็นหลุ่มบ่อต้องใช้ความชำนาญในการเดินทาง

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงใหม่ใช้เส้นทาง 1095 เชียงใหม่-ปาย ดอยเมี่ยงอยู่ห่างจากตัวเมืองปายประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อนถึงอำเภอเมืองปาย ให้เลี้ยวซ็ายเข้าหมู่บ้านแพมบก 7 กิโลเมตร จะถึงตัวหมู่บ้าน สามารถจอดรถไว้ และใช้บริการรถรับจ้างขึ้นไปบนดอย

 

 

ภูชี้เพ้อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

—————————————————————————–

ภูชี้เพ้อ ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด อำเภอขุนยวม ในระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,18 เมร ภูชี้เพ้อเป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าที่สวยงาม ทั้งยังใกล้กับทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อู่คอและสามารถมองเห็นวิวทุ่งดอกบัวตองเหลืองอร่ามได้จากภูแห่งนี้ด้วย ถือเป็นจุดชมธรรมชาติอันซีนที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักกันมากนัก การขึ้นไปชมวิวทะเลหมอกที่นี่จะต้องเดินทางมาชมก่อนรุ่งสาง ไม่สามารถกางเต็นท์พักแรมบนภูชี้เพ้อได้ แต่สามารถพักแรมได้ที่ดอยแม่อู่คอซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน และรถกระบะหรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อรุ่นสมบุกสมบันเท่านั้นจะสามารถขึ้นภูได้ ทั้งนี้จะต้องเดินเท้าขึ้นด้านบนอีกร่วม 1 กิโลเมตร หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยดยังไม่มีบริการบ้านพัก แต่มีจุดกางเต้นท์ที่ไม่ค่อยสะดวกมากนัก หากต้องการมาภูชี้เพ้อ แนะนำให้พักตามที่พักหรือลานกลางเต้นทุ่งดอกบัวตอง

การเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับการเดินทางไปยังทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ หน่วยจัดการต้นน้ำแม่หยอด จะอยู่ก่อนถึงทุ่งดอกบัวตอง 5 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางอยู่ตรงทางเข้า และการเดินทางจากยังจุดเดินเท้าต้องเดินทางต่อด้วยรถกระบะเท่านั้น

 

 

# ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

บทความนี่เรายังอยู่กับจุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติเรามาดูกันว่าเราจะสองจังหวัดไหนมาอวดวิวทะเลหมอกกัน

 

 

ดอยเสมอดาว vs ภูลังกา

ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำน่าน มีพืชพรรรณนานาชนิดและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีจุดชมวิวที่มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เป็นดอยสูงสมชื่อ “เสมอดาว” ที่นอกจากจะเป็นจุดชมดาวยามค่ำคืนแล้ว ยังเป็นทั้งจุดชมแสงแรกและแสงสุดท้ายแห่งวัน และเป็นจุดชมทะเลหมอกสวยงามในยามเช้าอีกด้วย ที่สำคัญในบริเวณไม่ไกลกันก็ยังมีจุดชมวิวอีกแห่งที่ผาหัวสิงห์ซึ่งในบริเวณนี้สามารถมองเห็นวิวได้ไกลแบบรอบด้าน 360 องศา และสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำน่านและตัวอำเภอนาน้อยได้อีกด้วย ที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย

 

 

ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ. นาน้อย จ. น่าน

การเดินทาง : ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1083 สายนาน้อย-ปางไฮ หรือเดินทางด้วยรถประจำทางจากอำเภอเวียงสา และต่อรถประจำทางสาย เวียงสา-นาน้อย-นาหมื่น ไปลงที่สามแยกบ้านใหม่และเหมารถเข้าอุทยานศรีน่าน

 

 

ภูลังกา จังหวัดพะเยา

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของอำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหยวนและป่าน้ำลาว และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ยม วนอุทยานภูลังกานั้น มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง โดยสถานที่ท่องเที่ยววนอุทยานภูลังกาแห่งแรกที่คุณจะองไม่ควรพลาดไปเยือน คือ “ภูเทวดา” เป็นยอดดอยที่สวยงาม มีความสูง 1,720 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สูงที่สุดในเทือกเขาสันปันน้ำ ไทย-ลาว เป็นจุดชมทะเลเมฆหมอก ดวงอาทิตย์ขึ้นลงและดอกไม้ป่าสวยงาม โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาว และฤดูหนาว และไม่ควรพลาด ดอยภูลังกา เป็นสันเขาแคบๆ ด้านตะวันตกเป็นป่าดงดิบ เขาทิศตะวันออกเป็นหน้าผาสูงชันมรหญ้าปกคลุมและ ลมพัดแรง สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในตอนเช้า ยังสามารถเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของฝั่งลาวได้อีกด้วย และที่สุดท้ายคือดอยหัวลิง มีลักษณะคล้ายหัวลิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เป็นหน้าผาสูงชันมีหญ้าปกคลุมลมพัดแรง เหมาะแก่การชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น แต่วนอุทยานแห่งนี้ไม่มีห้องพักให้บริการ แต่สามารถนำเต้นท์และอาหารไปเองได้ สามารถติดต่อขออนุญาตใช้สถานที่กับเจ้าหน้าที่วนอทยานภูลังกาโดยตรง

การเดินทาง : จากจังหวัดพะเยาผ่านอำเภอปง ถึงแยกเชียงคำ 26 กิโลเมตร ไปทุ่งหล่มใหม่ 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนืออีก 12 กิโลเมตร หรือจากจังหวัดเชียงราย ใช้ทรงหลวงหมายเลข 1148 ประมาณ 64กิโลเมตร ถึงอำเภอเทิง 26 กิโลเมตร ถึงอำเภอเชียงคำ ไปบ้านทุ่งหล่มใหม่อีก 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ็ายไปทางทิศเหนือถึงบ้านแอธ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีก 5 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายไปอีก 12 กิโลเมตร จะถึงวนอุทยานภูลังกา

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 4)

 

ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย

ดอยผาตั้ง มีสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,635 เมตร เป็นยอดดอยในเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นเส้นแบ่งเขตไทย-ลาว อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าประมาณ 30 กิโลเมตร ลักษณะเป็นเป็นสันเขาสลับซับซ้อนทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม  ดอยผาตั้ง เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก และพระอาทิตย์ตกที่งดงามในช่วงเดือนมกราคมอาจมีโอกาสได้ชมดอกพญาเสือโคร่งที่บานสะพรั่งไปทั่วทั้งดอย ชาวท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ คือ ชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา เป็นหนึ่งสีสันแห่งวัฒนธรรมชนเผ่า จึงทำให้มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น จุดชมวิวผาบ่องประตูสยาม เป็นผาขนาดใหญ่ ตรงกลางเป็นเนินช่อเขาเป็นเหมือนประตู หรือจุดชมวิวช่องผาขาด เป็นจุดชมวิวที่อยู่ใกล้ผาบ่องประตูสยาม ลักษณะเป็นผาหินที่ขาดแยกจากกันเป็นช่องสามารถมองเห็นทัศนียภาพฝั่งลาวและแม่น้ำโขงได้ชัดเจน หรือจุดชมทะเลหมอกเนิน 102 เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ยมแห่งหนึ่งบนดอยผาตั้ง

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย-พญาเม็งราย-บ้านเต่า 50กิโลเมตร บ้านเต่า-บ้านท่าเจริญ 45กิโลมตร บ้านท่าเจิรญ-เวียงแก่น-ผางหัด 17 กิโลเมตร แบะปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร แล้วจึงเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรจะถึงจุดชมวทะเลหมอก103

 

 

 

 

จังหวัดน่าน

ดอยแม่จอก อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน

เป็นดอยที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,424 เมตร ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ของเขาน้อยใหญ่ที่เรียงรายสลับกันมากมาย ที่เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกยามเช้าแบบ 360 องศา มีเมฆหมอกปกคลุมเขาน้อยใหญ่ด้านล่าง และสามารถชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า บริเวณดอยแม่จอกแห่งนี้มีบริการบ้านพักและสามารถทำเรื่องขออนุญาตกางเต็นท์พักแรมค้างคืนได้

การเดินทาง : จากจังหวัดน่าน ไปตามทางหลวงหมายเลข 101 ถึงอำเภอเวียงสา-อำเภอนาน้อย ประมาณ 35 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1216 ประมาณ 31 กิโลเมตร

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

กิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาวยอดนิยมคือการไปชมทะเลหมอกรับอากาศเย็นๆท่ามกลางธรรมชาติที่รายล้อม ไม่มีที่ไหนเหมาะสมไปกว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือของไทย สถานที่ชมนั้นมีหลายแห่งสวยงามควรค่าแก่การไปเยือน เริ่มกันที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดยอดนิยมในการเดินทางไปท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติ

 

 

จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 3)

 

ดอยหลวงเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ดอยหลวงเชียงดาว หรือดอยเชียงดาว มีความสูง 2,225 เมตร เป็นยอดเขาสูงอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากดอยอินทนนท์ที่ความสูง 2,565 เมตร และดอยฟ้าห่มปกที่ 2,288 เมตร ตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว อยู่ทางทิศเหนือของเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางหลวงสายเชียงใหม่-ฝางประมาณหลักกิโลเมตรที่ 72  หากผ่านไปตามเส้นทางดังกล่าวจะสังเกตเห็นเทือกเขาสูงชันทางด้านซ้ายมือนั่นล่ะคือ ดอยหลวงเชียงดาว เมื่อถึงยอดดอยหลวงเชียงดาว จะพบกับอีก 2 ดอยอยู่เบื้องหน้า นั่นคือ ดอยสามพี่น้อง และดอยพีรามิด ที่มีทัศนียภาพสวยงามราวกับภาพวาด

 

 

 

จังหวัดเชียงราย

ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

สถานที่ชมทะเลหมอกยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองไทย นั่นคือ ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขา ดอยผาหม่น ติดชายแดนไทยลาว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ในเบตป่าสงวนแห่งชาติ ทิวทัศน์ของภูเขาเล็กใหญ่สลับไปมา บริเวณปลายสุดของหน้าผามีลักษณะแหลมคล้ายกับนิ้วมือชี้ยื่นออกไปในอากาศ จึงเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” จุดที่สูงสุดของภูชี้ฟ้าอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,200 ถึง 1,628 เมตร เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง แขวงไชยบุรี ประเทศลาว เป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยจุดชมวิวจะอยู่บริเวณแนวชะง่อนหน้าผาหลักของภู สามารถเริ่มชมทะเลหมอกกันได้ตั้งแต่ช่วงฤดูฝนไปจนตลอดฤดูหนาว ภูชี้ฟ้า และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนมีนาคม ก็จะเป็นช่วงชม “ดอกเสี้ยว” หรือ “ดอกชงโคป่า” ที่จะพร้อมใจกันบานสะพรั่งไปทั่วบริเวณภูแห่งนี้ เมื่อชมทะเลหมอกที่ภูชี้ฟ้าในตอนเช้าแล้ว ในช่วงบ่ายสามารถรับชมทัศนียภาพของแม่น้ำโขงกับพรมแดนไทย-บาว และป่าเขียวขจีได้ที่ ดอยผาตั้ง อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าไปประมาณ 24 กิโลเมตร หรือสามารถเดินทางไปที่ภูชี้ดาวอยู่ระหว่างภูชี้ฟ้าและดอยผาตั้ง เป็นอีกหนึ่งจุดชมทะเลหมอกที่สวยงาม และภูชี้เดือรสามารถเดินเท้าจากภูชี้ดาสได้เพียงไม่ถึงชั่วโมงเหมาะสำหรับการกางเตนท์และพักแรม

ที่ตั้ง : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

การเดินทาง : จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทาง เชียงราย-เทิง และเทิงปางค่า จานั้นจะเป็นถนนลูกรังจะถึงภูชี้ฟ้า หรือจากสถานีขนส่งเชียงรายเดินทางด้วยรถโดยสาร

 

 

# จุดชมทะเลหมอกภาคเหนือ(ตอนที่ 2)

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรืออีกชื่อที่คนในพื้นที่เรียกกันก็คือวัดเรืองแสง มีถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยลักษณะพื้นที่ตั้งของวัดเรืองแสงนั้นจะเป็นเนินเขาในอยู่ในอำเภอสิรินธร ความพิเศษคือคนสร้างได้มีการจำลองให้สภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นเหมือนวัดป่าหิมพานต์หรือภูเขาไกรลาศตามนิยายในพระพุทธศาสนา โดยบริเวณด้านบนของยอดเขา ท่านจะได้เห็นถึงความสวยงามของพระอุโบสถสีปัดทองเงางามตั้งเด่นดูมีสง่าราศี ในส่วนของด้านหลังพระอุโบสถนั้นจะเป็นงานจิตรกรรมเรืองแสงที่ส่องประกายออกมาเป็นสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ ต้องบอกเลยจริงๆ ว่าสวยงามแบบสุดๆ เลยทีเดียว

แค่นั้นยังไม่พอถ้าคุณได้เห็นวิวทิวทัศน์ด้านหลังของพระอุโบสถจะต้องบอกว่า Unseen เป็นอย่างมาก เนื่องจากจะอยู่ติดกับแม่น้ำโขงมองเห็น สปป.ลาว และด่านสากลช่องแม็กรวมถึงอ่างเก็บน้ำที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในทะเลสาบ เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวและชาวพุทธศาสนิกชนต่างให้ความสนใจกันมากเลยทีเดียว เป็นจุดที่เหมาะสำหรับดูพระอาทิตย์ตกดินเป็นอย่างมาก ด้วยแสงอำไพที่สาดส่องลงมาสะท้อนกับผิวน้ำต้องบอกเลยว่าสวยมากเลยล่ะ วัดเรืองแสงหรือวัดภูพร้าวนั้นถูกออกแบบโดยช่างคุณากร ปริญญาปุณโณ

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว (วัดเรืองแสง)

การเดินทางมายังวัดสิรินธรวราราม

ถ้าเริ่มต้นจากตัวจังหวัดอุบลราชธานีให้ขับรถมาทางด่านช่องเม็ก มาทางเขื่อนสิรินธร สังเกตุทางซ้ายมือไว้จะเห็นป้ายทางเข้าก่อนถึงด่านราวๆ 2 กิโลเมตร สำหรับที่ตั้งของ วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อยู่ที่ ตำบล ช่องเม็ก อำเภอ สิรินธร อุบลราชธานี 34350

 

 

# วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

อำเภอกัลยาณิวัฒนา

อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

อำเภอกัลยาณิวัฒนเภา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอำเภอที่มีความน่าสนใจ โดยเป็นพื้นที่อยู่บนเทือกเขาสูงชัน มีความเป็นธรรมชาติสูง มีป่าสนที่ร่มรื่น อากาศดีตลอดปี เป็นอำเภอที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ถ้าใครที่กำลังเหนื่อยล้าจากการทำงานแล้วรู้สึกว่ายากจะพักผ่อน ห้ามพลาดเด็ดขาด และวันนี้เราจะพาทุกคนไปเที่ยวกันรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

 

 

อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

บ่อน้ำพุร้อนเหมืองแร่

เป็นบ่อน้ำพุร้อนเหมืองแร่อยู่ข้างทางก่อนถึงอำเภอปาย นักท่องเที่ยวมักจะแวะมานั่งเล่นลวกไข่น้ำแร่กัน โดยบริเวณรอบๆ จะเป็นกระท่อมที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งได้จัดไว้บริการนักท่องเที่ยว มีสินค้าเล็กๆ น้อยๆ ขาย แต่บ่อน้ำแร่ไม่สามารถที่จะลงไปแช่ได้

 

 

โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์

โครงการหลวงป่าสนบ้านวัดจันทร์  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การไปเดินรับโอโซนจากธรรมชาติเป็นอย่างมาก มีลักษณะของพื้นที่เป็นป่าสนที่เขียวขจีในช่วงหน้าหนาวต้นสนจะทำการผลัดใบตัดกับหมอกจางๆ จึงเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาชมที่ไหนได้ยาก

บ้างฉางข้าว

ถัดมาอีกนิดจะเป็นบ้านฉางข้าว เป็นพื้นที่ธรรมชาติเช่นกัน มีการทดลองปลูกข้าวในพื้นที่ทำให้คุณได้เห็นทุ่งนาที่สวยงาม ใกล้ๆ กันก็จะมีต้นเมเปิ้ลจำนวนมากปลูกอยู่ให้ความรู้สึกที่เหมาะกับฤดูหนาวมากเลยล่ะ

 

 

อ่างเก็บน้ำ

แนะนำให้มาช่วงเช้า คุณจะได้เห็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ตัดกับสีเขียวธรรมชาติพร้อมกับหมอกจางๆ โดยคุณยังสามารถปั่นจักรยานเที่ยวชมรอบๆ ได้อีกด้วยล่ะ

 

 

การเดินทาง

ขับรถจากตัวเมืองเชียงใหม่ตรงที่ไปเส้นอำเภอปายก่อนถึงก็จะเจออำเภอกัลยาณิวัฒนเภา สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์หรือสาย Biker ก็สามารถขี่รถคู่ใจมาได้เลยครับ

 

 

# Hug Collection เชียงใหม่

อัพวา จังหวัดสมุทรสาคร

อัพวา จังหวัดสมุทรสาคร

อัพวา จังหวัดสมุทรสาคร

อัมพวา จังหวัดสมุทรสาคร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพฯ สำหรับใครที่อยากจะพักผ่อนในช่วงวันหยุดแต่อาจจะมีเวลาไม่มากพอ เราขอแนะนำอัพวา เพราะคุณสามารถที่จะพักผ่อนได้แบบเต็มที่ครบรสภายใน 1 วัน เท่านั้น สำหรับวันนี้เราก็จะพาทุกคนมาทำความรู้จักอัพวาให้มากขึ้นว่ามีจุดเช็คอินที่ไหนบ้างที่น่าสนใจ

 

 

วัดเพชรสมุทรวรมหาวิหาร

เริ่มต้นกันเลยที่วัดเพชรสมุทรวรมหาวิหาร มากราบหลวงพ่อบ้านแหลมเพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อน ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดที่ชาวอัพวาต่างให้ความเคารพบูชากันเป็นอย่างมาก

 

 

เพลินวิวชิวพุง

เป็นร้านอาหารที่ให้ความรู้สึกชิวสมกับชื่อเลยทีเดียว กับบรรยากาศร่มรื่นเหมือนกับเรากำลังนั่งอยู่ในสวนจริงๆ โดยทางร้านจะจัดไว้ 3 โซนด้วยกัน มีที่นั่งจัดไว้ใกล้กับริมคลองขนาดเล็ก สามารถให้อาหารปลาได้อีกด้วย

 

 

พิพิธภัณฑ์ขนมไทย  อุทยานร 2

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดเป็นอันขาด เนื่องจากจะมีการจำลองขนมหวานในสมัยก่อนของไทยมากมาย รวมไปถึงเครื่องเบญจรงค์ ต่างๆ มากมาย รวมถึงหุ่นขี้ผึ้งของผู้คนในยุคสมัยนั้น

 

 

ตลาดน้ำอัมพวา

ถ้ามาเยือนอัมพวาแล้วไม่ได้มาตลาดน้ำ เท่ากับว่าคุณมาไม่ถึง โดยตลาดจะเปิดขายกันในวันศุกร์ , เสาร์ , อาทิตย์ มีร้านค้ามากมายที่น่าสนใจ มีคลองตรงกลางตลาดและชาวบ้านจะพายเรือไปมาเพื่อขายสินค้าเหมือนกับเราได้ย้อนยุคกันจริงๆ เลยล่ะ

การเดินทางมายังอัพวา

สามารถเดินทางมาเที่ยวอัพวาได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสาร โดยมายังอำเภออัพวา จังหวัดสมุทรสาคร คุณก็จะได้ครบทุกรสชาติความสุขกลับไปแล้วล่ะ

 

 

คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เราจะพาลงใต้ไปเที่ยวที่หาดใหญ่กัน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เรียกได้ว่าเป็นอำเภอที่เป็นแหล่งการค้าที่ใหญ่ที่สุดทางภาคใต้ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างประเทศเดินทางมาเยือนกันทั้งปี โดยเฉพาะเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย  เราลองไปดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนน่าสนใจกันบ้าง

 

สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่

ต้องยอกเลยว่าไม่ได้เป็นแค่สวนสาธารณะธรรมดาทั่วไป เนื่องจากสวนแห่งนี้มีขนาดที่ใหญ่กว่า 914 ไร่ มีความร่มรื่นจากต้นไม้หลายสายพันธ์มากมาย มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่บนจุดสูงสุดอย่างยอดเขาคอหงส์ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะบูชา เท่านั้นยังไม่พอ เพราะคุณสามารถขึ้นกระเช้าลอยฟ้าชมทั่วเมืองหาดใหญ่ได้อีกต่างหาก และบริเวณเดียวกันยังมีเมืองน้ำแข็งที่มีการแกะสลักน้ำแข็งเป็นลักษณะต่างๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่เมืองนอกด้วยความเย็นถึง -15 องศาเลยทีเดียว

 

 

เกาะยอ หาดใหญ่

เกาะยอ หาดใหญ่จะเป็นสถานที่ที่เป็นเกาะ โดยคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่หายากจากที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นวิถีการทำประมงพื้นบ้าน การทำเกษตรกรรมมากมาย เช่นการปลูกจำปาดะหรือทุเรียน คุณยังสามารถปั่นจักรยานเที่ยวชมการทอผ้าในพื้นที่รวมไปถึง ฟาร์มเลี้ยงปลา

 

 

น้ำตกโตนงาช้าง

เหมาะสำหรับมานั่งพักผ่อนหย่อนใจจากการเดินเที่ยวในเมืองหาดใหญ่มาทั้งวัน ซึ่งน้ำตกแห่งนี้มีขนาดใหญ่และสูงถึง 7 ชั้น โอบล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี น้ำใสสะอาด

 

 

การเดินทางมายังหาดใหญ่

ถ้ามาด้วยรถส่วนตัวก็สามารถขับตรงมายังอำเภอหาดใหญ่ได้เลยจากกรุงเทพฯ คุณจะนั่งรถทัวร์สายใต้หรือนั่งเครื่องบินมาลงที่หาดใหญ่เลยก็ได้ง่ายๆ

 

 

# คาเฟ่น่านั่งในจังหวัดพังงา

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน)

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน

วัดพระธาตุเขาน้อย จังหวัดน่าน เป็นวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตั้งแต่สมัยเจ้าปู่แข็ง รวมระยะเวลาประมาณ 500 ปีได้ตั้งแต่ปี พศ.2030 วัดพระธาตุเขาน้อยตั้งอยู่ที่ ต.ดู่ใต้ อ.เมือง ในจังหวัดน่าน อยู่บนดอยเขาน้อย ในทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปสักการะบูชาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีความ Unseen คือพระพุทธรูปปรางค์ลีลาองค์ใหญ่ หรือ พระพุทธมหาอุตมมงคมนันทบุรี ขนาด 9 เมตร ยืนหันหน้าออกไป ในตัวเมืองน่าน ด้านบนสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงาม ในช่วงเวลาเช้านักท่องเที่ยวจะนิยมมาชมทะเลหมอกที่ต้องบอกเลยว่าสวยงามมากเลยทีเดียว ในช่วงเย็นก็ยังมีจุดชมพระอาทิตย์ตกสวยๆ ไว้ให้นักท่องเที่ยวชมกันอีกด้วย โดยทางขึ้นวัดสามารถขับขึ้นทางดอยเขาน้อยขึ้นมาข้างบนวัดได้ แต่ถ้าอยากจะวัดกำลังขาก็จะมีทางเดินบันไดนาคกว่า 303 ชั้น ให้ท่านเดินขึ้น ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เชื่อกันว่าถ้าใครที่เดินขึ้นมาจนถึงด้านบนสามารถมาขอพรแล้วจะสมหวังกลับไปได้อีกด้วยล่ะ

สำหรับวัดพระธาตุเขาได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยโดยกรมศิลปากรเมื่อปี พ.ศ. 2523 เนื่องจากว่าเป็นวัดที่สวยงาม มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีวิวทิวทัศน์สวยงามจากบนนอดดอย อีกทั้งยังเป็นที่เห็นพระธาตุจึงทำให้ชาวเมืองน่านให้ความเคารพบูชาเป็นอย่างมาก

การเดินทางมายังวัดพระธาตุเขาน้อย

ถ้าเริ่มจากตัวเมืองน่านให้ขับรถไปทางเส้นไปโลตัส แต่ก่อนถึงจะมีไฟแดงให้เลี้ยวขวาไปทางวัดพญาวัด เลยไปประมาณ 200 เมตร จะเห็นป้ายบอกทางขึ้นดอย ให้ขับตรงไปได้เลย

 

 

# วัดร่องขุ่น