5 คาเฟ่น่านั่งกรุงเทพฯ ที่คุณพลาดไม่ได้

5 คาเฟ่น่านั่งกรุงเทพฯ ที่คุณพลาดไม่ได้

5 คาเฟ่น่านั่งกรุงเทพฯ ที่คุณพลาดไม่ได้

ในบางครั้งเวลาที่เราทำงานมาเหนื่อยๆ อยากจะไปเที่ยวพักผ่อนก็ไปไม่ได้เพราะยังไม่มีวันหยุดยาว วันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่พักผ่อนดีๆ ให้คุณได้ไปคลายความเหนื่อยล้ากันด้วย นั่นก็คือร้านคาเฟ่ในกรุงเทพฯ ที่ต้องบอกเลยว่าแต่ล่ะร้านนั้นนั่งมากเลยล่ะ ลองตามมาดูกันเลยดีกว่า รับรองถ้าคุณได้ไปเยือนจะประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

5 คาเฟ่น่านั่งกรุงเทพฯ ที่คุณพลาดไม่ได้

บ้านอากงอาม่า

ร้านคาเฟ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยดีไซน์เจ๋งๆ ของทางร้านและสตอรี่ที่น่าสนใจ จริงๆ ร้านคาเฟ่บ้าอากงอาม่านั้นเป็นบ้านทรงไทยที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 เลยทีเดียว ภายในร้านมีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย ท่านสามารถมานั่งดูวิวสวยๆ สั่งอาหารและเครื่องดื่มมารับประทาน ถ้าใครสนใจจะไป ร้านตั้งอยู่ที่ 253 ซอยสมเด็จเจ้าพระยา3 ถนน สมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร 10600

Jaiyen café

ต่อกันเลยที่ร้านสุดอบอุ่นที่ตกแต่งได้น่ารัก สบายๆ ภายในร้านค่อนข้างจะมีสไตล์ที่เน้นให้ความสดชื่นกับลูกค้า โทนร้านสว่าง แต่เต็มไปด้วยความโมเดิร์น คุณสามารถนั่งได้ทั้งภายในร้านและนอกร้าน มีอาหารรวมถึงเครื่องดื่มมากมายให้บริการ จุดเด่นคือ ขนมหวานญี่ปุ่นอย่างคากิโกริ มีหลายรสชาดให้คุณได้รับประทานคลายร้อนได้อีกด้วย ที่ตั้ง ซ.ทองหล่อ 13 ถ.สุขุมวิท 55 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ 10110

Dandelion

สำหรับร้านคาเฟ่แห่งนี้ เหมือนกับสร้างขึ้นมาจำลองว่าคุณไปนั่งอยู่ในป่าใหญ่ มีต้นไม้ปกคลุม สำหรับสาวๆ คงจะถูกใจร้านนี้เป็นพิเศษเลยล่ะ เนื่องจากว่ามีสไตล์สุดเก๋ บวกกับการตกแต่งของร้านที่มีมุมถ่ายรูปมากมายอีกต่างหาก คุณสามารถไปใช้บริการได้ไม่ว่าจะไปกับเพื่อนหรือคนรักก็ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและความสบายใจอย่างมากเลยล่ะ สำหรับที่ตั้ง 2c Mapengseng Apartment 14 ซอย สุขุมวิท 31 แขวง คลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

Villa De Bear 

ฉายาของคาเฟ่ร้านนี้คือดินแดนแห่งน้องหมี เพราะร้านจะมีโลโก้เป็นน้องหมีดำสุดน่ารัก แถมมีชื่อด้วยนะว่าวิลลี่ ภายในร้านตกแต่งได้แบบน่ารักเป็นอย่างมาก มีที่นั่งเป็นเบาะสีดำขนาดใหญ่เป็นน้องหมีดำ แถมยังมีการตกแต่งแบบสไตล์หมู่บ้านฮอลันดา หรือฮอนแลนด์อีกด้วย บอกเลยว่าราคาอาหารและเครื่องดื่มของที่นี่ไม่แพงเลยล่ะ ที่ตั้ง 5 ถนน ราชพฤกษ์ ตำบลบางระมาด อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร 10170

นะฮิมคาเฟ่

เป็นร้านคาเฟ่ที่ทำให้คุณได้รู้สึกถึงความสดใสเหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตในวัย 14 อีกครั้ง ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านสุดแสนจะน่ารัก มีโทนสีฉูดฉาดหลายสี ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับลูกค้าที่ได้ไปเยือน เมนูเด่นของที่นี่ก็คือฟองดูว์ และขนมเค้กอีกมากมาย เครื่องดื่มก็ต้องบอกเลยว่ามีให้บริการทุกท่านหลากหลายเมนู ทางร้านได้เปิดให้บริการทุกวัน แถมยังมีมุมถ่ายรูปสุดน่ารักไว้บริการทุกท่านอีกด้วย ที่ตั้ง 78, ซอยนานา, ป้อมปราบศัตรูพ่าย, กรุงเทพมหานคร, 10100, ประเทศไทย กรุงเทพมหานคร (ปากซอยนานา จะพบร้านเฮง ราดหน้ายอดผักอยู่ปากซอย ร้านจะอยู่ประมาณกลางซอยนานา) 400 . จาก MRT หัวลำโพง โทร: 026233449

 

# แหลมเจริญ ซีฟู้ด ระยอง

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

ภาพของสะพานไม้ที่ยาวสุดสายตา มีคำบรรยายใต้ภาพบอกว่าสะพานนี้คือ “ สะพานมอญ” เป็นที่มาที่ทำให้เราต้องเก็บกระเป๋าเดินทางและวางแผนไปเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์…ใช่ค่ะ ทริปนี้เราจะพาทุกท่านไปเที่ยวอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรีกันค่ะ ด้วยภาพของสะพานมอญที่เราเห็นผ่านตาบ่อยครั้งตามเพจท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเฟสบุ๊ค มันเหมือนมีมนต์เสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดให้เราอยากลองไปเห็นด้วยตาของตัวเองดูซักครั้ง เมื่อวางแผนและเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางกันค่ะ

การเดินทางไป อ.สังขละบุรี

     ทริปนี้เราออกเดินทางไปยังจังหวัดกาญจนบุรีด้วยรถยนต์ส่วนตัว แวะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ตลาดเรดซิตี้ ตัวเมืองกาญจนบุรีแล้ว จึงเดินทางต่อไปยังอำเภอสังขละบุรี ซึ่งจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอำเภอสังขละบุรีนั้น เส้นทางไม่ธรรมดาเลยค่ะ เพราะมีบางช่วงของเส้นทางที่ต้องขับรถขึ้นเขาลงเขา โดยที่ถนนนั้นเป็นเพียงถนนสวนกัน แถมยังมีรถเมล์หวานเย็นที่วิ่งชมวิวทิวทัศน์อย่างช้า ๆ อยู่ข้างหน้าเป็นช่วง ๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นควรให้เพื่อนที่มีความชำนาญในการขับรถขึ้นเขา ลงเขา เป็นผู้ขับค่ะ ซึ่งกว่าจะมาถึงเราก็ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปกว่า 3 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว

เที่ยวสังขละบุรี ดูวิถีคนมอญ

สังขละบุรีหน้าฝน

เมื่อมาถึงเราก็เช็คอินกับที่พักที่เราจองไว้ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานมอญมากนัก เนื่องจากเรามาถึงที่นี่ในเวลาเย็นพอดีเราจึงมีความคิดว่าจะเช่าจักรยานเพื่อขี่ไปชมบรรยากาศยามเย็นของ อ.สังขละบุรี แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเราพบว่าที่นี่ไม่มีจักรยานให้เช่าเลย เราจึงต้องขับรถยนต์ส่วนตัวไปแทนและก็พบว่าภายในตัวอำเภอนั้น มีถนนคนเดินยามเย็นอยู่ด้วย บรรยากาศและร้านค้าต่าง ๆ ของที่นี่ก็คล้าย ๆ กับถนนคนเดินทั่วไป มีอาหาร ขนมทานเล่น ร้านขายเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แต่ต่างกันตรงที่มีเยาวชนพากันแต่งกายด้วยชุดชาวมอญประจำถิ่นมาทำการแสดงร้องเล่น เต้น รำ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน เป็นการสร้างความประทับให้นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี แต่เนื่องจากฝนที่ทำท่าจะตกทำให้เราต้องรีบกลับที่พัก เนื่องจากช่วงที่เรามาเป็นเดือนกรกฎาคมที่ตรงกับหน้าฝนพอดี

วันรุ่งขึ้น เรารีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ที่สุดของที่นี่ นั่นคือการตักบาตรบนสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยจะมีพระสงฆ์หลายสิบรูปออกมาเดินรับบิณฑบาตจากญาติโยม เราซื้ออาหารจากชาวบ้านที่เตรียมมาขายอยู่ริมทางก่อนจะถึงทางลงไปยังสะพาน บรรยากาศในตอนเช้าซึ่งเป็นเช้าของหน้าฝนนั้น ทำให้ท้องฟ้าดูชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำเพราะฝนที่ตกลงมาเมื่อคืน หมอกสีขาว ๆ เป็นไอ ลอยต่ำจนปะทะกับใบหน้าของเรา เบื้องล่างของสะพานที่เรายืน มีสายน้ำกว้างใหญ่ชื่อว่าแม่น้ำซองกาเลียที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนที่นี่ ณ ขณะนั้นเรารู้สึกได้ถึงความเย็นและชุ่มฉ่ำหัวใจอย่างบอกไม่ถูก นักท่องเที่ยวมากมายทั้งชายหญิงรวมถึงชาวบ้าน พากันแต่งกายด้วยชุดชาวมอญออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศและถ่ายรูปเก็บความประทับใจ มันคงเป็นมนต์เสน่ห์แบบที่เราได้เห็นจากในภาพถ่ายนั่นเอง ภาพถ่ายที่พาเรามาไกลถึงที่นี่ แต่เรากลับรู้สึกคุ้มค่าแม้ต้องใช้เวลาเดินทางมาไกลหลายชั่วโมงก็ตาม

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

ไฮไลท์ของจังหวัดระยองนั้น ไม่ได้มีเพียงทะเล หรือว่าความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้นนะคะ แต่จังหวัดระยองยังมีถนนสายหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นต้นกำเนิดของเมืองระยอง ถนนสายนี้มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าความเป็นมาและวัฒนธรรมของจังหวัดระยองไว้ได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจะขอพาทุกท่านไปเดินเที่ยวที่ถนนสายนี้กันค่ะ ที่นี่เป็นถนนสายแรกและเป็นถนนที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดระยอง ชื่อว่า “ถนนยมจินดา” ปัจจุบันถูกปรับปรุงให้เป็นถนนแห่งการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองระยอง

พาเที่ยวถนนยมจินดา จังหวัดระยอง

บรรยากาศของถนนยมจินดา     

เนื่องจากเราเดินทางไปในวันเสาร์ ซึ่งถนนแห่งนี้จะคึกคักมากเป็นพิเศษ จะว่าไปที่นี่ก็มีบรรยากาศคล้ายถนนคนเดินที่มีร้านขายอาหารและของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ตลอดสายทั้ง 2 ฝั่งถนน โดยจากหัวมุมถนนตรงจุดที่เราเริ่มเดิน มีป้ายติดไว้ว่า “ตะหลาด โรงสี” เมื่อเดินตามถนนเข้ามาจะพบกับร้านอาหารดังชื่อว่า ร้านเชย ที่มีเมนูชื่อแปลกอย่างข้าวผัดรถไฟ, ผัดไทกุ้งสดห่อไข่, ผัดกระเพราวุ้นเส้นหมูสับ ขอบอกว่าข้าวผัดรถไฟนั้น รสชาติไม่ธรรมดาเลยค่ะ ถัดมาเป็นร้านขายเครื่องดื่มและขนมหวานชื่อดังอีกเช่นกันชื่อว่าร้าน “ราย็อง” เมนูขนมหวานที่เป็นไฮไลท์ของร้านนี้คือ โรตีทุเรียน ซึ่งทางร้านรับประกันเรื่องความอร่อยและยืนยันว่าเป็นโรตีทุเรียนเจ้าแรกของประเทศไทยเลยทีเดียว เมื่อเดินต่อมาเราก็พบกับพิพิธภัณฑ์เมืองระยอง ที่ภายในเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้รวมถึงภาพถ่ายเก่า ๆ เก็บสะสมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน อีกทั้งยังมีสมุดเยี่ยมให้เราได้ลงชื่อไว้เป็นที่ระลึกด้วย และสุดท้ายเราก็เดินมาพบกับซอยเล็ก ๆ ที่ภายในซอยคือบ้านของเจ้าเมืองระยอง “ต้นตระกูลยมจินดา” ลักษณะเป็นบ้านไม้ที่ได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดี แต่ก็ยังคงทรงบ้านที่มีแบบคล้ายบ้านในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 เอาไว้ โดยปัจจุบันได้เปิดเป็นร้านอาหารชื่อว่าครัวครูหมู ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง   21.00 น. ของทุกวัน

การเดินทาง     

สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ถนนยมจินดาแห่งนี้ ถ้าท่านมาจากถนนสุขุมวิทสายเก่า มุ่งหน้าไปทาง อ.บ้านฉาง ให้ท่านเลี้ยวซ้ายเข้ามาทางถนนภักดีบริรักษ์ แล้ววิ่งตรงมาจนถึงแยกที่ 2 จะพบกับถนนยมจินดาอยู่ทางด้านซ้ายมือ บริเวณนั้นมีที่จอดรถยนต์ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่เอารถยนต์ส่วนตัวมา แต่หากท่านที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว ก็สามารถใช้บริการรถตู้สาธารณะสายกรุงเทพ ฯ – ระยอง ซึ่งให้บริการอยู่ที่สถานีขนส่งหมอชิต โดยรถจะออกทุกชั่วโมง ใครที่สนใจอยากมาสัมผัสรากเหง้าและต้นกำเนิดของเมืองระยอง ณ ถนนยมจินดาแห่งนี้ ก็สามารถมาได้ทุกวันค่ะ โดยในวันเสาร์อาทิตย์ ร้านค้าต่าง ๆ จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จนถึงเวลาประมาณ 22.00 น. แต่หากเป็นวันธรรมดาอาจเปิดให้บริการในเวลา 12.00 น. – 20.00 น. เนื่องจากในวันธรรมดาจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยนั่นเอง สำหรับที่ตั้ง ถ.สุขุมวิท เลี้ยวเข้า ถ.ภักดีบริรักษ์ ถ.ยมจินดาจะอยู่แยกที่ 2 ซ้ายมือ หรือเข้าทาง ถ.ตากสินมหาราช เข้ามาประมาณ 400 เมตร ถ.ยมจินดาจะอยู่ขวามือ ไม่มีค่าเข้าชม เปิดบริการ : ร้านค้าทั่วไป เปิดทุกวัน 10.00 – 20.00 น. ถนนคนเดิน เปิดเสาร์ – อาทิตย์ 18.00 – 22.00 น. โทร : 0814291326

 

# แหลมเจริญ ซีฟู้ด ระยอง

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏอยู่ที่ไหน…ทำไมต้องไปด้วย?

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประชากรกว่าร้อยละ 80 นับถือศาสนาพุทธ และนิสัยของพุทธศาสนิกชนชาวไทยส่วนใหญ่ก็คือการชอบไปแสวงบุญตามสถานที่ต่าง ๆ วันนี้เราจะขอแนะนำสถานที่สำหรับแสวงบุญที่มีชื่อเสียงและน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยกันค่ะ สถานที่แห่งนี้ก็คือ “ยอดเขาคิชฌกูฏ” จังหวัดจันทบุรี ซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ต.พลวง อ.เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ด้วยตำนานที่เล่าขานว่าบนยอดเขาคิชฌกูฏนั้น มีก้อนหินซึ่งปรากฏรอยพระพุทธบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ หากใครที่ได้มีโอกาสไปนมัสการรอยพระพุทธบาทดังกล่าวสักครั้งในชีวิตแล้ว ชีวิตจะประสบแต่ความสุขความเจริญ เกิดความเป็นศิริมงคลสูงสุดแก่บุคคลผู้นั้น และยังมีความเชื่ออีกด้วยว่าเราสามารถขอพรในสิ่งที่เราปรารถนาได้ 1 ข้อ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วพรที่ขอนั้นก็มักจะสำเร็จผลแก่ตัวผู้ขอทุกคนไป ด้วยเหตุนี้พุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทย จึงหลั่งไหลกันขึ้นไปบนยอดเขาคิชฌกูฏ เพื่อกราบไหว้บูชาและนมัสการขอพรรอยพระพุทธบาทดังกล่าว โดยยอดเขาคิชฌกูฏ จะเปิดให้นักแสวงบุญได้ขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทในช่วงประมาณเดือนมกราคม – เดือนมีนาคม ของทุกปี สำหรับในปี 2563 นี้ เปิดตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดในวันที่ 24 มีนาคม 2563

เทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ

การเดินทาง

ด้วยแรงแห่งศรัทธา…ในยุคแรก ๆ ผู้คนต่างพากันเดินเท้าขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนยอดเขา โดยต้องเดินจากตีนเขารวมระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร ใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง กว่าจะถึงยอดเขา ซึ่งเส้นทางก็เรียกได้ว่ามหาโหดมาก เพราะมีลักษณะเป็นป่าทึบที่มีความชันและมีโขดหินสลับไปมาเป็นบางช่วง แต่สำหรับในปัจจุบันนี้มีรถกระบกยกสูงที่ชาวบ้านเรียกว่า “รถโฟวิล” คอยให้บริการรับ – ส่งผู้ที่จะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยการเดินทางนั้นเมื่อออกจากตัวเมืองจันทบุรีมุ่งหน้าสู่อำเภอเขาคิชฌกูฏ ท่านสามารถเลือกที่จะไปซื้อตั๋วรถขึ้นเขาได้ใน 2 จุด คือ

1. วัดพลวง : จุดนี้จะต้องซื้อตั๋วขึ้นรถ 2 ต่อ คือจากวัดพลวงไปถึงจุดแวะพักกลางเขา และจากจุดแวะพักกลางเขาไปจนถึงจุดแวะพักยอดเขา อัตราค่าโดยสารจะอยู่ที่ต่อละ 50 บาท

2. วัดกระทิง : จุดนี้เป็นจุดที่ขายตั๋วรถขึ้นเขาในราคาแบบเหมาทั้งขาไป – กลับ ในราคา 200 บาท โดยที่ท่านไม่ต้องไปซื้อตั๋วใหม่ที่จุดแวะพักกลางเขา    เมื่อรถพาท่านมาถึงบริเวณจุดแวะพักที่ 2 ซึ่งอยู่ยอดเขาแล้ว ท่านจะต้องเดินเท้าขึ้นไปที่รอยพระพุทธบาทตามบันไดปูนเป็นระยะทางอีกกว่า 1.2 กิโลเมตร แต่สำหรับนักแสวงบุญที่มีแรงศรัทธาแต่ร่างกายไม่พร้อมนั้น ก็ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ ที่นี่เค้ามีลูกหาบคอยให้บริการเพื่อพาท่านไปถึงบนยอดเขา ณ จุดนมัสการรอยพระพุทธบาท ในราคาเที่ยวละ 1,000 บาทด้วย เอาเป็นว่าใครที่สนใจจะมานมัสการรอยพระพุทธบาทที่ยอดเขาคิชฌกูฏนี้ ท่านควรติดตามช่วงเวลาเปิดเขาและเตรียมร่างกายให้พร้อม โดยซักซ้อมเดินออกกำลังกายเอาไว้บ้าง เพื่อที่จะได้สามารถเดินขึ้นเขาได้อย่างไม่เหนื่อยมากนัก

                                                                                                                                                     

5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี

เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

จันทบุรี เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

จันทบุรี เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ

      “น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้” นี่คือส่วนหนึ่งในคำขวัญของจังหวัดจันทบุรี จังหวัดหนึ่งทางภาคตะวันออก ซึ่งเป็นจังหวัด ที่มีความอุดมสมบูรณ์และทรัพยากรทางธรรมชาติที่หลากหลาย วันนี้เราจะขอพาทุกท่านไปสัมผัสบรรยากาศของโฮมสเตย์ริม  น้ำตก ที่จะทำให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายไปกับธรรมชาติและธารน้ำใสไหลเย็น ณ จังหวัดจันทบุรีแห่งนี้กันค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี

        ทริปนี้เราเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวออกจากตัวเมืองจันทบุรี โดยใช้ถนนหมายเลข 317 (จันทบุรี – สระแก้ว) มุ่งหน้าสู่อำเภอโป่งน้ำร้อน เลี้ยวซ้ายเข้าทางถนน จบ. 3035 จะเห็นมีป้ายหลายป้ายเขียนข้อความอย่างเช่น ชุมชนท่องเที่ยวบ้านทุ่งเพลโฮมสเตย์, วัดทุ่งเพล,วัดเขาบรรจบ ตลอดจนมีชื่อของโฮมสเตย์ต่างๆ ติดไว้ตรงทางเข้า เมื่อขับเข้ามาเรื่อยๆ จะเห็นมีป้ายบอกทางอยู่ตลอด ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 45 นาที ที่นี่มีลักษณะคล้ายกับที่เรียกว่า “รัฐวิสาหกิจชุมชน” คือมีการรวมกลุ่มกันของชาวบ้านตั้งเป็นกลุ่มโฮมสเตย์ติดธารน้ำตก มีชื่อว่า “กลุ่มโฮมสเตย์บ้านทุ่งเพล จันทบุรี”

                                                  จันทบุรี เมืองแห่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ      เราเข้าเช็คอินกับที่พักชื่อว่า “โฮมสเตย์บ้านสวนริมน้ำ” ซึ่งเป็นโฮมสเตย์ที่อยู่ด้านบนสุดของธารน้ำตก หรือจะพูดว่าอยู่ต้นน้ำที่สุดก็ว่าได้ มีลักษณะเป็นบ้านไม้มีทั้งหลังใหญ่และเล็กไว้รองรับนักท่องเที่ยวตามจำนวนที่จะมาพัก สำหรับราคานั้นจะคิดราคาเหมาจ่ายต่อหัวในราคา 1,700 บาท ต่อนักท่องเที่ยว 1 ท่าน ซึ่งราคานี้จะรวม 1.) ค่าอาหาร 2 มื้อ คือมื้อเย็นของวันที่เข้าพักกับมื้อเช้าของวัดถัดไป 2.) ค่าที่พัก เมื่อเก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วก็ออกมาเดินเล่นชมบรรยากาศโดยรอบ พบว่ามีวัดอยู่ติดกับโฮมสเตย์แห่งนี้ด้วย ชื่อว่าวัดเขาบรรจบ เป็นวัดที่เงียบสงบมาก อยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และมีลำธารใสไหลผ่าน และมีโบสถ์ไม้ที่สวยงามตระการตาที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่เราเคยเห็นมาด้วย

เมื่อเดินเที่ยวชมวัดเสร็จแล้ว เรากลับมาที่บ้านพัก บอกแล้วว่าบ้านพักของเรานั้นติดธารน้ำตกทีมีโขดหินธรรมชาติเรียงรายอยู่ตามธารน้ำ เราไม่รีรอที่จะลงไปเล่นน้ำตกหน้าบ้านพัก เอาตัวลงไปนอนแช่ในแอ่งหิน แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างสบายใจ ราวกับว่าท้องฟ้าสีครามและเงาของต้นไม้ข้างๆ ธารน้ำกำลังโอบกอดเราอยู่ เมื่อขึ้นจากธารน้ำก็ถึงเวลาอาหารเย็นพอดี เมนูที่ที่พักเตรียมไว้ให้เรา เป็นอาหารพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรี เช่นก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ผัดปู,หมูชะมวง,ต้มไก่ใส่กระวาน,น้ำพริกและผักพื้นบ้าน รวมทั้งยังมีผลไม้ตามฤดูกาลตบท้ายให้ด้วย

ถือเป็นทริปที่เรียกได้ว่าเป็นที่สุดแห่งความประทับใจทริปหนึ่งเลยทีเดียว หากท่านใดที่ชอบรรยากาศของธารน้ำตก ป่าเขาและธรรมชาติแล้ว ขอให้ท่านเก็บหมู่บ้านทุ่งเพล จังหวัดจันทบุรี แห่งนี้ไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกของท่าน หากท่านได้มาสัมผัสบรรยากาศแบบที่เราได้สัมผัส ท่านอาจจะคิดเสียดายว่า “รู้แบบนี้ มาตั้งนานแล้ว” ก็เป็นได้ แต่ขอบอกก่อนนะคะว่าการจะมาพักที่นี่นั้น นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อจองที่พักกันล่วงหน้าเป็นเดือนเลยทีเดียว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นตลอดทั้งปีนั่นเอง

 

# 5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี

วัดพระพุทธบาทชนแดน

วัดพระพุทธบาทชนแดน

วัดพระพุทธบาทชนแดน

วัดพระพุทธบาทชนแดน ตั้งอยู่ที่อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดที่มีภูเขาคดเคี้ยวมากมาย ชาวบ้านในละแวกนั้นเรียกกันว่าวัดเขาน้อยเพราะตัววัดที่สร้างอยู่บนเขาน้อย  หลังจากการก่อสร้างวัดครั้งเริ่มต้นนั้นแต่เดิมมีเรียกชื่อว่า วัดพระพุทธบาทเขาน้อย ซึ่งเป็นชื่อเรียกเดิม ซึ่งมีนาย ปั้น ก้อนพล ได้มีจิตศรัทธา บริจาคที่ดินถวายให้เป็นพุทธบูชา มอบถวายให้แก่หลวงพ่อทบ ซึ่ง ณ ตอนนั้นท่านได้เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังดังในพื้นที่ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ปัจจุบันนี้ยังเป็นวัดเก่าแก่ น่าเคารพนับถือของผู้คนมากมาย ด้วยความที่หลวงพ่อทบเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้สร้างวัดนี้ ชาวบ้านหรือคนทั่วไปที่ไม่ถนัดกับการเรียกชื่อเต็มของวัดพระพุทธบาทชนแดน ก็มักจะเรียกกันแบบติดปากว่า “วัดหลวงพ่อทบ”

วัดพระพุทธบาทชนแดน

หลวงพ่อทบองค์ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่ ณ ที่วัดพระพุทธบาทชนแดน

จุดสำคัญของวัดที่ใครก็ตามก็อยากเห็นหลวงพ่อทบองค์ใหญ่ตั้งตระหง่านเห็นเด่นชัดมาแต่ไกล ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ยึดถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมามักจะเดินทางมาเพื่อกราบไหว้ทุกครั้ง ในทุกๆปีจะมีการจัดงานนมัสการหลวงพ่อทบขึ้น ซึ่งเป็นงานใหญ่ของอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นการที่มีการสักการะหลวงพ่อทบ มีการรำถวาย มีประเพณี มีมหรสพต่างๆมากมาย ที่ผู้คนเชื่อว่าการบูชาครั้งนี้จะส่งผลให้มีความสุขสิริมงคลให้ชีวิตกับลูกหลานหลวงพ่อทบ

รูปหล่อหลวงพ่อทบองค์ใหญ่ที่ตั้งให้เห็นเด่นชัดมาแต่ไกล ในส่วนของฐาน ภายในนั้นเป็นห้องโถงที่เอาไว้สำหรับทำกิจกรรมต่างๆ หรือบางทีก็เอาไว้สำหรับเก็บวัตถุสิ่งของมงคลต่างๆเอาไว้ ลักษณะการสร้างจะมีบันไดสองข้างเป็นทางขึ้นให้ได้สัมผัสองค์หลวงพ่อทบแบบใกล้ๆ หรือถ้าใครอยากทำบุญอยากทำกิจกรรมเล็กๆน้อยๆสามารถที่จะซื้ออาหารเพื่อเลี้ยงปลาได้

พลังศรัทธาของผู้คน ทำให้พระพุทธศาสนาถูกทำนุบำรุงมาตลอดเวลาตั้งแต่สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้จากการสร้างหลวงพ่อทบองค์ใหญ่ที่วัดพระพุทธบาทชนแดน การสร้างองค์หลวงพ่อที่ใหญ่ขนาดนี้ ต้องใช้ทั้งกำลังทรัพย์และกำลังกายอย่างมหาศาล แต่ด้วยกำลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่รำลึกถึงหลวงพ่อทบผู้สร้างวัดนี้ขึ้นมา ทำให้รูปหล่อของท่านสำเร็จออกมาในที่สุด ผู้คนผ่านไปมาต่างก็มองเห็นความยิ่งใหญ่ขององค์พระ นักท่องเที่ยวที่มีแผนที่จะเดินทางไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ ลองแวะที่อำเภอชนแดน แวะกราบหลวงพ่อทบองค์ใหญ่เป็นพุทธคุณ แม้จะเป็นเพียงวัดเล็กๆในอำเภอเล็กๆ แต่ก็ถือว่าเป็นบุญ สัมผัสได้ถึงแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนได้อย่างแท้จริง

 

วัดบางคลาน

วัดบ้านไร่

วัดบ้านไร่

วัดบ้านไร่

“วัดบ้านไร่” เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ก่อตั้งขึ้นเมื่อสมัย พ.ศ.2436 ซึ่งอยู่ที่ ต.กุดมินมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เดิมเป็นแค่สำนักสงฆ์เล็ก ในสมัยของรัชกาลที่5 มีพระอาจารย์ เชื่อม วิโช เป็นเจ้าสำนักรูปแรกของสำนักสงฆ์ เป็นที่เคารพศรัทธาของชุมชนในละแวกนั้น ผ่านยุคผ่านสมัยมาจนถึง หลวงพ่อคูณเป็นเจ้าอาวาส ได้บริหารพัฒนาวัด ก่อสร้างศาสนสถานต่าง ๆ ด้วยจตุปัจจัยที่มหาชนทั่วประเทศไทยที่ศรัทธาเลื่อมใสในคำสอนของท่านเป็นเงินจำนวนมาก

หลวงพ่อคูณ ได้เล็งเห็นและพิจารณาจากการบริจาคจตุปัจจัยที่ได้มา จึงได้ก่อสร้างอุโบสถหลังแรกขึ้นที่วัดบ้านไร่ และได้มีชาวบ้านเข้ามาช่วยกันนำไม้ในป่า ในสมัยนั้นมีอยู่มาก ในการสร้างอุโบสถในสมัยนั้นยังไม่ค่อยสะดวกสบายมากนัก เพราะเครื่องไม้เครื่องมือ ยังไม่ค่อยมีมากนัก ต้องใช้แรงคน แรงวัวควายขนไม้ ทำทางขนไม้นำมา จึงสร้างได้ลำบาก  หลวงพ่อคูณก็ได้พาชาวบ้านช่วยสร้างอุโบสถจนเสร็จเป็นหลังแรก แต่ปัจจุบันได้รื้อและได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้นแทนแล้ว หลวงพ่อคูณถือได้ว่าท่านเป็นนักพัฒนา ได้สร้างทั้งกุฏิหลายหลัง ศาลาการเปรียญ  โรงเรียนหลายแห่ง โรงพยาบาล ขุดสระน้ำไว้ให้ชาวบ้านใช้บริโภค และยังแนะนำสั่งสอนชาวบ้านให้ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา ตามแนวทางคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

วัดบ้านไร่

สถานที่สำคัญภายในวัดบ้านไร่

  • สถานที่ที่โดดเด่นที่สุดของวัดบ้านไร่ก็คือ หอเทพวิทยาคม ซึ่งสร้างเพื่อเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา ความน่าสนใจอยู่ที่มันเป็นประติมากรรมช้างใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางบึง เป็นจุดถ่ายภาพสำคัญที่ใครมาก็จะต้องมาชื่นชมที่นี่ นอกจากความอลังการที่น่าสนใจ สิ่งที่อยู่ภายในหอเทพนั้นมีความน่าสนใจมากกว่า เพราะภายในนั้นประกอบไปด้วยคัมภีร์ หนังสือมากมายที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังถูกตกแต่งให้สวยงาม ซึ่งเราสามารถเข้าชมได้
  • พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ สถานที่สำคัญที่ใครศรัทธาหลวงพ่อคูณต้องไม่พลาด ได้รวบรวมเรื่องราวต่างๆของท่าน ประวัติของท่าน และกิจการงานต่างๆของท่านมากมาย ถูกนำเอามารวบรวมไว้ ณ ที่แห่งนี้ กลายเป็นพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณที่จะเอาไว้ให้ลูกหลานและพุทธศาสนิกชนได้เข้าไปกราบสักการะ

ไม่ใช่แค่เพียงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อคูณเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่อยากทำให้ผู้คนเดินทางไปยังวัดบ้านไร่ แต่ปัจจุบันนี้มีการพัฒนามาเรื่อยๆ ทำให้ประติมากรรมหลายอย่างของวัดบ้านไร่มีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวเดินทางไป ได้ทั้งศึกษา ได้ทั้งผลบุญ เป็นการเดินทางที่ไม่ไร้ประโยชน์ การเดินทางมาจังหวัดนครราชสีมานั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพราะโคราชเป็นจังหวัดใหญ่ที่ใครๆอยากมาอยู่แล้ว มากราบหลวงพ่อคูณเพื่อเป็นสิริมงคลสักครั้งในชีวิต

 

# วัดบางคลาน

ปางอุ๋ง

สายธรรมชาติห้ามพลาดกับปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

สายธรรมชาติห้ามพลาดกับปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

ดินแดนแห่งความสงบที่สายธรรมชาติจะต้องชื่นชอบเป็นอย่างมาก แน่นอนเรากำลังพูดถึงปางอุ๋ง ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริ ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน สถานที่ที่เต็มไปด้วยความสงบราวและความสวยงามราวกับดินแดนในนิยาย คุณจะรู้สึกได้ถึงความเป็นธรรมชาติของป่าไม้และสายน้ำ ปางอุ๋งมีฉายาว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย คุณคงจะเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องของสวยของสวิตเซอร์แลนด์กันมาบ้างแล้ว แต่ตอนนี้เราไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอกเมืองนาอีกต่อไป เพราะที่ปางอุ๋งมีทัศนียภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก ทะเลสาบกว้างใหญ่ มีหมอกจางๆ โอบล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้สีขาว อีกทั้งยังมีสัตว์อย่างหงส์ขาวและหงส์ดำเวียนว่ายไปมาอยู่ในพื้นที่ช่วยเพิ่มความโรแมนติกเข้าไปใหญ่

ในช่วงฤดูหนาวคุณยังสามารถเข้าไปกางเต็นท์เพื่อสัมผัสถึงความเป็นธรรมชาติของปางอุ๋งรวมถึงมีกิจกรรมมากมายให้คุณได้ท่องเที่ยวกันแบบสบายใจอีกด้วยล่ะ ดังนั้นถ้าใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ เพื่อพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากการทำงานทั้งปีแล้วล่ะก็ต้องไปที่ปางปุ๋งให้ได้ เราลองไปดูกิจกรรมของปางอุ๋งกันว่ามีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

สายธรรมชาติห้ามพลาดกับปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน

ล่องแพ

สำหรับการล่องแพนั้นเป็นกิจกรรมที่ปางอุ๋งได้จัดขึ้นมาให้กับนักท่องเที่ยว โดยคุณสามารถล่องแพ้ไปรอบๆ ปางอุ๋งเพื่อคอยสัมผัสบรรยากาศสวยๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติแบบเต็มๆ ตาของดินแดนสุดแสนจะโรแมนติกแห่งนี้

สวนปางอุ๋ง

ไปต่อกันเลยที่สวนปางอุ๋ง ในสวนปางอุ๋งจะมีพืชผักต่างๆ ที่คุณไม่เคยเห็นจากที่ไหนเป็นโครงการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ให้การแนะนำกับชาวบ้านว่าให้ปลูกเอาไว้มาแสดงให้คุณได้เห็นกันด้วย ผักส่วนมากของที่นี่สามารถนำไปเป็นยารักษาแบบสมุนไพรได้ แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีดอกไม้เมืองหนาวเยอะแยะเต็มไปหมดอาจจะมีชื่อแปลกๆ ที่คุณไม่ค่อยจะได้ยิน อาทิเช่น ไฮเดรนเยียน พวงแสด เป็นต้น และดอกไม้ที่คุ้นชื่อกันดีอย่างดอกกุหลาบก็มีเช่นกัน

กางเต็น

คุณสามารถกางเต็นท์นอนในพื้นที่ได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่กับอากาศเย็นๆ และธรรมชาติที่สวยงามต้องนอนให้ได้สักครั้งที่ปางอุ๋ง เพราะจุดไฮไลท์จะอยู่ที่ช่วงกลางคืนนี้แหละ เนื่องจากดวงดาวในช่วงกลางคืนจะส่องสว่างเต็มท้องฟ้าไปหมด มีดาวนับล้านดวงมาจ่อตรงหน้าคุณแบบเต็มตาในช่วงเช้าคุณยังตื่นขึ้นมาสัมผัสกับหมอกจางๆ ดูพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนกับผิวน้ำได้อีกด้วย แต่ถ้านักท่องเที่ยวท่านใดไม่สะดวกที่จะกางเต็นท์นอนก็สามารถเข้าชมได้ เสียค่าเข้าชมแค่ 50 บาทต่อคนเท่านั้น และคุณจะรู้ว่าสวรรค์บนดินนั้นมีจริงๆ

 

# Hug Collection เชียงใหม่

5 ที่พักจังหวัดจันทบุรี

5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี

5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี

 

นับได้ว่าจังหวัดจันทบุรีมีที่พักดีไม่ซ้ำใคร ดังนั้นใครก็ตามที่กำลังวางแผน ไปท่องเที่ยวยังจังหวัดจันทบุรี บอกได้เลยว่าเป็นจังหวัดที่น่าเที่ยว ไม่แพ้จังหวัดอื่นๆอย่างแน่นอน มี 5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี ที่น่าสนใจมาก อีกทั้งยังมีข้อดีว่าไม่ไกลจากกรุงเทพ อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมต่างๆ หรือแม้แต่สิ่งที่เกิดเองตามธรรมชาติ ก็มีให้นักท่องเที่ยวสามารถ เลือกเที่ยวได้ตามความชื่นชอบของแต่ละคน โดยเฉพาะคนที่อยากเที่ยวทะเล แต่ไม่อยากไปไกลถึงภาคใต้ หรือไม่อยากที่จะต้องแย่งกันกินแย่งกันเที่ยว แนะนำจังหวัดจันทบุรี รับรองได้เลยว่าการตัดสินใจมาเที่ยวจังหวัดจันทบุรี รับรองได้เลยว่าการมาท่องเที่ยวยังจังหวัดนี้นอกจากท่านจะได้พบกับบรรยากาศดี มี Themeสำหรับถ่ายรูปสวยๆ รับรองได้เลยว่ามีที่จังหวัดจันทบุรีอย่างแน่นอน การหาที่พักสวยๆ เพื่อถ่ายรูป เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ บอกได้เลยว่าจันทบุรีของเรา 5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรีมากมายหลากหลายแบบให้เลือก สามารถที่จะเลือกที่พักแบบที่มีมุมถ่ายรูปเยอะๆ หรือจะเลือกที่พักแบบติดชายหาด เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน และรับประทานอาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็นตามร้านอาหารต่างๆหรือจะปิ้งย่างเอง ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน นอกจากบรรยากาศในการที่จะชื่นชมกับทะเล สามารถชมดาวสวยๆบนท้องฟ้าและรับประทานอาหารทะเลสดๆได้ตามที่ตนเองต้องการ ลองตามมาดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนกันบ้าง สามารถเลือก 5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี ได้ตามงบประมาณของแต่ละคนได้เลย วันนี้เราจะแนะนำในวันนี้ ขอเน้นหนักไปที่ที่พักที่ติดกับชายทะเลเป็นหลัก ลองตามมาดูกันดีกว่าว่ามีที่ไหนกันบ้าง

5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี

  1. เจ้าหลาวทอแสงบีช ซึ่งเป็นที่พักติดทะเล ติดชายหาดเจ้าหลาว ซึ่งเมื่อเข้าพักนอกจากจะได้รับบรรยากาศที่ดีมี ห้องพักให้เลือกมากมายหลากหลายแบบ ยังสามารถชื่นชมกับบรรยากาศริมทะเล ได้อย่างจุใจตกแต่งบรรยากาศของโรงแรม ในสไตล์บูติกและโมเดิร์น ดังนั้นจึงมีมุมให้ท่านสามารถเลือกถ่ายรูป ได้ตามความชื่นชอบ ตั้งอยู่ที่ 44/4 หมู่ 5 ตําบลคลองขุด อําเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี 22120 ไทย ข้อมูลอื่นๆ : มือถือ : 081-996-9077 | 092-278-0410

2.รัตนปุระบีช รีสอร์ท นับได้ว่าเป็น สไตล์สบายๆตกแต่งด้วยสไตล์บูติก สามารถนั่งชิคชิคอยู่ติดริมทะเลจันทบุรี มีสระว่ายน้ำให้บริการอีกต่างหาก จะปิ้งย่างหรือรับประทานอาหารทะเลสดๆ ก็สามารถเลือกได้เช่นเดียวกัน ที่ตั้ง ตำบล คลองขุด อำเภอ ท่าใหม่ จันทบุรี 22120 Tel.039-433-101

  1. จ้าวหลาวคาบาน่ารีสอร์ท นับได้ว่าเป็นที่พักที่เน้นบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก นอกจากจะได้รับความเป็นกันเองและความเงียบ รับรองได้เลยว่าการเข้ามาพักนั้น จะได้รับบรรยากาศของความสะดวกสบาย เหมาะสำหรับการมาเข้าพักแบบครอบครัว สามารถชมพระอาทิตย์ตกดินได้ ตั้งอยู่ที่ ตำบล คลองขุด อำเภอท่าใหม่ จันทบุรี 22120

  1. บ้านอิ่มสุขรีสอร์ท ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี ที่ตกแต่งด้วยบรรยากาศร่มรื่น นอกจากจะได้พื้นที่สีเขียว ยังติดกับชายทะเลสามารถเล่นน้ำทะเลก็ได้ สามารถนั่งชิวๆจิบเบียร์ริมทะเลได้ เป็นส่วนตัวแบบสุดๆ อยู่ที่ 50/7 หมู่ 5, ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี, 22120 หาดเจ้าหลาว

  1. บ้านตุ่ม Village แอนด์รีสอร์ท เป็น 5 ที่พักสวยน่าพักในจังหวัดจันทบุรี บรรยากาศสงบเงียบเหมาะกับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สุดสวยและมีบรรยากาศสงบเงียบ สามารถเล่นน้ำริมทะเลก็ได้ ที่ตั้ง : บ้านตุ่ม วิลเลจแอนด์ รีสอร์ต 44/5 หมู่ 5 คลองขุด ท่าใหม่ จันทบุรี 22120

# Hug Collection เชียงใหม่

Hug Collection

Hug Collection เชียงใหม่

Hug Collection เชียงใหม่

วันนี้เราจะมาแนะนำที่พักสุดชิลล์ที่ตั้งอยู่ในเมืองเชียงใหม่ San Pareni ตั้งอยู่ที่ ถนนนิมานเหมินทร์ ซอย 1 อำเภอเมืองเชียงใหม่ เรียกได้ว่าเป็นทั้งที่พักสุดแนว มีมุมถ่ายรูปสวยๆมากมายตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ห้องพักก็สวยมีให้เลือกมากถึง 11 แบบแตกต่างกันไป ภายในที่พักมีอุปกรณ์ครบครันและยังมี Hug Coffee Bar ไว้รับรอบนักท่องเที่ยวที่ชอบดื่ม คอกเทลหรือไวน์อีกด้วย มีมุมก่อฟสดให้บรรยากาศชิลล์ใจกลางเมืองเชียงใหม่ พร้อมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาพักหรือชิมกาแฟอร่อยๆได้ทุกเมื่อ ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นเหตุผลที่ทำไมคุณต้องมาลองพักที่ Hug Collection แห่งนี้ เปื่อเอาไว้เป็นตัวเลือกอีกหนึ่งที่พักที่อยู่ในตัวเมืองเชียงให้ เดินทางจากสนามบินก็ใช้เวลาไม่นาน

Hug Collection เชียงใหม่

ที่ตั้ง : ถนน ศิริมังคลาจารย์ ซอย 1 อำเภอเมือง, อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50200
เบอร์โทรศัพท์ : +66 53 223 361 / +66 86 668 1414

 

Phtot : Mthai

# วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร